
เตือน "หมอใหม่" ห้าม "รักษามั่ว-มั่นใจเกินเหตุ"
แพทยสภาปฐมนิเทศหมอใช้ทุน ย้ำระวังคนไข้ฟ้องร้อง เตือนใช้สังคมออนไลน์ด้วยความระมัดระวัง
แพทยสภาปฐมนิเทศหมอใช้ทุน ย้ำระวังคนไข้ฟ้องร้อง เตือนใช้สังคมออนไลน์ด้วยความระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี ในการประชุมอบรมปฐมนิเทศและเลือกสถานที่ปฏิบัติงานสำหรับแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ผู้ใช้สัญญาฯ ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประจำปี 2559 โดยในปีนี้มีแพทย์จบใหม่ซึ่งต้องกระจายใช้ทุนทำในโรงพยาบาลต่างๆ สังกัดสธ. 2,080 คน
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหมอเก่งอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเป็นคนดีด้วย โดยต้องมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบและที่สำคัญหมอจะต้องรู้จักปรับตัวด้วย ซึ่งขณะนี้สธ.อยากให้หมอเป็นหมอทั่วไปเพื่อเป็นหมอครอบครัว แต่คดีต่างๆ ที่ผ่านมา หมอมักถูกตัดสินโดยระบุว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งขัดแย้งกัน ตรงนี้จะทำอย่างไรยังไม่แน่ชัด
“สิ่งที่อยากเตือนให้ระวังอย่างยิ่ง คือการใช้โซเซียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันมีการใช้กันอย่างมาก นอกจากอะไรไม่จริงไม่ควรเขียนไปลงไปแล้ว ในกรณีที่ต้องปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการรักษาผู้ป่วย และมีการส่งภาพผู้ป่วยไปด้วย ตรงนี้มีสิทธิที่จะถูกฟ้องร้องได้ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องความลับของผู้ป่วย ขณะเดียวกันกรณีที่เกิดความขัดแย้ง ไม่ควรเขียนระบายความในใจ หรือโต้ตอบแบบใช้อารมณ์ เช่น การต่อว่าโรงพยาบาล การต่อว่าเพื่อนร่วมงาน หรือคนไข้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง” ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าว
นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า การใช้โซเชียลมีเดียโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคนไข้ ต้องระวังการใช้คำพูดก้าวร้าว และไม่ควรนำความลับของคนไข้ไปเปิดเผย เช่น การโพสต์รูปฟิล์มเอ็กซเรย์ผู้ป่วยซึ่งมีถุงยางอนามัยในท้อง หรือการเปิดเผยการรักษาเพื่อให้ตนเองดูดี นอกจากนี้ ต้องระวังคำพูดหยาบคายและก้าวร้าว ซึ่งล่าสุดมีกรณีหมอแสดงความเห็นโดยใช้อารมณ์และคำพูดรุนแรงในกรณีที่มีการเสนอปรับเงินเดือนครูเท่าหมอ จนกลายเป็นเรื่องร้องเรียนที่ถูกส่งมายังแพทยสภาขณะนี้ ซึ่งต้องเข้าใจว่าวิชาชีพแพทย์เป็นอาชีพที่ถูกคาดหวังมาก
ขณะเดียวกัน หมอยังมีสิ่งต้องห้าม คือการให้หัตถการห้ามมั่ว หากไม่มั่นใจต้องปรึกษาแพทย์ผู้รู้ เพื่อที่จะได้ให้การรักษาได้อย่างถูกต้อง และต้องไม่ประมาท กรณีที่มีความรู้แบบงูๆ ปลาๆ ไม่แน่ใจ ไม่ควรกล้าเกินเหตุในการรักษาผู้ป่วย นอกจากนี้สิ่งที่ต้องห้ามโดยเด็ดขาดคือการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีกรณีการเขียนใบสั่งยาเกินให้ตัวเอง การรับเงินเดือนทำงานอยู่เวรในโรงพยาบาลเอกชนโดยเอาเปรียบเพื่อนในเวลางาน เป็นต้น ทั้งนี้หมอต้องมีความซื่อสัตย์ มีจริยธรรม
ขณะที่ พญ.ชัญวลี ศรีสุโข โฆษกแพทยสภา กล่าวว่า ที่ผ่านมาสูตินรีแพทย์ หรือหมอสูติถูกฟ้องร้องมากที่สุด โดยมีจำนวนสูงถึงร้อยละ 40 ของการฟ้องร้อง ดังนั้นการทำหัตถการด้านสูติจึงต้องระมัดระวัง ซึ่งปัจจุบันไม่ต้องอายในการเปิดหนังสือหรือดูข้อมูลในโทรศัพท์กรณีมีข้อสงสัยในการรักษา ซึ่งต่างจากอดีตที่หมอจะอายมากในการเปิดดูข้อมูลต่อหน้าคนไข้ และในกรณีที่ไม่มั่นใจในการรักษาขอให้ส่งต่อผู้ป่วยเลย เพราะการส่งต่อในระบบของกระทรวงสาธารณสุขเป็นสิทธิ์ทำได้ และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับหมอที่ต้องถูกส่งออกไปทำงานยังโรงพยาบาลชุมชน นอกจากนี้ขอเสริมในเรื่องโหงวเฮ้งที่ต้องดูให้ดี คือ ผู้พิพากษามาคลอด อัยการมาคลอด ทนายความมาคลอด เมียทนายความมาคลอด และสุดท้ายญาตินักร้องมาคลอด เหล่านี้ต้องดูแลให้ดี หากต้องการให้ส่งต่อให้ส่งได้เลย







