posttoday
คุก 1 วัน 1 คืน

คุก 1 วัน 1 คืน

14 พฤษภาคม 2559

ภวัฒน์เล่าให้ผมฟังในภายหลังว่า หลังจากที่เขากับแม่ออกจากโรงพักก็รีบกลับไปบ้าน ทุกคนก็วิ่งกรูกันเข้ามารุมถามว่า

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ภวัฒน์เล่าให้ผมฟังในภายหลังว่า หลังจากที่เขากับแม่ออกจากโรงพักก็รีบกลับไปบ้าน ทุกคนก็วิ่งกรูกันเข้ามารุมถามว่า “แล้วพ่อล่ะ” ชิวบ๊วยจำเป็นต้องบอกความจริงกับลูกๆ ทั้งที่ไม่อยากทำ

“พ่อถูกจับอยู่ที่โรงพัก คืนนี้พวกเราต้องช่วยกันทำพื้นรองเท้าเพื่อเอาเงินไปไถ่ตัวพ่อ เราต้องช่วยกันพาพ่อออกจากห้องขังให้เร็วที่สุด”

หลังจากบอกข่าวกับทุกคน ชิวบ๊วยกับวราพิณก็เป็นตัวตั้งตัวตีจัดการแบ่งงานให้ทุกคนเพื่อรีบทำงานให้เสร็จ เพื่อหาเงินราว 3,000 บาท ที่ยังขาดอยู่มาจ่ายให้เจ้าหนี้ตามหน้าเช็ค

ภวัฒน์บอกว่า คืนนั้นทั้งคืนทุกคนในบ้านหลับไม่ลง เป็นห่วงอยากช่วยผม พวกเขานั่งทำพื้นรองเท้ากันทั้งคืน ไม่ได้หลับได้นอนกันทั้งบ้าน ทั้งคนงานและสมาชิกในบ้านทุกคนต่างเร่งมือทำงานกันจนถึงเช้า ในที่สุดพวกเขาก็ทำพื้นรองเท้าจนได้ปริมาณตามต้องการ จากนั้นรีบนำไปขายเพื่อให้ได้เงินมาไถ่ตัวผมออกจากโรงพัก

พอผมเห็นพวกเขามาที่โรงพักและส่งยิ้มมาให้ ก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า พวกเขาทำสำเร็จ หาเงินมาได้แล้ว ผมรู้สึกว่าตนเองกำลังน้ำตาคลอ

ภวัฒน์วิ่งมาหาผมก่อน ในขณะที่ชิวบ๊วยไปเคลียร์กับตำรวจ

“แม่หาเงินมาช่วยพ่อได้แล้ว”

ผมยิ้มดีใจจนน้ำตาคลอ

คุก 1 วัน 1 คืน

 

เมื่อออกจากโรงพักมาแล้ว เราสามคน พ่อ แม่ ลูก ต่างมาหยุดยืนบนสะพานลอยหน้าโรงพักด้วยความเหนื่อยอ่อน ความเงียบงันเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครอยากพูดอะไร ได้แต่ยืนปล่อยจิตใจหลังจากที่ตึงเครียดกันมาทั้งคืน

เวลานั้นใกล้พลบค่ำ แสงรอบตัวสลัวลง แต่ความหม่นมัวนั้น คงไม่เท่ากับจิตใจของผม บอกกับตัวเองว่า มีไม่กี่ครั้งเลยในชีวิตที่ผมรู้สึกสิ้นหวังท้อแท้เช่นนี้

ผมพยายามต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะแย่ลง กราฟชีวิตของผมขณะนี้ถ้าใครสักคนเขียนขึ้น มันคงพุ่งลงต่ำจนเกือบเท่ากับเมื่อครั้งมาจากเมืองจีน หรืออาจจะแย่กว่านั้นก็ได้

เมื่อมาจากเมืองจีนผมแค่ไม่มีเงิน ชีวิตยังเสมอตัว แต่เวลานี้ผมไม่มีเงินแล้วก็ยังมีหนี้รอบตัว ถือว่าชีวิตติดลบ ผมจนลงกว่าเดิม การงานไม่ก้าวหน้า ทำธุรกิจตั้งหลายอย่างก็ยังตั้งตัวไม่ได้สักที รู้สึกราวกับว่า ยิ่งดิ้นยิ่งจน รู้สึกกดดันจนอยากหยุดทุกอย่าง

ผมไม่รู้ว่าชิวบ๊วยกับภวัฒน์คิดอะไร แต่ผมรู้สึกท้อและเกือบจะยอมแพ้ อยากหนีไปอยู่ต่างจังหวัด ไม่อยากอยู่แล้วกรุงเทพฯ เพราะเกิดความกลัวว่าสักวันอาจต้องติดคุกหัวโตไม่ได้โชคดีอย่างวันนี้

วันนั้นจำได้ว่า เมื่อยืนปล่อยจิตใจ สูดกลิ่นอายของอิสระได้สักพัก ผมก็ชวนชิวบ๊วยกับภวัฒน์ไปกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้ากัน เราต่างไม่ได้กินอะไรกันมาตั้งแต่เช้า ผมเองกินไม่ลง ชิวบ๊วยกับลูกก็มัวแต่เร่งงาน

ผมรู้สึกว่าก๋วยเตี๋ยวราดหน้าจานนั้น เป็นก๋วยเตี๋ยวราดหน้าที่อร่อยที่สุดในโลก เพราะเป็นอาหารมื้อแรกที่ได้กินหลังจากได้รับอิสรภาพ จากที่อยู่ในห้องขัง 1 วัน 1 คืน เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในความรู้สึกของผม

ตราบจนทุกวันนี้ เมื่อใดก็ตามที่ผมได้กินราดหน้า ผมจะนึกถึงภาพวันที่เราสามคน พ่อ แม่ ลูก นั่งกินราดหน้าด้วยความรู้สึกตื้นตัน

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท