
ปิดเหมืองทองยังไม่พอ รัฐต้องหาต้นตอมลพิษ
“จะหารือกับที่ปรึกษาด้านกฎหมายเพื่อพิจารณาช่องทางการดำเนินการต่างๆ ที่จะสามารถทำได้ต่อไป เนื่องจากบริษัทยังคงมีประทานบัตรที่ได้รับอนุญาตอยู่จนถึงปี 2571 และได้วางแผนการทำเหมืองไว้แล้ว” คือท่าทีของ เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ที่แสดงออกมา ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตรของเหมืองแร่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งขยายเวลาโรงประกอบโลหกรรมให้บริษัท อัคราฯ ถึงปลายปี 2559 เท่านั้น
“จะหารือกับที่ปรึกษาด้านกฎหมายเพื่อพิจารณาช่องทางการดำเนินการต่างๆ ที่จะสามารถทำได้ต่อไป เนื่องจากบริษัทยังคงมีประทานบัตรที่ได้รับอนุญาตอยู่จนถึงปี 2571 และได้วางแผนการทำเหมืองไว้แล้ว” คือท่าทีของ เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ที่แสดงออกมา ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตรของเหมืองแร่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งขยายเวลาโรงประกอบโลหกรรมให้บริษัท อัคราฯ ถึงปลายปี 2559 เท่านั้น
“ฟ้องศาลปกครองเพื่อคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับฝ่ายกฎหมายอย่างรอบคอบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป” เชิดศักดิ์ ระบุ
ล่าสุด วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นว่า หากบริษัท อัคราฯ ในฐานะเจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตร คิดว่าตัวเองได้รับความเสียหายจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็สามารถไปขอใช้สิทธิทางศาลได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าคงไม่น่าจะฟ้องร้องได้เพราะสัญญาหมดอายุแล้ว และ ครม.ไม่ได้อนุญาตให้ต่ออายุสัญญาต่อไป
“ถูกผิดก็ต้องไปพูดกันในศาล และหากศาลสั่งว่าต้องให้เปิดดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องเปิดให้” วิษณุ ระบุ
รองนายกฯ ตั้งคำถามว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้รายงานต่อ ครม.ว่าจะต่ออายุสัมปทานให้จนถึงแค่สิ้นปีเท่านั้น นั่นแสดงว่าอายุสัมปทานมีแค่นั้น หากยาวมากกว่านั้นเขาจะหยุดไว้แค่นั้นได้อย่างไร
สำหรับมาตรการเยียวยาพนักงานของบริษัท อัคราฯ จำนวน 1,057 รายนั้น พรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พิจิตร ไปพูดคุยกับผู้บริหารบริษัท อัคราฯ แล้ว ซึ่งพบว่ามีพนักงานประจำ 364 คน ส่วนที่เหลืออีก 693 คน เป็นพนักงานของบริษัทรับเหมาช่วง โดยผู้บริหารบริษัท อัคราฯ ยืนยันว่าบริษัทพร้อมจะจ่ายเงินชดเชยในกรณีที่ปิดกิจการอย่างแน่นอน
ในมุมมองของ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่า มติ ครม.เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นคุณและตรงตามความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการให้ยุติโครงการในพื้นที่ทันที จึงต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ครม.ที่เข้าใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะสั่งให้ยุติสัมปทานเหมืองทองคำแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดจะจบลง เพราะยังมีสารพิษจำนวนมากที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นหน่วยงานรัฐต้องดำเนินการใน 2 เรื่อง คือ 1.ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม 2.ชดเชยเยียวยาชาวบ้านที่มีสารพิษอยู่ในร่างกาย
“ถ้ารัฐบาลต้องการให้เอกชนผู้ประกอบการรับผิดชอบ ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าต้นตอมลพิษทั้งหมดเกิดขึ้นจากกิจการเหมืองทองหรือไม่ ถ้าเราให้คำตอบได้ว่าต้นตอทั้งหมดเกิดจากเหมือง ยังไงเขาก็ต้องรับผิดชอบ” นพ.นิรันดร์ ระบุ
อดีต กสม.รายนี้ บอกอีกว่า กรณีของเหมืองทอง อัคราฯ จะเป็นกรณีตัวอย่างในการพูดถึงต้นทุนทางสังคมและต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่จะสูญเสียไปกับโครงการพัฒนาและการลงทุนต่างๆ รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างหลักเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อให้ต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนประเมินได้ถูกต้องว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบเรื่องใดมาก หากเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
สอดคล้องกับ วัส ติงสมิตร ประธาน กสม.ที่แสดงความชื่นชมรัฐบาลที่ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญกับชีวิตของมนุษย์
ทางด้าน ธัญนันท์ พงษา แกนนำชาวบ้านต่อต้านเหมืองทอง จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า หากจะมีการทำเหมืองทองในอนาคต อยากให้ยกกรณีเหมืองทองชาตรีไปพิจารณาถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นตลอด 10 ปี ซึ่งหากไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงไม่มีโอกาสจะปิดเหมืองได้
วิศัลย์ โฆษิตานนท์ กลุ่มคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่ ที่ระบุว่า มติ ครม.ที่ออกมาถือว่าเหนือความคาดหมาย เพราะที่ผ่านมามีสัญญาณจากหลายฝ่ายว่าคงไม่สามารถปิดเหมืองทองได้ โดยมตินี้เท่ากับประกาศหรือมีคำตอบให้สังคมหรือคนทั้งประเทศรับรู้ว่า เหมืองทองคำไม่ดี ไม่คุ้มค่า สร้างความแตกแยกให้กับชุมชน และยังสร้างปัญหาด้านสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่รอบเหมืองอีกด้วย ส่วนคนที่ยังแคลงใจว่าเหมืองดีสร้างเศรษฐกิจให้คุ้มค่าก็จะได้หายสงสัย
ธัญญารัศมิ์ สินทรธรรมทัช ชาวบ้าน ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าวว่า ชาวบ้านยังมีความกังวลว่าเหมืองทองจะยังขุดเจาะอย่างหนักไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อสุขภาพชาวบ้านต่อไป จึงอยากขอความชัดเจนจากภาครัฐว่ามติ ครม.ครอบคลุมการดำเนินการเพียงใด







