
"ธัมมชโย"ส่อเบี้ยวดีเอสไอ
ทนายยันธัมมชโยไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาครั้งที่สามที่ดีเอสไอ แต่ให้มาเองที่วัดธรรมกายจันทร์นี้ อ้างยังอาพาธ
ทนายยันธัมมชโยไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาครั้งที่สามที่ดีเอสไอ แต่ให้มาเองที่วัดธรรมกายจันทร์นี้ อ้างยังอาพาธ
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ทีมทนายวัดพระธรรมกายได้ส่งหนังสือถึงพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ขอให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาจากสำนักงานดีเอสไอไปเป็นที่วัดพระธรรมกาย โดยได้แนบใบรับรองแพทย์ ระบุว่า พระธัมมชโยอาพาธด้วยโรคเส้นเลือดดำอุดตันโคนขาขวา จึงไม่สะดวกที่จะเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามสถานที่ที่พนักงานสอบสวนกำหนดในหมายเรียก
ทั้งนี้ ได้มอบให้ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ไปพิจารณา โดยในวันจันทร์ที่ 16 พ.ค.นี้จะประชุมร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อทำความเห็นว่าจะอนุมัติตามคำร้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากพระธัมมชโยไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามวันที่กำหนด จะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนซึ่งรวมถึงอัยการเพื่อหารือถึงการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที
นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าในวันที่ 16 พ.ค.นี้ พระธัมมชโยจะเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของดีเอสไอเป็นครั้งที่สามได้หรือไม่ เนื่องจากพระธัมมชโยยังอยู่ในอาการอาพาธอยู่ และก็ไม่รู้ว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างไร ส่วนการขออนุญาตศาลออกหมายจับก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
“พระธัมมชโยไม่ได้หลบหนีไปไหน และยังอยู่ที่วัดพระธรรมกายอยู่ตลอด” นายสัมพันธ์ กล่าว
วันเดียวกัน นายสัมพันธ์ เดินเข้าพบ พ.ต.ท.บัณฑูรย์ ฉิมกรา ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน ตามหมายเรียกของดีเอสไอ หลังคณะพนักงานสอบสวนพบหลักฐานว่านายสัมพันธ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น นำเงิน 321.4 ล้านบาท โดยสั่งจ่ายเช็ค 10 ฉบับ เป็นเงินจากสหกรณ์ฯ คลองจั่น ไปซื้อหุ้นบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด มูลค่าความเสียหายประมาณ 320 ล้านบาท ซึ่งมีชื่อของนายสัมพันธ์ ถือหุ้นแทนนายศุภชัย
นายสัมพันธ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวีฯ เป็นหนี้สถาบันการเงินอยู่ 3 แห่ง และมีการฟ้องร้องกันอยู่ที่ศาลธัญบุรี โดยคณะนักกฎหมายได้เข้าไปดูการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ ซึ่งในฐานะนักกฎหมายก็เข้าไปทำงานในส่วนนี้
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวสามารถชี้แจงกับพนักงานสอบสวนได้ ส่วนเรื่องเงินนั้นไม่ได้แตะและไม่รู้เรื่อง ต้องไปถามผู้ถือหุ้นอีกคน ยืนยันว่าดูแลแค่เรื่องกฎหมายกับคดีความเท่านั้น







