
รับมืออย่างไร กับการค้าโลกยุคใหม่ (2)
สองสัปดาห์ก่อน ได้นำเสนอบทความของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) เรื่อง “รับมืออย่างไร กับการค้าโลกยุคใหม่”
โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC)
สองสัปดาห์ก่อน ได้นำเสนอบทความของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) เรื่อง “รับมืออย่างไร กับการค้าโลกยุคใหม่” ที่มีอุปสรรคทางการค้ามากมาย โดยเฉพาะมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Measures : NTMs) เพราะทำให้ธุรกิจต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น ใช้เวลาดำเนินการนานขึ้น และสร้างข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดสูงกว่าภาษีถึง 2 เท่า
นอกจากนี้ การปฏิบัติตามเงื่อนไข NTMs ยังไม่ได้เป็นการรับประกันว่าธุรกิจจะสามารถทำกำไรและเจาะตลาดต่างประเทศได้สำเร็จ อีไอซีจึงแนะเคล็ดลับให้ผู้ประกอบการปรับตัวมุ่งสู่การผลิตด้วยมาตรฐานสากล สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า รวมไปถึงประเมินความสามารถของตนเองในการทำตามเงื่อนไขต่างๆ และเลือกส่งออกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของแต่ละตลาด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการอาศัยการปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานของแต่ละประเทศ แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุน เวลา การเข้าถึงข้อมูล นอกจากปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติตามเงื่อนไข NTMs แล้ว ผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับความยุ่งยากในกระบวนการผลิตด้วย เช่น ผู้ส่งออกกุ้งที่ต้องควบคุมโรคกุ้งและการใช้ยาปฏิชีวนะให้สมดุลกัน รวมไปถึงต้มกุ้งให้สุกด้วยอุณหภูมิและระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเงื่อนไขของแต่ละประเทศมักแตกต่างกัน ทำให้ต้องวางแผนการผลิตอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังเผชิญกับความท้าทายด้านเวลา เพราะกว่าที่สินค้าจะถูกนำเข้าไปยังตลาดเป้าหมายได้ต้องผ่านกระบวนการมากมาย อาทิ การขออนุญาตนำเข้า การพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้า และการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งบางประเทศมีตัวแทนดำเนินการเพียงแห่งเดียวจึงยิ่งใช้เวลานานกว่าปกติ ทำให้ต้องเผื่อเวลาล่วงหน้าและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้สามารถถนอมสินค้าได้ยาวนานขึ้น
อย่างไรก็ดี การเข้าถึงข้อมูล NTMs ของแต่ละประเทศเป็นเรื่องที่ท้าทายเพราะมีรายละเอียดมากมายและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เช่น ข้าวไทยที่ส่งออกไปจีนต้องทำบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพราะขนาดตัวอักษรบนฉลากไม่ตรงตามเงื่อนไขใหม่ที่จีนกำหนด ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนสูงขึ้น ใช้เวลาดำเนินการนานขึ้น และอาจส่งผลถึงคุณภาพของข้าวที่บรรจุไปก่อนหน้านี้ด้วย
แม้ว่าหลายประเทศจะมีแนวทางร่วมกันเพื่อลด NTMs แต่การรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกเริ่มเห็นพ้องกันว่า NTMs เป็นอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อราคาและปริมาณของสินค้า อีกทั้งยังก่อให้เกิดการเสียโอกาสในกรณีที่เกิดความล่าช้าหรือไม่สามารถค้าขายสินค้าบางชนิดได้ นอกจากนี้ NTMs บางมาตรการ เช่น ROO ยังลดทอนประสิทธิภาพการผลิต เพราะได้กำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ระบุไว้เท่านั้น ส่งผลให้ NTMs ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นเจรจาในเวทีการค้าระหว่างประเทศ เช่น อาเซียนที่สร้างกรอบความตกลงเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน และร่วมกันเจรจา FTAs กับประเทศอื่นๆ เพื่อลดข้อจำกัดเรื่อง ROO ทำให้สามารถใช้วัตถุดิบร่วมกันภายในภูมิภาคได้ อย่างไรก็ดีหลายประเทศมีความจำเป็นต้องปกป้องผู้ผลิตและผู้บริโภคภายในประเทศ ทำให้ NTMs หลายมาตรการอาจถูกกำจัดได้ไม่ง่ายนัก เช่น การกำหนดรายการสินค้าอ่อนไหวเพื่อควบคุมปริมาณการนำเข้าหรือยืดระยะเวลาในการลดหย่อนภาษี รวมไปถึงการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการกระจายของสารพิษและโรคระบาดจากนอกประเทศ
นอกจากนี้ NTMs ยังขยายขอบเขตไปยังประเด็นใหม่ๆ ผู้ประกอบการจึงควรติดตามการเปลี่ยนแปลงและเตรียมกลยุทธ์รับมือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ในระยะหลังพบว่าหลายประเทศได้นำเอามาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนมาใช้กันมากขึ้น โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ออกกฎระเบียบควบคุมระดับมลพิษและลดภาวะโลกร้อน เช่น ระเบียบสําหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาตรและน้ำหนักของสินค้า การใช้วัตถุดิบที่มาจากกระบวนการรีไซเคิล และการใช้ไฟฟ้าหรือทรัพยากรอื่นๆ ตลอดอายุของผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังมีมาตรการฉลากสิ่งแวดล้อม เช่น Eco Label และ Carbon Label เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงการจัดการชิ้นส่วนที่เหลือหลังการใช้งาน
อีไอซีคาดว่าประเด็นดังกล่าวจะถูกผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น สังเกตได้จากความพยายามในการบรรลุข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อหาวิธีต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ รวมไปถึง FTAs ฉบับใหม่ๆ ที่ยกเอาเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นมาเป็นประเด็นหลักในการเจรจา ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรจับตาสถานการณ์และเตรียมปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะได้สามารถรับมือกับ NTMs ยุคใหม่ นอกจากจะมีความเข้มงวดมากขึ้นแล้วยังมีวิวัฒนาการที่ซับซ้อนและครอบคลุมประเด็นที่กว้างขึ้นด้วย







