
เปิดใจหนุ่มบุรีรัมย์เหยื่อตุ๋นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับมาระบาดอีกครั้งมีประชาชนย์ตกเป็นเหยื่อแก๊งหลอกทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้ เอ.ที.เอ็ม.เป็นจำนวนมาก
แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับมาระบาดอีกครั้งมีประชาชนย์ตกเป็นเหยื่อแก๊งหลอกทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้ เอ.ที.เอ็ม.เป็นจำนวนมาก
แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับมาระบาดอีกครั้งมีประชาชนย์ตกเป็นเหยื่อแก๊งหลอกทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้ เอ.ที.เอ็ม.เป็นจำนวนมาก ล่าสุดมีข้าราชการจ.บุรีรัมย์ รายหนึ่ง ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งดังกล่าวออกมาเปิดเผย เพื่อสกิดเตือนใจเป็นอุทธาหรณ์แก่ประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าวเด็ดขาด หลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้จนต้องสูญเงินไปกว่า 26,000 บาท และวันเดียวกันยังมีนักธุรกิจหญิงรายหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ตกเป็นเหยื่อแก๊งค์หลอกโอนเงินผ่าน เอทีเอ็ม. เช่นกัน
หนุ่มบุรีรัมย์รายนี้(ขอสงวนชื่อและนามสกุล) เล่าว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีผู้โทรศัพท์เข้ามาในมือถือโดยเป็นเบอร์ที่ปิดบังหมายเลข เมื่อกดรับเป็นโทรศัพท์อัตโนมัติแจ้งว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต 36,700 บาท ก่อนให้กด 1 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจึงหลงเชื่อแล้วกดหมายเลขตามที่แก๊งระบุ เพราะไม่ได้ใช้บัตรเครดิตใบนี้มานานแล้ว เนื่องจากได้ทำหายตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและได้แจ้งอายัติไว้แล้ว
เมื่อกดปรากฎว่ามีพนักงานพูดคุยด้วยโดยอ้างว่า เป็นหนี้บัตรเครดิตจริงโดยมีการระบุว่ารูดบัตรเพื่อซื้อโน๊ตบุคส์ และเบิกเงินจากบัตรเครดิต ซึ่งหากไม่ได้ใช้บัตรอาจเป็นไปได้ที่จะถูกมิจฉาชีพปลอมแปลงบัตรนำไปใช้ ก่อนโอนสายให้คุยกับนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ชื่อประยุทธ ซึ่งอ้างว่าทำหน้าที่ตรวจสอบแก๊งที่ปลอมแปลงใช้บัตรเครดิตจากนั้นแก๊งนี้ได้ให้บอกข้อมูลว่ามีบัญชีอยู่กับธนาคารใดบ้าง
หลังจากนั้นก็อ้างว่าเขามีบัญชีธนาคารอยู่ในธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งไม่ได้เปิดบัญชีไว้มาก่อน โดยอ้างว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีดังกล่าวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5 แสนบาท และยังอ้างว่าเขาอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งฟอกเงิน หรือขบวนการค้ายาเสพติด จึงเป็นต้องให้เขาอายัดบัญชีธนาคาร แล้วหลอกให้ไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่ออายัดบัญชี ทำให้หลงเชื่อเพราะเกรงจะเป็นเหยื่อของแก๊งฟอกเงินจริง จึงยอมไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อทำตามขั้นตอนของมิจฉาชีพแก๊งนี้ที่บอกทุกขั้นตอนจนต้องสูญเงินในเอทีเอ็มไปจนเกลี้ยงบัญชีกว่า 26,000 บาท
เหยื่อแก๊งค์หลอกโอนเงินทางเอทีเอ็ม ยังกล่าวอีกว่า แม้จะได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับแก๊งค์โอนเงินทางเอทีเอ็มตลอด แต่การพูดของแก๊งนี้น่าเชื่อถือว่า มีการพูดโน้มน้าวจนหลงคล้อยตาม โดยเฉพาะการอ้างว่าอาจตกเป็นเหยื่อแก๊งค์มิจฉาชีพต่างๆ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อละมีความกังวลเกรงจะเป็นหนี้จึงหลงเชื่อ ถูกหลอกให้โอนเงิน
"เชื่อว่าแก๊งดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการในการพูดให้เหยื่อหลงเชื่อไปเรื่อย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงจังในการกวาดล้างและจับกุมแก๊งค์ดังกล่าวให้หมดสิ้น และขอเตือนประชาชนให้ฉุดคิดและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ อย่างรัดกุม” เหยื่อผู้เสียหายออกมาระบุ







