posttoday
คณะผู้แทนไทยเตรียมแจงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนต่อยูเอ็น11พ.ค.

คณะผู้แทนไทยเตรียมแจงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนต่อยูเอ็น11พ.ค.

08 พฤษภาคม 2559

ปลัดยธ.เตรียมนำคณะผู้แทนไทยแจงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนต่อยูเอ็น 11พ.ค.นี้ พร้อมจัดงบ 60 ล้าน ซื้อเครื่องบอดี้สแกนลดภาระการล้วงควักตรวจค้นภายในผู้ต้องขัง

ปลัดยธ.เตรียมนำคณะผู้แทนไทยแจงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนต่อยูเอ็น 11พ.ค.นี้ พร้อมจัดงบ 60 ล้าน ซื้อเครื่องบอดี้สแกนลดภาระการล้วงควักตรวจค้นภายในผู้ต้องขัง

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยการพิจารณาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชา ชาติว่า ทุกรอบ4 ปี แต่ละประเทศสมาชิกจะต้องเข้ารายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนต่อองค์การสหประชาชาติ  (ยูเอ็น) ที่กรุงเจนีวา โดยในวันที่ 11 พ.ค.นี้. ตนจะนำคณะผู้แทนไทยเข้าอ่านรายงานประเทศไทย ซึ่งวิธีการจะเป็นการรายงานของ 3 ฝ่าย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง เริ่มจากฝ่ายตัวแทนประเทศไทยอ่านรายงานความยาว 21 หน้ากระดาษ ต่อด้วยรายงานฝ่ายประชาสังคมซึ่งครอบคลุมกว้างกว่าเอ็นจีโอ 10 หน้ากระดาษ และรายงานจากผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอิสระของยูเอ็น 10 หน้ากระดาษ

"การเข้ารายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยของทั้ง3 ฝ่าย จะไม่มีบรรยากาศของการซักถามที่รุนแรง ไม่มีการตัดสินแพ้ชนะ ผ่านหรือไม่ผ่าน แต่เป็นการซักถามถึงสถานการณ์ในทุกๆด้าน มุ่งเน้นให้เห็นถึงพัฒนาการจาก 4 ปีที่ผ่านมา และนำข้อทักท้วงกลับมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อนำกลับไปรายงานต่อยูเอ็นในอีก 4 ปีข้างหน้า"นายชาญเชาว์กล่าว

ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาในรายงานของประเทศไทยครอบคลุมสิทธิมนุษยชนด้านต่างๆ เช่น สิทธิของผู้ใช้แรงงาน สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สิทธิในด้านสุขภาพและการสาธารณสุข เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และความจำเป็นที่ต้องคงไว้ซึ่งโทษประหารชีวิต โดยทางการไทยพร้อมรับฟังข้อบกพร่องต่างๆ เพื่อนำกลับมาพิจารณาแก้ไขต่อไป

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการระบุว่ามีการละเมิดสิทธิผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ ผ่านการตรวจค้นภายในร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการซุกซ่อนสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำนั้น กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบไปยังกรมราชทัณฑ์พบว่าในปีนี้มีงบประมาณ 60 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อเครื่องสแกนบุคคล (บอดี้สแกน) โดยทัณฑสถานหญิงกลางเป็นเรือนจำแห่งแรกๆ ที่จะนำเครื่องเข้าไปติดตั้ง เพื่อลดภาระในการตรวจค้นร่างกาย แต่การค้นตัวภายนอกด้วยวิธีการลูบลำตัวแขนขายังเป็นสิ่งที่ต้องพึงกระทำ ส่วนการตรวจร่างกายด้วยการล้วงควักจะกระทำเฉพาะรายที่เข้าเครื่องสแกนแล้วต้องสงสัยว่ากลืนหรือซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในเรือนจำ. ซึ่งการตรวจค้นภายในจะไม่ต้องไม่ใช่การอนาจาร ทำร้ายร่างกาย หรือกลั่นแกล้ง

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ