
ปรองดองที่ถูกดอง
นกกระจอกยังไม่ทันจะกินน้ำ ปรากฏว่า “เสรี สุวรรณภานนท์” ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง
โดย...หงส์แดง [email protected]
นกกระจอกยังไม่ทันจะกินน้ำ ปรากฏว่า “เสรี สุวรรณภานนท์” ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทำท่าจะถอดใจกับแผนการสร้างความปรองดองเสียแล้ว
“วันนี้ที่มีการคัดค้านเยอะเขาอาจไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามีคนไม่เห็นด้วยในทุกเรื่องอาจจะยุติได้” สัญญาณถอดใจที่ส่งมาจากประธาน กมธ.
ส่วนตัวผมเองคิดมาเสมอว่าใครจะทำงานใหญ่ย่อมเลี่ยงบาดแผลได้ยาก งานนี้ก็เช่นกัน เป็นธรรมดาที่บรรดาแกนนำสีเสื้อต่างๆ จะออกมาสับข้อเสนอของเสรีแบบไม่มีชิ้นดี ซึ่งจะว่าไปสิ่งที่ท่านประธาน กมธ.ต้องประเมินมาอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องโดนจวกแน่ๆ
ถ้าให้มองลึกๆ ถึงเหตุผลที่หลายฝ่ายออกมาคัดค้าน น่าจะอยู่ที่ข้อเสนอที่ให้ผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพกลางศาล
อย่าลืมนะครับ นักการเมืองหรือแกนนำม็อบการเมืองบ้านเราถูกจัดอยู่ในประเภท “ข้าถูกเสมอ เอ็งนั่นแหละผิด” ทุกครั้งเวลาเห็นพวกเขาอภิปรายในสภา มักได้เห็นการอ้างเหตุผลแบบสีข้างเข้าถูเสมอ หรือในกรณีของผู้นำม็อบการเมือง ชอบบอกว่า “เราชุมนุมโดยสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ” แต่สถานที่ที่ตัวเองกำลังยืนพูดอยู่นั้น คือ ทำเนียบรัฐบาล ท่าอากาศยาน สี่แยกราชประสงค์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ฯลฯ
เมื่อแกนนำม็อบมีศักดิ์ศรีในลักษณะนี้แล้ว อยู่ดีๆ จะให้ตัวเองไปบอกต่อหน้าท่านผู้พิพากษาว่า “ข้าพเจ้าสำนึกผิดกับสิ่งที่กระทำลงไป” ไม่มีทางแน่นอน
จงอย่าได้แปลกใจครับว่า ทำไมแกนนำสีเสื้อต่างๆ ต่างพร้อมใจรุมจวกข้อเสนอปรองดอง
แต่ถ้าจะหาปัจจัยที่ทำให้กระบวนการสร้างความปรองดองเดินหน้าไม่ค่อยได้ คงหนีไม่พ้นความจริงใจของรัฐบาลแต่ละชุด
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ (คปร.) คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)
แต่พอนายกฯ อภิสิทธิ์ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรทั้งที่การทำงานของคณะกรรมการเหล่านี้ยังไม่เสร็จสิ้นดี ทำให้งานทุกอย่างต้องชะงักลง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชนะเลือกตั้งในปี 2554
พอมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้ คอป.ทำงานต่อไปจนในที่สุดภารกิจก็ลุล่วง มีรายงานออกมาหนึ่งฉบับ อัดแน่นไปด้วยข้อมูลวิชาการและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง พร้อมกับข้อเสนอการสร้างความปรองดอง
ทว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล กลับหักด้ามพร้าด้วยเข่าผ่านการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอยสวนทางกับแนวทางของ คอป.
ส่วนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ สปช.ก็ไปตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง โดยให้ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เป็นประธาน
สปช.และคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ได้ทำงานจนสำเร็จและส่งข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปประเทศและการสร้างความปรองดองไปให้กับรัฐบาลตั้งแต่กลางปีที่แล้ว
คำว่า “ปรองดอง” เป็นวาทกรรมที่ถูกผลิตซ้ำขึ้นมาจนผมเองก็เริ่มสงสัยว่าเอกสารที่แต่ละได้รับไปนั้นได้เคยถูกเปิดอ่านบ้างหรือไม่ หรือถูกดองไว้ที่ห้องเก็บเอกสารภายในทำเนียบรัฐบาล







