posttoday
คสช.-เพื่อไทย แลกหมัด ศึกประชามติการเมืองระอุ

คสช.-เพื่อไทย แลกหมัด ศึกประชามติการเมืองระอุ

16 พฤษภาคม 2559

อุณหภูมิการเมืองร้อนขึ้นทุกขณะกับช่วงเวลาที่กำลังเดินหน้าสู่ “กระบวนการลงประชามติ”

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

อุณหภูมิการเมืองร้อนขึ้นทุกขณะกับช่วงเวลาที่กำลังเดินหน้าสู่ “กระบวนการลงประชามติ” กับการบังคับใช้ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีแรงต้านจากกลุ่มนักศึกษา กลุ่มมวลชน กลุ่มนักวิชาการ ที่ออกมาเรียกร้องเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น รวมถึงถามหาความชัดเจนในการปฏิบัติตัว ว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ บรรทัดฐานของคำว่า “กระทำผิด” คืออะไร ประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่ถูกใช้อย่างเข้มงวด ซึ่งถ้ารัฐบาลเข้มงวด จำกัดพื้นที่หรือกดไว้มากเท่าไหร่ การแสดงออกที่ท้าทายอำนาจรัฐก็ยิ่งมากขึ้น

ระยะทางจากนี้ไปจนถึงการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. 2559 จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพรรคเพื่อไทยเปิดยุทธการแลกหมัดกับ คสช.

เพื่อไทยเปิดเกมเคลื่อนไหวหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การเคลื่อนไหวเข้าหามวลชน แบบนิ่งๆ ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียเข้าถึงประชาชน ด้วยการจัดอีเวนต์ผ่านเฟซบุ๊กที่มีสมาชิกกว่า 5 ล้านราย กับโครงการ “5 เหตุผลที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องมาจังหวัดฉัน” และอีเวนต์การโพสต์ภาพการเดินตลาด การปลูกผักสวนครัว และบรรยายใต้ภาพ ให้อารมณ์แบบเข้าใจคนไทยในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ภัยแล้ง ข้าวของแพง ซึ่งถือว่าเป็นการจัดอีเวนต์ การตลาดที่ประสบผลสำเร็จทีเดียว

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังลุยการตรวจสอบทุจริตของรัฐบาล คสช. ที่ล่าสุดไปเปิดโปงการรับงานลอกคลอง จากกระทรวงมหาดไทย ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีการทิ้งงานและส่อเค้าการรับงานดังกล่าวผิดกฎหมายอีก

ขณะที่สมาชิกสายบู๊ บุ๋น ก็ออกมาแสดงความเห็น ติติงสถานการณ์ เศรษฐกิจ การเมือง อาทิ การออกมาพูดเรื่องเศรษฐกิจ ของ พิชัย นริพทะพันธุ์ การแสดงความเห็น ตอบโต้การเมือง ของ วัฒนา เมืองสุข รวมถึงการออกแถลงการณ์ในนามพรรคเพื่อไทย ที่เรียกร้องให้ คสช.ยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่างรวมถึงเรียกร้องให้แก้ไข พ.ร.บ.ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเห็นต่างได้แสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่

ด้าน คสช.ก็ตอบโต้โดยใช้วิธีการจับกุมคุมขังอย่างเข้มข้น แม้ถูกนานาชาติกดดันอย่างหนักว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ คสช.ก็ไม่สนอ้างทำบ้านเมืองให้สงบ ล่าสุดงัดมาตรการป้องกันและปราบผู้มีอิทธิพล มาเฟียที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง และหนึ่งในเป้าหมายที่ทำการบุกค้นล้วนเป็น สส.เพื่อไทย บ้านของ ประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย และแกนนำเสื้อแดง วรชัย เหมะ

ยุทธการนี้ คสช.ที่ยืนยันว่าทำตามกฎหมายทุกประการตามนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล และยืนยันจะทำอย่างต่อเนื่อง แต่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มองว่า สิ่งที่ คสช.ทำ ชัดเจนว่าทำตามเป้าหมายคือ เพื่อไทยและเสื้อแดง

“การไปพบผ้าพันคอ ปืน ในบ้านคนเสื้อแดง หรือปืน ที่ถูกกฎหมายก็ไม่ได้ผิดอะไร กลับนำไปแถลงข่าวใหญ่โต ยิ่ง คสช.ทำแบบนี้ก็ยิ่งพังเร็ว และไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่เป็นการประจานตัวเอง เพราะยิ่งทำไม่ได้หมายถึงว่าจะหยุดคนได้ มันหยุดไม่ได้ ยิ่งเป็นการให้คนมีความรู้สึกต่อ คสช.ในทางที่ไม่ดีมากยิ่งขึ้น คนถ้ายิ่งกลัวมันก็จะกล้า แล้วจะเกลียด แล้วจะไม่กลัว อาการแบบนี้จะเกิดขึ้น ถ้า คสช.ใช้นโยบายและวิธีการแบบนี้” จตุพร กล่าว

จตุพร บอกว่า คนที่ฟ้องนานาชาติต่อการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ดีที่สุดคือ ตัว คสช.เอง รัฐต้องรับมือด้วยการกระทำไม่ใช่พูดอย่างทำอย่าง พูดกับนานาชาติว่าจะไม่ละเมิดสิทธิ แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามอย่างชัดเจน ในวันที่นานาชาติอภิปรายกล่าวหาการละเมิดสิทธิของรัฐ แต่กลับทำการเข้าบุกค้นบ้าน สส.เพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง ในพื้นที่ต่างๆ เหมือนยิ่งว่ายิ่งยุ หาก คสช.ยังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ก็จะได้รับแรงกดดันมากขึ้นตามลำดับ

“ประเทศไทยเหมือนหมู่บ้านกระสุนตก ที่โลกวางเป้าแล้วกดดันพร้อมกัน ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่ประเทศไทยจะผ่านพ้นไปได้ ยิ่งอธิบายความเป็นชาติเอกราชยิ่งแล้วใหญ่ เพราะโลกปัจจุบันไม่ได้กดดันเรื่องดินแดน แต่จะกดดันทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพราะฉะนั้นท่าที คสช.และกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ปรับทัศนคติตัวเอง จะเป็นปัญหาในเวทีโลกมาก และเป็นประเทศที่น่ารังเกียจ ต่างชาติจะมีมาตราที่เข้มข้นตามลำดับ” ประธาน นปช.ระบุ

จตุพร มองว่า นอกจากแรงกดดันจากต่างชาติแล้วยังมีแรงกดดันในประเทศไทย ที่ คสช.อยู่ในจังหวะขาลง ไม่ว่าการส่งสัญญาณ ให้ปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ ตะโกนให้ “นายกฯ สู้” สังเกตหลังจากนั้นอีกไม่นานจะมีอันเป็นไปทั้งสิ้น

“วันนี้ คสช.ต้องเลิกปฏิบัติไอโอ เพราะไอโอจะทำได้แค่บางเวลา ในช่วงระยะสั้นๆ เท่านั้น สิ่งที่คนไทยต้องการเวลานี้ คือ การแก้ไขปัญหา หลายเรื่อง คสช.ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เช่น เรื่องประชามติก็เล่นบทผิด แทนที่จะเป็นตัวกลางคอยอำนวยความสะดวกให้ กกต. ตน เชื่อว่าประชามติ คสช.จะล้มเสียเอง วันนี้ คสช.อยู่ด้วยการหลอกตัวเอง เมื่อแรงกดดันจากนอกประเทศ และในประเทศมาบรรจบกัน คสช.เกิดอาการขาลง สุดท้าย คสช.จะหนีชะตากรรมไม่พ้น” จตุพร ทำนาย

ทั้งหมดจะทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนแรงส่งผลต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ต้องไม่กะพริบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท