posttoday
'นิสสัน'ใจป้ำ ทุ่ม8หมื่นล้าน ซื้อหุ้นมิตซูบิชิ

'นิสสัน'ใจป้ำ ทุ่ม8หมื่นล้าน ซื้อหุ้นมิตซูบิชิ

13 พฤษภาคม 2559

นิสสันทุ่มซื้อหุ้น 34% ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ครองตำแหน่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หวังขยายฐานสู่อาเซียน

นิสสันทุ่มซื้อหุ้น 34% ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ครองตำแหน่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หวังขยายฐานสู่อาเซียน

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศเข้าซื้อหุ้น 34% หรือ 506.6 ล้านหุ้นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มูลค่า 2.374 แสนล้านเยน (ราว 7.68 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้นิสสันกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่ 25 พ.ค.

นายคาร์ลอส กอส์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของนิสสัน ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะส่งผลให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ประโยชน์จากการแบ่งปันแพลตฟอร์มธุรกิจ ข้อมูลการจัดซื้อ และเทคโนโลยี ส่วนนิสสันจะได้ประโยชน์จากการขยายฐานธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) พร้อมตั้งเป้าฟื้นความสำเร็จของนิสสัน-เรโนลด์ อีกครั้ง

“ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ได้ประโยชน์ทั้งตัวนิสสันเองและมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งจะก่อให้เกิดแรงกระตุ้นและการทำงานร่วมกันในอุตสาหกรรม
ยานยนต์” นายกอส์น กล่าวย้ำ

ด้าน นายโอซามุ มาซุโกะ ประธานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยืนยันว่า บริษัท มิตซูบิชิ กรุ๊ปส์ ได้แก่ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี มิตซูบิชิ คอร์ป และธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จะยังคงถือหุ้นในมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อไป

“ข้อตกลงนี้จะก่อให้เกิดมูลค่าเชิงธุรกิจในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อทั้งนิสสันและมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคต” นายมาซุโกะ ระบุ

ทั้งนี้ นิสสันและมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงดำเนินธุรกิจแยกกัน อาทิ ยี่ห้อรถยนต์ ตัวแทนจำหน่าย และเอกลักษณ์ของรถยนต์

เทโกกุ ดาต้าแบงก์ บริษัทวิจัยตลาดในญี่ปุ่น ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวช่วยลดความกังวลเรื่องความอยู่รอดของอุตสาหกรรมยานยนต์ในญี่ปุ่นที่กระทบต่อพนักงานกว่า 4.1 แสนอัตรา ใน 7,777 บริษัท

จากข่าวฉาวในวงการยานยนต์ของญี่ปุ่นตั้งแต่ถุงลมทากาตะ ไปจนถึงการโกงการประหยัดน้ำมันของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และการคาดการณ์ว่ากำไรจะร่วงกว่า 40.4% ของโตโยต้า นำไปสู่การคาดการณ์ของ เคลลีย์ บลู บุ๊ค บริษัทวิจัยในสหรัฐ ที่คาดว่า ภายในปี 2021 จำนวนผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในญี่ปุ่นอาจเหลือเพียง 3-4 รายเท่านั้น จากรายใหญ่ราว 8 ราย เนื่องจากต้นทุนการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ความต้องการยานยนต์ไร้คนขับ เทคโนโลยีของรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากข่าวฉาว

นายคาร์ล บราวเออร์ ผู้อำนวยการระดับสูงด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของ เคลลีย์ บลู บุ๊ค ระบุว่า ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าอาจเห็นการรวมกิจการของบริษัทรถยนต์รายใหญ่จนเหลือเพียง 3-4 ราย หรือลดลงเกือบครึ่งของบริษัทในญี่ปุ่น

“การรวมกิจการระหว่างผู้ผลิตรถยนต์จะทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงมาก และหากบริษัทนั้นๆ ไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ ก็อาจต้องแบกรับภาระจากการใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี)” นายบราวเออร์ ระบุ

นายวิเวก ไวธยะ รองประธานด้านยานยนต์ของบริษัทที่ปรึกษา ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ระบุว่า ในอนาคตอาจมีการควบรวมกิจการกันมากขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยธุรกิจขนาดเล็กอาจต้องยุติกิจการ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท