
ศอฉ.ยันพธม.ชุมนุมไม่ได้
ศอฉ.ยันพันธมิตร ชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ค้านปมเขาพระวิหารไม่ได้ ผิดพรก.ฉุกเฉิน ด้าน นครบาล สั่งเตรียมแผน กรกฎ52-ธันวา 52 รับมือ
ศอฉ.ยันพันธมิตร ชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ค้านปมเขาพระวิหารไม่ได้ ผิดพรก.ฉุกเฉิน ด้าน นครบาล สั่งเตรียมแผน กรกฎ52-ธันวา 52 รับมือ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศอฉ.ได้พิจารณาถึงกรณีที่กลุ่มภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทพระวิหาร, เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ จะเดินทางมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลวันพรุ่งนี้(7 ส.ค.) เพื่อคัดค้านเรื่องการเซ็น MOU ปี 43 รวมถึงกรณีการออกมาเรียกร้องปกป้องปราสาทเขาพระวิหารนั้น คงไม่สามารถจัดการชุมนุมดังกล่าวได้ เนื่องจากขณะนี้ยังในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังอยู่ระหว่างการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
การชุมนุมดังกล่าวจึงถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาว่าบังคับใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน อย่างไรก็ดี และหากทางกลุ่มฯ ยังฝ่าฝืนจะชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ก็คงต้องมีบทลงโทษไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ศอฉ.ได้สอบถามไปยังฝ่ายอัยการซึ่งเป็นกรรมการอยู่ใน ศอฉ.ก็ได้รับคำตอบว่า แม้ทางกลุ่มจะอ้างว่าเป็นการชุมนุมตามสิทธิในกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า การดำเนินการใดๆ ก็ตามจะต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ซึ่งขณะนี้พื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยู่จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ศอฉ.ยังเห็นว่า รัฐบาลควรจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และเปิดโอกาสให้ตัวแทนของกลุ่มภาคีเครือข่าย และกลุ่มพันธมิตรฯได้เข้าไปหารือในเรื่องดังกล่าวกับรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้โทรศัพท์ไปหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อขอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้มีตัวแทนจากเครือข่ายเข้าไปเจรจากับรัฐบาลที่ทำเนียบฯ ในช่วงเย็นวันนี้
โฆษก ศอฉ.ยังกล่าวถึงโครงการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนว่า ถือเป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งมี 3 หน่วยงานหลักรับผิดชอบ คือ ตำรวจนครบาล, กองทัพภาค 1 และกทม. โดยจะเป็นการอบรมและให้ความรู้แก่เทศกิจ, พนักงานเก็บขยะ, ซาเล้ง, คนขับรถตู้ และพนักงานรักษาความปลอดภัย ในเรื่องการสังเกตวัตถุต้องสงสัย วิธีการปฏิบัติหลังจากพบวัตถุต้องสงสัย รวมถึงแนวทางในการแจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐได้รับทราบ เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีคำสั่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ยึดถือแนวทางและการปฏิบัติตามนัยแผนรักษาความสงบ "กรกฎ 52" นโยบายการจัดการเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องและแผนรักษาความปลอดภัยพื้นที่กรุงเทพมหานคร "ธันวา 52"
นอกจากนี้ เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติสอดคล้องกับสถานการณ์การชุมนุม มีการกำหนดรายละเอียดในการปฏิบัติเพิ่มเติมไว้ คือ ปรับระดับ ศปก.นครบาล เป็นสถานการณ์ระดับ 2 ตั้งศูนย์ที่อาคารทำการ บช.น. เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูล เหตุการณ์ เสนอผู้บังคับบัญชาในการพิจารณาสั่งการปฏิบัติ รวมถึงควบคุมสั่งการพื้นที่ปฏิบัติการในภาพรวม
สำหรับการจัดตั้ง ศปก.สน. มอบหมายให้ บก.น.1 พิจารณา และประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องจัดตั้ง ศปก.สน. ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่การชุมนุม กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจัดกิจกรรมในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณทำเนียบรัฐบาลโดยจัดเตรียมกำลังพล เครื่องมืออุปกรณ์ทำหน้าที่เป็นจุดรับรายงานตัว ส่งมอบชี้แจงภารกิจกำลังพลที่ปฏิบัติในพื้นที่ และเป็นศูนย์ควบคุมสั่งการกำลังพล
ทั้งนี้ ให้แจ้งที่ตั้ง ศปก.สน. และ ช่องทางการสื่อสาร รายงานเหตุการณ์กับศปก.น. ภายในเวลา 12.00 น. วันที่ 6 ส.ค. พร้อมให้ทุกหน่วย ติดตามสถานการณ์ทางการข่าว และความเคลื่อนไหวของมวลชนอย่างใกล้ชิด ประเมินสถานการณ์ และเพิ่มความเข้มในการป้องกัน ระวังเหตุ การรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคลสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ







