posttoday
รับมือความเสี่ยง

รับมือความเสี่ยง

13 พฤษภาคม 2559

ในขณะที่ปัญหาการเมืองเริ่มร้อนแรงขึ้นคู่ไปกับสภาพอากาศร้อนมากจนทำให้เกิดปัญหาภัยแล้ง ดันให้หนี้ครัวเรือนเกษตรกรและกลุ่มคนฐานรากสูงขึ้น การบริโภคสินค้าหดตัว สินค้ากลุ่มอาหารมีราคาสูงขึ้นตามผลผลิตที่น้อยลง ส่วนราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อย่าง ข้าว ถั่วเหลือง ข้าวโพด กลับมีราคาลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ความเสี่ยงเศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำ น่าเป็นห่วงไม่แพ้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน

ในขณะที่ปัญหาการเมืองเริ่มร้อนแรงขึ้นคู่ไปกับสภาพอากาศร้อนมากจนทำให้เกิดปัญหาภัยแล้ง ดันให้หนี้ครัวเรือนเกษตรกรและกลุ่มคนฐานรากสูงขึ้น การบริโภคสินค้าหดตัว สินค้ากลุ่มอาหารมีราคาสูงขึ้นตามผลผลิตที่น้อยลง ส่วนราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อย่าง ข้าว ถั่วเหลือง ข้าวโพด กลับมีราคาลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ความเสี่ยงเศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำ น่าเป็นห่วงไม่แพ้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน

ในช่วงที่ปัญหาการเมืองสงบ รัฐบาลก็มีเวลาหันไปแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้น แต่เมื่อมีปัญหาการเมืองเข้ามาผสมด้วย ผู้นำรัฐบาลก็จะต้องเจียดเวลามาคิดเรื่องสังคม ทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลดูช้าลง ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ทำให้เกิดบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยในประเทศ

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% ด้วยเหตุผลต้องการเก็บกระสุนคือรักษาช่องว่างของนโยบายการเงินไว้ เพื่อมีทางหนีทีไล่หากเกิดปัญหาหรือเกิดความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจที่จะต้องใช้นโยบายการเงินเข้าไปดูแล

สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ความเห็นของคณะกรรมการ กนง.ที่ประเมินว่ามีแนวโน้มที่ภาวะเศรษฐกิจไทย มีทางจะโน้มเองไปในทางที่แย่ลง โดยมีปัจจัยเสี่ยงเดิมๆ คือ การส่งออกหดตัวมากกว่าที่คาด ปัญหาภัยแล้ง ภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีน ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า เป็นต้น แม้ปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาเดิมๆ แต่ก็เป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจที่มีน้ำหนักสูงมาก

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการเมืองที่เข้ามาผสม ทำให้การนำเวลาไปใช้ในการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลมีน้อยลง ซึ่งจุดนี้สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลกอย่าง สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ก็ได้แสดงความเป็นห่วงว่า หากปัญหาการเมืองรุนแรงขึ้นจนเกิดปัญหาประชาชนออกมาชุมนุมทางท้องถนนอีก ก็จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของประเทศอย่างมาก

ความกังวลใจเรื่องภาวะเศรษฐกิจนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม แม้รัฐบาลจะปฏิรูปประเทศ ก็อย่าลืมดูแลปัญหาปากท้องประชาชน ปัจจุบันนี้ประชาชนประสบปัญหารายได้ต่ำจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ก็เจอปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาสินค้าแพงสวนทางกับรายได้ หากรัฐบาลไม่บริหารเศรษฐกิจให้ดี ในที่สุดปัญหาเศรษฐกิจก็จะมารวมกับปัญหาการเมือง กลายเป็นโจทย์ยากที่รัฐบาลจะต้องแก้

ทางรอดของเศรษฐกิจในขณะนี้มีไม่กี่ทาง แนวทางสำคัญที่ทุกคนตั้งความหวังคือการลงทุนของรัฐบาลที่ได้วางพิมพ์เขียวไว้แล้ว ว่าในปีนี้จะมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 8 โครงการ ก็ควรจะต้องมีการลงทุนจริง ไม่ใช่ปล่อยให้แผนกลายเป็นแผนต่อไป เพราะส่วนนี้จะดูดแรงงานจากภาคเกษตรที่ตกงานจากปัญหาภัยแล้งเข้ามาทำงานแทน ไม่ให้เกิดปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้น

ขณะนี้ยังเพิ่งเข้าสู่กลางไตรมาส 2 ของปีนี้ จึงยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวว่ารัฐบาลล้มเหลว ไม่สามารถลงทุนตามที่คุยไว้ เวลาที่เหลือจากนี้ไปจะพิสูจน์ว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินการตามนโยบายที่ได้สัญญากับประชาชนไว้หรือไม่

ขณะนี้ประชาชนไม่รู้สึกรู้สมกับอัตราดอกเบี้ยว่าจะลดหรือเพิ่มเท่าไร เพราะไม่สามารถกู้เงินเพิ่มได้ ที่กู้ไปแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเงินคืนให้ตามตกลงหรือเปล่า หากภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัวอยู่อย่างนี้

ดังนั้น การห่วงกังวลของ กนง.จึงไม่ได้กลัวเกินเหตุ แต่หน่วยงานของรัฐและเอกชนควรจะเตรียมแผนรับมือหากเศรษฐกิจแย่กว่าที่คิด เพื่อความไม่ประมาทเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท