
อันดับเครดิตไทย ฝากไว้กับการเมือง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ สถานการณ์แทบไม่แตกต่างจากเมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อนเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะการทบทวนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ ที่ช่วงต้นปีนี้หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจของไทย ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือองค์กรเศรษฐกิจชั้นนำของโลกอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เป็นต้น ต่างปรับลดตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงทั้งสิ้น
อาการปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี) ก็เกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เหมือนประวัติศาสตร์เศรษฐกิจจะซ้ำรอย จากการประเมินของทุกสำนักงานเห็นว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ต่ำกว่าประมาณการในรอบแรก เป็นเพราะการส่งออกเป็นตัวฉุดที่สำคัญ แต่ยังมีตัวช่วยจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ทุกหน่วยงานมองว่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ทรงตัวแต่ยังไม่ถึงกับทรุด ที่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจดับหมดทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคเอกชน และการเบิกจ่ายที่เหมือนจะเร็ว แต่ก็ยังช้าไม่เพียงพอจะดันให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจของไทยเพื่อสะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยที่แท้จริงที่เป็นเรื่องที่ดีมากกว่าเสีย ทำให้ภาคเอกชนปรับตัวได้รวดเร็วขึ้น และทำให้ภาครัฐสามารถหาทางแก้และเสริมมาตรการดูแลเศรษฐกิจได้ทันท่วงที
นอกจากการปรับลดจีดีพีของไทยจะเหมือนกันแล้ว ความเห็นของสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลกอย่างบริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ก็ได้ออกมาให้ความเห็นต่อภาวะเศรษฐกิจไทยว่า ได้ประเมินบรรยากาศด้านนโยบายในประเทศไทยยังไม่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เช่นเดียวกับความไม่แน่นอนอย่างมากทางการเมือง โดยครบรอบ 2 ปีหลังรัฐประหารเดือน พ.ค. 2557 รัฐบาลทหารยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าจะปฏิรูปประเทศไปในทิศทางใด โดยมีความพยายามที่จะยืดอายุการเลือกตั้งออกไป จากที่เคยกำหนดไว้กลางปี 2560
อย่างไรก็ดี เอสแอนด์พีมองว่าในที่สุดรัฐบาลปัจจุบันได้ผลักดันให้มีการพัฒนาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะนำไปสู่ความไม่แน่นอนในการเลือกตั้งรัฐบาล และทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอ โดย 5 ปีแรกหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ทหารภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะสามารถเป็นสมาชิกของรัฐสภาทั้งหมด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวยังกำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง ที่ส่งผลให้นักการเมืองคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่จะมีการลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ ในขณะที่ทหารได้ปกป้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ทั้งนี้ หากการประชามติมีการปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สัญญาว่าจะชะลอการเลือกตั้งครั้งใหม่เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จนกว่าจะชัดเจนในกลางเดือน เม.ย. 2560 อย่างเร็วที่สุดคาดว่ากระบวนการเลือกตั้งจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดิม ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยยังอ่อนแออย่างที่เป็นมาตั้งแต่มีการรัฐประหาร
นายกรัฐมนตรียังคงรักษาสัญญาที่จะเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งมากกว่าความคาดหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจเติบโต ไม่มีการรับประกันว่าเขาจะเขียนรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของนักการเมือง ส่งผลให้ความขัดแย้งทางการเมืองยังดำเนินต่อไป
แม้ว่าเอสแอนด์พีมีความคาดหวังเพียงเล็กน้อยที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจากโครงการสาธารณูปโภคและระบบการศึกษา และคงมีเพียงบรรยากาศการลงทุนและความเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเท่านั้นที่ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีถึง 3% เมื่อสิ้นปี 2558
อย่างไรก็ตาม ความไม่มั่นคงทางการเมืองได้บั่นทอนศักยภาพทางเศรษฐกิจ แม้กระทั่งความสามารถในการแข่งขันในการพัฒนาประเทศเมื่อเทียบกับเวียดนามและเมียนมาที่กำลังเปิดประเทศ แม้ว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังชะลอตัวและถูกกัดกร่อนจากอำนาจของรัฐในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
มุมมองของเอสแอนด์พีแทบไม่แตกต่างจากมุมมองเมื่อปีที่แล้ว ที่ประกาศคงอันดับเครดิตของไทยตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ระบุแนวโน้มเครดิตของไทยปีนี้ว่า เอสแอนด์พีคาดหวังว่าไทยจะรักษาจุดแข็งทางการเงินการคลังไว้ได้ ถึงแม้ว่ายังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เอสแอนด์พีอาจจะปรับลดเครดิตของไทย หากเสถียรภาพทางการเมืองแย่กว่าที่คาดไว้ รวมถึงปัจจัยชี้วัดทางเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศอ่อนแอยังมีนัยสำคัญ ในทางกลับกันหากทุกกลุ่มสามารถสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้เอสแอนด์พีก็เชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยก็จะดีขึ้น เป็นจุดแข็งให้กับเครดิตของประเทศไทย
จากการประเมินแนวโน้มเครดิตไทยของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก จะเห็นว่ายังคงให้ความสำคัญเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจที่ปัจจุบันเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก
ดังนั้น เครดิตของประเทศไทยจึงต้องฝากความหวังไว้กับการปฏิรูปทางการเมือง การเลือกตั้ง ที่สำคัญคือเรื่องการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล ต้องเร่งมือพลิกสถานการณ์เศรษฐกิจให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้หน่วยงานทางเศรษฐกิจคงการขยายตัว หรือปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ หากยังปล่อยให้เศรษฐกิจอ่อนแอ และทุกสำนักเรียงแถวปรับลดการขยายตัวอีกรอบ เครดิตของประเทศไทยก็จะเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี







