
อยู่เงียบๆ กับตัวเองก็เป็นการปฏิบัติธรรม
สิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลทุกจิตวิญญาณเพื่อให้พบความสงบสุขบนโลกใบนี้อย่างแท้จริง คือ
โดย...ราช รามัญ
สิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลทุกจิตวิญญาณเพื่อให้พบความสงบสุขบนโลกใบนี้อย่างแท้จริง คือ ความจริงแห่งธรรมชาติทั้งปวง หลวงพ่อพุทธทาสท่านเน้นย้ำสอนอยู่เสมอว่า เมื่อไหร่ที่เราทำตัวฝืนธรรมชาติ เมื่อนั้นความทุกข์เข้ามาทันที ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ทางกายเพราะเจ็บป่วย ไม่ว่าจะทุกข์ทางใจ
ทางสายกลางในคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงเป็นประโยชน์ยิ่ง นำเอามาปรับใช้ได้กับมนุษย์ทุกคน ด้วยการไม่ทำอะไรที่มันสุดโต่งมากเกินไป หรือไม่ทำอะไรที่มันหย่อนยานเหมือนไม่ให้ความสำคัญ พื้นฐานทางจิตวิญญาณของแต่ละคนโดยเนื้อแท้แล้วเหมือนกันตั้งแต่เกิด เพียงแต่เมื่อบริบทสังคมที่อยู่ การศึกษาที่ได้รับ มีความแตกต่างกันไป ฐานวิธีคิดของแต่ละคนรวมไปถึงจิตใจจึงแตกต่าง
รูปแบบของความทุกข์ ความสุข ความพอใจ ในสิ่งที่ได้ ที่มี ที่เป็น ก็พากันแตกต่างไปด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ก้นบึ้งของหัวใจที่มนุษย์ทุกคนยังคงมีอยู่ คือ การรับรู้ในผัสสะอารมณ์แห่งความดีใจ เสียใจ ความเมตตา ความรัก ความกรุณา เพียงแต่มากน้อยย่อมต่างกันออกไป
เคยมีคนถามผมว่า ความรู้ในทางพระพุทธศาสนาทำอย่างไรให้นำเอามาใช้กับคนสังคมในยุคปัจจุบันได้ โดยที่เขาไม่ได้อยากที่จะต้องบรรลุธรรมอะไร แต่เป็นคนใช้ชีวิตที่มีคุณธรรม ไม่เบียดเบียนใคร ไม่รังแกใครเลย วิธีนั้นมีไหม
ความจริงพระพุทธเจ้าสอนเอาไว้หมดแล้ว แต่เรามักพยายามไปตีความจำกัดความเอาเองว่า ถ้าเป็นคนที่มีธรรมะต้องนุ่งห่มชุดขาว อยู่วัด อยู่ป่า การเป็นคนมีธรรมะในครั้งพุทธกาลนั้นไม่ได้นุ่งห่มชุดขาวด้วยซ้ำ เพราะธรรมะมันอยู่ที่จิตวิญญาณในหัวใจของคนแต่ละคนต่างหาก
ธรรมะตั้งหลายหมื่นคำสอนที่ทรงสอนไว้ สามารถนำเอามาใช้กับชีวิตได้จริง และถ้าทำจริงผลที่ออกมาก็จะนำพาชีวิตให้เรามีความสุขและพบความสำเร็จในชีวิตได้ บางคนปฏิบัติธรรมอยู่ทุกวันแต่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองปฏิบัติธรรมอยู่เพราะจำกัดความว่าต้องไปอยู่วัด
ปฏิบัติในมุมที่กล่าวถึงนี้ คือ การใช้ชีวิตปกติ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนตนเอง และมีสติอยู่เสมอ นี่ก็เป็นการปฏิบัติธรรมอันยิ่งแล้ว แต่คนชอบมองภาพข้างนอกเพียงอย่างเดียวว่า การปฏิบัติธรรมต้องเหมือนนักบวช
บอย-วิสูตร แสงอรุณเลิศ อดีตนักแต่งเพลงค่ายแกรมมี่ ปัจจุบันเป็นนักเขียนระดับ Best Seller ของเมืองไทย และเป็นวิทยากรพูดเรื่องแรงบันดาลใจ เป็นบุคคลหนึ่งที่ปฏิบัติด้วยการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
“ผมจะยึดถือกับการอยู่กับตัวเองเป็นหลัก แม้คำสอนของพระพุทธเจ้าก็ทรงเน้นให้อยู่กับตัวเอง สังเกตตัวเอง ทุกวันเวลา กลางคืนผมจะอยู่กับตัวเองอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง ด้วยการทำงานต่างๆ ในตอนกลางคืน ซึ่งมันเงียบและมีความสงบในใจอย่างมาก เหมือนกับเราได้ปฏิบัติธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วผมก็ค้นพบวิธีนี้เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของผมที่สามารถทำแล้วทำได้ไม่เบื่อ ที่สำคัญมีความสุขมาก วิธีแบบนี้เป็นการช่วยเสริมให้ผมสามารถมีใจที่นิ่งเป็นสมาธิสูง อยู่กับตัวเองแบบนี้ในทางหลักธรรมก็มีสอนในภาคของการปฏิบัติ”
บอย วิสูตร ยังบอกด้วยว่า ทุกครั้งถ้าเกิดทำงานแล้วเกิดปัญหา เขาจะมองว่าก็ทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่ยั่งยืนคงทน เพราะมันจะอยู่ในความเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หรือที่ภาษาธรรมเรียกว่ากฎของพระไตรลักษณ์นั่นเอง
“แน่ล่ะ ตราบใดที่เรายังเป็นคนธรรมดาอยู่ บางครั้งก็ต้องมีความทุกข์ ผมก็ยึดเอาหลักแห่งธรรมชาติที่เป็นคำสอน และผมเชื่อว่าคำสอนนี้เป็นไปในทางแห่งวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน คือ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้ ต้องมีเหตุและผลเข้ามารองรับ แต่บางเหตุผลหาใช่มีเหตุมาจากปัจจุบันขณะไม่ เมื่อเราเข้าใจในเรื่องแบบนี้ เราก็จะเข้าใจทันทีว่า คำว่าทุกข์เป็นอย่างไร คำว่าสมุทัยเป็นอย่างไร คำว่านิโรธและมรรคคืออะไร นี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ และเมื่อเรียนรู้และเข้าใจแล้วนำเอามาใช้จริงๆ ความทุกข์ทั้งปวงก็จะค่อยๆ คลายออกจากจิตใจของเรา”
ใครบางคนที่มองว่าพระพุทธศาสนาเป็นอะไรที่คร่ำครึ ไม่เหมาะกับคนในยุคปัจจุบันคงจะต้องเปลี่ยนแนวคิดเสียใหม่แล้ว เพราะวันนี้ไม่ว่าจะดารา นักร้อง นักเขียน คนหลายๆ วงการ แม้แต่นักธุรกิจ ต่างก็หันหน้ายึดเอาหลักธรรมเข้ามาใช้กับชีวิตของตัวเองมากขึ้น
คนที่มีธรรมะ คือ คนที่มีใจนิ่งสงบ แม้ว่ากายจะไหวแต่หัวใจสงบนิ่ง มองทุกสภาพที่อยู่ในปัจจุบันขณะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง และไม่เอาหัวใจไปโอบกอดอะไรไว้มากมายกับทุกสรรพสิ่งที่มันพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ไม่เอาความคิดความรู้สึกไปทุ่มเทจนเกินความพอดีพองาม นี่แหละ ธรรมะของปราชญ์ทั้งหลายที่เขาใช้กัน







