
ร้องกพท.อนุญาตบินสองมาตรฐาน
กานต์แอร์เตรียมส่งหนังสือท้วง สบพ.ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องเอ 320 บินเส้นทางรอง แต่โลว์คอสต์เจ้าใหญ่บินได้
กานต์แอร์เตรียมส่งหนังสือท้วง สบพ.ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องเอ 320 บินเส้นทางรอง แต่โลว์คอสต์เจ้าใหญ่บินได้
ร.อ.สมพงษ์ สุขสงวน ประธาน บริษัท กานต์นิธิ เอวิเอชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจสายการบินกานต์แอร์ ในเครือบริษัท กานต์นิธิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ บริษัทได้เตรียมทำหนังสือส่งไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อสอบถามเหตุผลที่อนุญาตให้สายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) รายใหญ่สามารถใช้เครื่องบินลำตัวแคบบินในเส้นทางบินรองได้ ขณะที่กานต์แอร์ได้ขออนุญาตนำเครื่องบินลำตัวแคบมาบินในเส้นทางเดียวกันแต่กลับไม่อนุญาต
ทั้งนี้ กานต์แอร์ได้ขออนุญาตเพิ่มแบบเครื่องบินที่จะใช้ในเส้นทางบินปัจจุบันที่ให้บริการอยู่ด้วยเครื่องบินเล็กแบบ 6-66 ที่นั่ง โดยจะขอเพิ่มแบบเครื่องบินแอร์บัสเอ 320 แฟมิลี่ ประกอบด้วย เอ 319 เอ 320 และเอ 321 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวแคบพิสัยบินระยะใกล้ถึงปานกลาง แต่ไม่ได้รับอนุญาต โดย สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ให้เหตุผลมาว่าเส้นทางที่กานต์แอร์ให้บริการเป็นเส้นทางสายรองและสายย่อย ซึ่งมีปริมาณผู้โดยสารไม่มาก ไม่เหมาะใช้เครื่องบินลำตัวแคบบินให้ใช้เครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก 6-66 ที่นั่ง ให้บริการเช่นเดิมเพราะเหมาะสมแล้ว
“กพท. ระบุมาว่า เส้นทางที่กานต์แอร์ทำเป็นเส้นทางรองและย่อยไม่เหมาะใช้เครื่องบินเอ 320 แต่ทำไมโลว์คอสต์แอร์ไลน์รายใหญ่บางเจ้ากลับใช้เครื่องบินประเภทเดียวกันบินได้ เช่น เส้นทางเชียงใหม่-พัทยา เชียงใหม่-ขอนแก่น ทำให้มองว่าไม่ได้รับความยุติธรรมในการพิจารณาระหว่างสายการบินรายเล็กกับรายใหญ่”
ร.อ.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า การไปขออนุญาตเพิ่มแบบเครื่องบินครั้งนี้ก็เพราะต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หลังสายการบินใหญ่มาบินเส้นทางเดียวกันยอดผู้โดยสารที่ใช้บริการก็ลดลงบ้าง จึงมองว่าหากเปลี่ยนแบบเครื่องบินไปใช้เอ 320 น่าจะทำให้ความสามารถแข่งขันดีขึ้น โดยที่ค่าเช่าเครื่องบินลำตัวแคบก็แพงกว่าเช่าเครื่องบินเล็กแค่ 1-2 หมื่นเหรียญสหรัฐ/เดือน (3.5-7 แสนบาท/เดือน) ส่วนค่าจ้างลูกเรือก็ไม่ต่างกันมาก ขณะที่จำนวนที่นั่งของเครื่องบินตระกูลเอ 320 เช่น เอ 319 มี 140-150 ที่นั่งเอ 320 มี 180 ที่นั่ง มากกว่าที่นั่งของเครื่องบินเล็ก 2-3 เท่าตัว ดังนั้นจึงมีโอกาสสร้างรายได้ได้มากกว่า
สำหรับภาพรวมธุรกิจกานต์แอร์ไตรมาสแรกที่ผ่านมา อัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน (โหลด แฟกเตอร์) อยู่ที่ 70-80% ส่วนไตรมาส 2 นี้หลายเส้นทางโหลด แฟกเตอร์เกือบเต็ม เพราะมีเพียง 66 ที่นั่ง เช่น เชียงใหม่-หัวหิน เชียงใหม่-อู่ตะเภา จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่มองเห็นโอกาสนำเครื่องบินแบบลำตัวแคบมาใช้บินได้
ขณะเดียวกัน ได้จัดโปรโมชั่นต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดใช้บริการสายการบินควบคู่กับธุรกิจอื่นในเครือกานต์นิติ กรุ๊ป เช่น ให้นำบอร์ดดิ้งพาสของกานต์แอร์ไปใช้เป็นส่วนลด 599 บาท สำหรับการใช้บริการที่โรงแรมธาริน เชียงใหม่ เป็นต้น







