
ออก กม.คุมเลี่ยงภาษี
ต้องชื่นชมความพยายามของสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists : ICIJ) ในการสืบค้นและเปิดโปงบริษัทข้ามชาติกว่า 200 แห่ง และบุคคลชั้นนำระดับประเทศทั่วโลกในทุกแวดวง อาทิ นักการเมือง นักธุรกิจ ดารานักแสดง นักร้อง นักกีฬา ฯลฯ ที่ได้ไปใช้บริการของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนและกฎหมายชั้นนำของโลกอย่าง บริษัท มอสแซ็ค ฟอนเซกา แอนด์ โค ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศปานามา ให้ไปจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขต (Offshore Company) ในพื้นที่ปลอดภาษี ที่เรียกว่าศูนย์การเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากรระหว่างประเทศ
ต้องชื่นชมความพยายามของสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists : ICIJ) ในการสืบค้นและเปิดโปงบริษัทข้ามชาติกว่า 200 แห่ง และบุคคลชั้นนำระดับประเทศทั่วโลกในทุกแวดวง อาทิ นักการเมือง นักธุรกิจ ดารานักแสดง นักร้อง นักกีฬา ฯลฯ ที่ได้ไปใช้บริการของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนและกฎหมายชั้นนำของโลกอย่าง บริษัท มอสแซ็ค ฟอนเซกา แอนด์ โค ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศปานามา ให้ไปจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขต (Offshore Company) ในพื้นที่ปลอดภาษี ที่เรียกว่าศูนย์การเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากรระหว่างประเทศ
ในเอกสารที่เผยแพร่ออกมาหลายครั้ง มีผลกระทบต่อตัวบุคคลที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องไม่มากนัก ตามแต่การขยายความของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละประเทศที่จะนำเอาข้อมูลไปสืบสวนต่อว่า ผู้มีรายชื่อเหล่านี้ไปตั้งบริษัทในต่างประเทศเพื่ออะไร หากเป็นบุคคลที่เป็นนักธุรกิจ มีแหล่งที่ไปที่มาของเงินชัดเจนว่ามาอย่างไร ก็ไม่มีผลกระทบมากมาย แต่ในกรณีของบุคคลที่ใช้ช่องว่างตรงนี้กระทำการฟอกเงินคือนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด เงินที่ได้จากการคอร์รัปชั่นมาฟอกให้เป็นเงินสะอาด ก็เป็นเรื่องที่ควรจะต้องขยายผลและตรวจสอบ
สำหรับประเทศไทยและอีกหลายๆ ประเทศ ผู้ที่มีรายชื่อที่เกี่ยวข้องก็ดาหน้าออกมาอธิบายและปฏิเสธว่าการมีชื่ออยู่ใน ปานามา เปเปอร์ส นั้นไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายและไม่ได้ฟอกเงิน เพียงแต่ไปดำเนินการเพื่อต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นธุรกรรมที่ทำกันทั่วโลก ไม่ได้ผิดอะไร ผลพวงจากข้อมูลปานามา เปเปอร์ส ที่แรงที่สุดคือส่งผลให้นายกรัฐมนตรีของไอซ์แลนด์ต้องลาออกจากตำแหน่ง
นับตั้งแต่ได้มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับปานามา เปเปอร์ส เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หลายประเทศได้เพิ่มความพยายามในการต่อสู้กับการหลีกเลี่ยงภาษีของผู้นำทางการเมืองและธุรกิจ และผลักดันให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งเรื่องนี้หลายประเทศตื่นตัวที่จะดำเนินการ แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่เห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจะสนใจและหยิบยกเรื่องนี้มาหารือเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งที่การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน หากผู้มีหน้าที่เสียภาษีใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเศรษฐี บุคคลชั้นนำของประเทศ ก็ควรจะต้องมาทบทวนดูว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่
ประเทศไทยไม่มีกฎหมายที่จะจัดการกับผู้ที่หลีกเลี่ยงภาษีเพื่อลดภาระในการเสียภาษีของผู้เสียภาษีโดยเจตนาอย่างยิ่งยวด มีแต่บทลงโทษผู้ที่หนีภาษีใน พ.ร.บ.ประมวลรัษฎากรเท่านั้น ไม่มีกฎหมายป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีไว้ชัดเจน แต่ในบางประเทศเหมือนอย่างสหรัฐอเมริกา ที่ได้มีกฎหมายป้องกันการกระทำที่เลี่ยงภาษีที่บัญญัติไว้ชัดเจน ผู้มีรายชื่อปรากฏในปานามา เปเปอร์ส ก็จะเดือดร้อนที่จะต้องถูกจับตาว่าเป็นการเจตนาเลี่ยงภาษีหรือไม่
แต่การไม่มีกฎหมายไม่ได้หมายความว่าไม่ควรจะมีกฎหมาย หรือส่งเสริมให้บุคคลชั้นนำ เศรษฐี นักการเมือง ปกปิดหลบซ่อนทรัพย์สินไว้ในต่างประเทศ โดยไม่รายงานการรับรู้เงินได้นั้นให้สรรพากรไทยทราบ หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกระทรวงการคลังและรัฐบาลอาจจะต้องกลับมาคิดว่าการปฏิรูประบบภาษีด้วยการกวาดต้อนรายเล็กรายน้อยเข้าสู่ระบบให้เสียภาษี แต่กลับปล่อยให้รายใหญ่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายหลีกเลี่ยงการเสียภาษีหรือเสียภาษีให้น้อยที่สุด เป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจหรือไม่
รัฐบาลสามารถใช้ระบบภาษีอากร ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจได้ การเสียภาษีให้ถูกต้องเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ดังนั้นควรผลักดันให้มีการออกกฎหมายจัดการเรื่องนี้ เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บภาษีอากร







