
อดีตชาติบำบัด ตามแนวจิตวิทยา
ผู้เขียนได้วิจัยในหัวข้อ “การพัฒนาคุณภาพชีวิตจากการย้อนรอยอดีตชาติบำบัดตามแนวจิตวิทยาบูรณาการ”
โดย...ทายาท ศรีปลั่ง (Ph.D. in Buddhist Psychology)
ผู้เขียนได้วิจัยในหัวข้อ “การพัฒนาคุณภาพชีวิตจากการย้อนรอยอดีตชาติบำบัดตามแนวจิตวิทยาบูรณาการ” ช่วงปี 2558-2559 ซึ่งกระบวนการ “การย้อนรอยอดีตชาติบำบัด” เป็นคำแปลจากภาษาอังกฤษ Past Life Regression Therapy (PLRT) และตัวแปรตามของการทดลองนี้ คือ “คุณภาพชีวิต” ตัวแปรส่งผ่าน คือ “สุขภาวะทางจิต” และ “สำนึกในคุณธรรม”
ในบทความนี้ผู้เขียนให้ความสำคัญเฉพาะ สำนึกในคุณธรรม (Virtue Quality) ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ ผู้เขียนให้ความหมายว่าเป็นสำนึกภายในของแต่ละคนที่เก็บสะสมทั้งความดีความชั่วของตน เป็นพลังชีวิตที่หนุนนำหรือบั่นทอนชีวิตของแต่ละคน ประกอบด้วย 1.จิตวิญญาณในพระศาสนา (Religiosity) และ 2.การพัฒนาของสภาวะคุณธรรม (Inner Growth)
กรณีศึกษาทั้ง 20 คน กรอกแบบประเมินสำนึกในคุณธรรมหลังจากได้รับการบำบัดจิตใต้สำนึกเสร็จทันที เนื่องจากกรณีศึกษาจะใช้เรื่องราวต่างๆ ที่ปรากฏจากจิตใต้สำนึกในสภาวะจิตส่งผ่าน (Trance) ของตนในการประเมิน นอกจากนี้กรณีศึกษาจะประเมินสำนึกในคุณธรรมทุกครั้งหลังได้รับการบำบัดแต่ละครั้งทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งพบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนสำนึกในคุณธรรมจากกรณีศึกษาในกลุ่มทดลอง 20 คน เพิ่มขึ้นทั้ง 3 ครั้ง และมีผลประเมินสำนึกในคุณธรรมอยู่ในเกณฑ์ “ดีขึ้น”
ปรากฏการณ์การเพิ่มขึ้นของคุณธรรมในจิตใจเกิดจากผลการบำบัด PLRT เป็นการให้อภัยตนเองและผู้อื่น สร้างสภาวะสมดุลใหม่ในจิตใจ มีมุมมองใหม่กับชีวิตเป็นไปตามหลักการคุณธรรมสากล (The Universal-Ethical Principle Orientation) หลักการในขั้นนี้สิ่งที่ถูกและผิดเป็นสภาวะจากการเรียนรู้และปรากฏทั้งระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก
ผลการทดลองพบว่า กรณีศึกษาในกลุ่มทดลอง 20 คน เมื่อเทียบกับกรณีศึกษา 20 คนในกลุ่มควบคุม มีสภาวะการรับรู้ความผิดชอบชั่วดีภายในจิตใต้สำนึกของตนเองดีขึ้น ซึ่งการศึกษานี้สอดคล้องกับการค้นคว้าของ Jorge Moll, Roland Zahn, Ricardo de Oliveira-Souza, Frank Krueger & Jordan Grafman ซึ่งกล่าวถึงคุณธรรมของมนุษย์ว่าเป็นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเป็นสภาวะที่มนุษย์ทุกคนมีและถูกเก็บไว้ที่ระบบประสาทและสมอง
วิทยาการล่าสุดนี้ คือ การศึกษาความสัมพันธ์ของระบบประสาทสมองและระดับคุณธรรมประสาทวิทยา (Moral Neuroscience) ซึ่งกล่าวถึงประสาทสมองที่ควบคุมด้านคุณธรรมมนุษย์ส่งผลต่อพฤติกรรมและการแสดงออกของมนุษย์
ผลวิจัยครั้งนี้สอดคล้องกับการค้นพบทางคุณธรรมประสาทวิทยา เมื่อผู้วิจัยใช้ชุดภาษาบำบัด PLRT ซึ่งกรณีศึกษายังอยู่ในสภาวะจิตส่งผ่าน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ปรากฏเป็นผลจากการกระตุ้นสภาวะเดิมแท้ของคุณธรรมมนุษย์ที่มีมาแต่เดิม ดังนั้นหลักการของคุณธรรมประสาทวิทยาจะระบุความมีคุณธรรมของมนุษย์มาจากภายในของมนุษย์แต่ละคน
การทดลองนี้ยังมีการให้การปรึกษาแนวทางการใช้ชีวิตใหม่จากเหตุการณ์ที่ปรากฏในระดับจิตใต้สำนึกซึ่งอาจเป็นเรื่องราวที่เป็นจริงและเกี่ยวพันกับกฎแห่งกรรม ผลการทดลองพบว่าความเชื่อเรื่องกรรมซึ่งในการทดลองนี้หมายถึง ความเชื่อที่ว่า กรรมมีจริงและกรรมที่บุคคลทำไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมให้ผลเสมอ นอกจากนี้เชื่อว่าผลที่เราได้รับเป็นผลแห่งการกระทำของเราเอง ซึ่งอาจเป็นกรรมที่ทำในปัจจุบันชาติหรืออดีตชาติ
ผลทดลองพบว่า กรณีศึกษา 20 คน ที่ระบุอดีตกรรมเกี่ยวกับการฆ่าจะมีปัญหาในปัจจุบันทั้งสุขภาวะทางจิต สุขภาพกายและความสัมพันธ์ อดีตกรรมเกี่ยวกับการกามจะมีปัญหาในปัจจุบันทั้งสุขภาวะทางจิตและความสัมพันธ์โดยเฉพาะในครอบครัวตนเองหรือเป็นคนไม่มีคู่ อดีตกรรมทางวาจาส่งผลในปัจจุบันด้านสุขภาวะทางจิตและความสัมพันธ์ทั้งในครอบครัวและที่ทำงาน อดีตกรรมจากมิจฉาทิฐิส่งผลในปัจจุบันเกี่ยวกับปัญหาสุขภาวะทางจิตและความสัมพันธ์ อดีตกรรมที่เป็นกรรมเล็กกรรมน้อยส่งผลด้านสุขภาวะทางจิต สุขภาพกายและความสัมพันธ์ในระดับเพียงทำให้ตนหงุดหงิด
ความเชื่อเรื่องกรรมที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยคะแนนสำนึกในคุณธรรมจากกรณีศึกษาในกลุ่มทดลอง 20 คน โดยโครงสร้างแบบประเมินสำนึกในคุณธรรมพบว่า กรณีศึกษา 20 คน มีคะแนนสำนึกในคุณธรรมเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ครั้ง และมีผลประเมินสำนึกในคุณธรรมในเกณฑ์ดีขึ้น
ผู้เขียนจึงตั้งข้อสังเกตว่า นอกจากพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมตามแนวจิตวิทยาการเรียนรู้ การพัฒนาจิตใต้สำนึก ดึงเอาสภาวะคุณธรรมในจิตใต้สำนึกมาใช้ประโยชน์และขจัดสภาวะไร้คุณธรรมระดับจิตสำนึกก็เป็นทางเลือกใหม่ในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร
การพัฒนาจากภายในจิตของคนจะมีผลต่อความคิดและพฤติกรรมอย่างเป็นธรรมชาติและผลการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีความถาวรมาก การพัฒนาแนวนี้คล้าย Executive coaching คือเป็นการพัฒนาที่กระทำทีละคน (One on One) มีการ Coaching 3 ครั้งในช่วงเวลา 21 วัน







