posttoday
สมคิดดึงฮ่องกงลงทุนดิจิทัล

สมคิดดึงฮ่องกงลงทุนดิจิทัล

09 พฤษภาคม 2559

“สมคิด” คุยกลุ่มทุนฮ่องกง สนใจลงทุนธุรกิจดิจิทัล ชูแผน 5 ปี ลงทุน 4-5 หมื่นล้าน

“สมคิด” คุยกลุ่มทุนฮ่องกง สนใจลงทุนธุรกิจดิจิทัล ชูแผน 5 ปี ลงทุน 4-5 หมื่นล้าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายริชาร์ด ลี ผู้บริหารบริษัท “PCCW” ผู้ประกอบธุรกิจด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของฮ่องกง โดยนายลีระบุว่ามีความสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนในการตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการลงทุนขยายธุรกิจเพิ่มเติมจากที่บริษัทในเครือของนายลีได้มีการลงทุนธุรกิจประกันชีวิต ING ในประเทศไทยอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ได้ชี้แจงให้นายลีทราบว่าแผนการลงทุนดังกล่าวถือว่าสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมการลงทุนด้านโทรคมนาคมการสื่อสาร และดิจิทัลบรอดแบนด์ ซึ่งในระยะ 5 ปีข้างหน้าจะมีการลงทุนในด้านนี้ไม่ต่ำกว่า 1,200-1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.2-5.2 หมื่นล้านบาท) โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค โดยสามารถสร้าง
ความเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตกับภูมิภาคและประเทศอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงผ่านประเทศสิงคโปร์เหมือนในปัจจุบัน

นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุน และบริษัทขนาดใหญ่ที่ให้ความสนใจมาเปิดบริษัทสำนักงานใหญ่ข้ามชาติ (IHQ) มากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเรื่องที่ตั้ง มีสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม และมีเสถียรภาพทางการเมืองมากขึ้น โดยภายหลังจากที่ผู้บริหารแอร์เอเชียมาเข้าพบนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ก่อน และให้ความสนใจที่จะนำบริษัทแอร์เอเชียที่สิงคโปร์มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย รวมทั้งร่วมมือกับการบินไทยในการทำธุรกิจร่วมกัน โดยในวันที่ 11 พ.ค.นี้ตนจะเดินทางไปเปิดสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จากประเทศจีนที่จะมาเปิดที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก

“ภายหลังการจัดงานสตาร์ท อัพ ไทยแลนด์ 2016 ทำให้เกิดกระแสความสนใจและตื่นตัวในธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเศรษฐกิจที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันการพัฒนาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 25 พ.ค.ที่จะถึงนี้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Digital Day” เพื่อให้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่สามารถนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ รวมทั้งยกระดับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น” นายสมคิด กล่าว

สำหรับอีกคลัสเตอร์หนึ่งที่มองว่าจะมีการผลักดันให้ไปสู่การเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ คือ ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวซึ่งประเทศไทยมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว หากนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงไอซีทีจะมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับสถาบันการศึกษาสองแห่งคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าฯ ลาดกระบัง ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ เพื่อให้สถาบันศึกษาทั้งสองแห่งช่วยพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้น

ขณะที่ในวันที่ 27 พ.ค.ที่จะถึงนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะลงนามเอ็มโอยูร่วมกับบริษัทเอกชน ได้แก่ บริษัทในเครือมิตรผล เบทาโกร ไทยเบฟเวอเรจ และสถานศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหาร (Food Innopolis) ร่วมกัน โดยใช้สถานที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตเป็นที่ตั้งของ Food Innopolis แห่งแรกของประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท