
คัด150แฟรนไชส์บุกอาเซียน
“พาณิชย์” เล็งคัดแฟรนไชส์ไทย 150 ราย เจาะตลาดอาเซียนเพิ่มชี้ช่องหาพันธมิตรร่วมทุน
“พาณิชย์” เล็งคัดแฟรนไชส์ไทย 150 ราย เจาะตลาดอาเซียนเพิ่มชี้ช่องหาพันธมิตรร่วมทุน
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมมีแผนที่จะนำผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทย ที่มีศักยภาพขยายตลาดสู่ต่างประเทศจำนวน 150 ราย หลังจากได้รับงบประมาณเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าเจาะตลาดอาเซียนเพิ่ม 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยจะเริ่มพาธุรกิจแฟรนไชส์ไปเจาะตลาดเมียนมาวันที่ 11-13 พ.ค. และฟิลิปปินส์วันที่ 22-24 ก.ค.
“มั่นใจว่าธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยจะออกไปบุกเจาะตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะตลาดอาเซียนรู้จักสินค้าและบริการของไทยเป็นอย่างดี และที่สำคัญเริ่มรู้จักแฟรนไชส์สัญชาติไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะมีหลายๆ รายที่ไปขยายธุรกิจได้ก่อนหน้านี้และประสบความสำเร็จ โดยจนถึงปัจจุบันออกไปได้แล้วถึง 22 ราย ใน 37 ประเทศ และในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นประเทศในอาเซียน” น.ส.ผ่องพรรณ กล่าว
ทั้งนี้ เท่าที่ตรวจสอบในเบื้องต้น แฟรนไชส์ที่จะออกไปเจาะตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น เช่น ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และ Sukishi Buffet ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมลงทุนของประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับแฟรนไชส์ไทย 22 รายที่ออกไปขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศจำนวน 37 ประเทศแล้ว ได้แก่ Black Canyon ไปอินโดนีเซีย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์เมียนมา สิงคโปร์ ยูเออี กัมพูชา มาเลเซีย Chester Grill ไป สปป.ลาว Mango Tree ไปญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อังกฤษ ยูเออี อินโดนีเซีย ฮ่องกง อินเดีย อเมริกา จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย The Coffee Maker ไปกัมพูชา The Pizza Company ไปบาห์เรน ยูเออี โอมาน ซาอุดิอาระเบีย จีน ลาว เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณ ไปเมียนมา ออสเตรเลีย
รวมทั้งโชคดี ติ่มซำ ไปเมียนมาอีซี่ส์ EZ’s ไป สปป.ลาว เดอะ วอฟเฟิล ไปมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ยูเออี เย็นตาโฟทรงเครื่องมัลลิกา ไป สปป.ลาว เอ็นแอนด์ บี พิซซ่าเครป ไป สปป.ลาว Moly Care ไป สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ภูฏาน Clay Works ไปสิงคโปร์ Smart Brain ไปปากีสถาน คูเวต ซาอุดิอาระเบีย ตูนิเซีย กัมพูชา อังกฤษ จีน อินเดีย อเมริกา สิงคโปร์ Smart English ไปอินโดนีเซีย Aromavera Spa ไปบังกลาเทศ จีน ออสเตรีย และพัชรสปา ไปอิตาลี
น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยจำนวน 1,523 ราย แยกเป็นนิติบุคคล 1,234 ราย บุคคลธรรมดา 289 ราย และในจำนวนนี้แฟรนไชส์ที่เป็นนิติบุคคลได้ส่งงบการเงินจำนวน 961 ราย คิดเป็น 79% โดยมีทุนจดทะเบียนรวม 59,502 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 2,169,077 ล้านบาท และมีรายได้รวม 645,798.43 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากทั้งธุรกิจแฟรนไชส์และรายได้อื่นของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม หากมองเฉพาะมูลค่าการตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ จะมีประมาณ 2.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 9% ของธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดในประเทศไทย ขณะที่ในสหรัฐมูลค่าของธุรกิจแฟรนไชส์คิดเป็น 54% ของธุรกิจค้าปลีก จึงยังมีโอกาสในการขยายตัวได้เพิ่มขึ้น







