posttoday
"วิษณุ"พร้อมพิจารณาข้อเสนอ"เสรี"

"วิษณุ"พร้อมพิจารณาข้อเสนอ"เสรี"

10 พฤษภาคม 2559

วิษณุ เผยรัฐบาล พร้อมพิจารณาข้อเสนอ"เสรี" เรื่องกฎหมายปรองดอง โดยยึด 3หลักการ – เผยใช้ ม.44 ปลดผู้ว่าฯ กทม.ได้ต่อเมื่อจำเป็น

วิษณุ เผยรัฐบาล พร้อมพิจารณาข้อเสนอ"เสรี" เรื่องกฎหมายปรองดอง โดยยึด 3หลักการ – เผยใช้ ม.44 ปลดผู้ว่าฯ กทม.ได้ต่อเมื่อจำเป็น


เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ที่เสนอกฎหมายรอการกำหนดโทษเพื่อความปรองดอง ว่า  เบื้องต้นตนเองยังไม่ทราบและยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่เคยพบ กับนายเสรีก็ได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องดังกล่าวซึ่ง ตนก็ได้บอกให้ไปศึกษาเพราะอะไรที่เป็นแนวทางการสร้างความปรองดองรัฐบาลก็ยินดี เพราะการปรองดองถือเป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลได้มีการคิดไว้ แต่ถึงอย่างไรก็อยากฟังในส่วนของ สปท. ด้วย ซึ่งถ้าหากนายเสรี ได้มีการศึกษาเรื่องนี้มาอย่างดีและมีความชัดเจนแล้ว ก็ขอให้เสนอมายังรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญควรที่จะต้องได้รับการยอมรับพอสมควรด้วย เพราะเมื่อคิดจะปรองดองแต่หากวิธีคิดยังไม่ได้ ก็อาจจะเป็นความแตกแยกใหม่ต่อไปซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่สมควร แต่ขณะนี้ส่วนตัวเข้าใจว่า กรรมาธิการฯ อยู่ในช่วงระดมความเห็นมากกว่า เพราะเท่าที่ทราบสมาชิกที่อยู่ในคณะเดียวกันก็ออกมาเปิดเผยว่ายังไม่เคยพูดคุยเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ จึงทำให้รัฐบาลยังไม่สามารถพูดอะไรได้  แต่ถ้าหากนายเสรี ต้องการนัดหารือ ตนก็พร้อมยินดีแต่จะควรเป็นการช่วยคิดแนวทางความเป็นไปได้ เพราะถ้าหากเป็นไปไม่ได้ส่วนตัวก็จะแจ้งให้ทราบอีกที

“ ส่วนของรัฐบาลที่ยังติดอยู่ 3เรื่อง อาทิ  1.กระบวนการ 2.เวลาที่เหมาะสม 3.การยอมรับจากประชาชนว่ามีมากเพียงพอหรือไม่ แต่ถ้าในขณะนี้จะเป็นการโยนหินถามทางก็สามารถทำได้ ไม่เป็นไร แต่ก็ต้องถือว่าเป็นหลักการที่ดี ที่จะสร้างความปรองดอง แต่ขณะนี้เท่าที่ฟังดูก็ยังมีคนเห็นต่างในวิธีการนี้ ซึ่งยังไม่รู้ว่าวิธีการเหล่านั้นตั้งใจจะเอาจริง หรือแค่ถามสุ่มๆไปอย่างนั้น  แต่ถึงอย่างไรปัญหามันอยู่ที่ว่า จะดำเนินการโดยให้คดีใดเข้ามาอยู่ในข่ายบ้าง บุคคลประเภทใด ซึ่งผู้กระทำผิดมีอยู่หลายประเภท ทั้ง ตัวการ ผู้สนับสนุน จึงต้องดูว่าจะเอาใครกันแน่ และรายละเอียดของกระบวนการเป็นอย่างไร เพราะหากใช้คำว่าชะลอการกำหนดโทษ หรือพักการลงโทษความหมายก็จะต่างจากที่เคยพูดกัน เพราะถ้าพูดถึงการอภัยโทษ หรือนิรโทษกรรม จะหมายความว่า การที่ทำไปแล้วไม่เป็นความผิด หรือผิดแต่ไม่มีโทษ ซึ่งสรุปได้ว่าไม่จำเป็นต้องไปศาล ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางที่ผู้คนคัดค้าน วันนี้จึงมีการคิดว่าจะทำอย่างไร เพื่อทำให้คดีต่างๆไปศาล และผู้ที่กระทำผิดสารภาพต่อศาลว่าทำผิด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยทำมา "นายวิษณุ กล่าว

ส่วนจะต้องนำมาตรา44 มาใช้ในการล้างผิดหรือโทษหรือไม่นั้น รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า  ขออย่าพึ่งพูดถึงในส่วนนี้ เพราะ ม.44เป็นเพียงพิธีการ ซึ่งจะต้องรอให้หลักการจบเสียก่อน เช่นเดียวกับกรณี การตรวจสอบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายวิษณุ ชี้ว่า ขออย่าพึ่งพูดถึงเรื่องวิธีการ แต่ควรพูดว่า ผู้ที่ถูกกล่าวถึงกระทำความผิดเข้าข่ายหรือไม่ แต่ถ้าเมื่อไม่มีวิธีการอื่นดำเนินการแล้วจึงค่อยมาพูดถึงเรื่อง ม.44 เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่อง 2มาตราฐาน เพราะที่ผ่านมา ม.44เคยใช้พักงานกับบุคคลแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่มีการกล่าวหามานาน ไม่ใช่พึ่งเป็นเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้น จึงได้มีคำสั่งพักงานลงไปทันที แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ไม่ใช้รัฐบาลจะไม่ทำแต่เมื่อมีความจำเป็นก็ต้องทำ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท