
ฮิปสเตอร์สอนน้อง
ภาพชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมใส่เสื้อฮาวาย กางเกงสีน้ำตาล ขาสั้น รองเท้าแตะ มือซ้ายสวมนาฬิกาเรือนทอง
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
ภาพชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมใส่เสื้อฮาวาย กางเกงสีน้ำตาล ขาสั้น รองเท้าแตะ มือซ้ายสวมนาฬิกาเรือนทอง กำลังคีบบุหรี่สัญชาติอเมริกัน มือขวาถือแก้วกาแฟยี่ห้อดัง โดยมีฉากหลังเป็นท้องทะเลสีคราม พร้อมข้อความบนสเตตัสเฟซบุ๊กว่า
“ร่างกายต้องการทะเล เย๊...เย...”
ผมยิ้มมุมปากอย่างนึกขำ ขำเพราะว่า เมื่อวันก่อนชายหนุ่มสุดฮิปสเตอร์คนนี้เพิ่งโทรศัพท์มายืมเงิน โดยให้เหตุผลน่าเห็นใจว่า ถังแตก ไม่มีเงินใช้ เงินเดือนออกแล้วจะรีบคืนให้ น้ำเสียงดูร้อนรนเป็นทุกข์ ราวกับกำลังโดนแก๊งมาเฟียตามทวงหนี้
ถามว่าโกรธไหม ไม่ถึงกับโกรธ เพราะมันคือรุ่นน้องที่ผมรักมากที่สุดคนหนึ่ง สันดานเป็นเยี่ยงไรเรารู้เช่นเห็นชาติกันดี แต่รู้สึกเสียดายนิดๆ ว่า เงินที่ผมให้ยืมไปคงวอดวายไปกับค่าค็อกเทล ค่าห้องพักสวีท ค่าดินเนอร์ซีฟู้ด ค่าบานาน่าโบ้ต ค่ากาแฟดริป และอีกสารพัดค่าห่าเหวตามรสนิยมเท่ๆ ของมัน
เห็นไอ้หนุ่มฮิปสเตอร์คนนี้แล้วนึกถึงตัวเองสมัยก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนเพิ่งเรียนจบทำงานใหม่ๆ เงินเดือนหมื่นเศษ แต่ความรู้สึกของเด็กอายุ 20 ต้นๆ ที่เคยแบมือขอเงินพ่อแม่มาตลอด มันช่างยิ่งใหญ่และมีความหมาย พอได้กำเงินหมื่นในมืออย่างอิสรเสรี เลยเห็นช้างตัวเท่าหมู รู้สึกมั่นใจ เหมือนคาวบอยหนุ่มหน้าเปื้อนสิวได้รับของขวัญจากพ่อเป็นปืนกระบอกแรกในชีวิต
ขึ้นชื่อว่าปืน มีแล้วก็คันมือ อยากยิงแม่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
ผมใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย นั่งแท็กซี่ขึ้นทางด่วนไปทำงานทุกวัน กินข้าวบนห้าง เข้าออกร้านเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าหนัง ราวกับเน็ตไอดอลผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งตัว ตกกลางคืนไปนั่งแอ็กอาร์ตตามร้านเหล้า สร้างบารมีกับบ๋อยด้วยการแจกทิป บางคืนใจเปลี่ยวก็เรียกพรรคพวกมาร่วมคลายเหงา เลี้ยงอย่างไม่กลัวหมดเปลือง เลี้ยงยันโต๊ะข้างๆ ที่ไม่เคยรู้จักกัน ก่อนจะสลบไสลกลับบ้านโดยจำอะไรไม่ได้เลยในวันรุ่งขึ้น วันหยุดบางวันก็นั่งรถไปตากลมชายทะเล กินกุ้งหอยปูปลา จิบเบียร์เย็นๆ ชีวิตช่างสุขล้น
เงินหมื่นต้นๆ ใช้ไม่ถึงสัปดาห์ก็เกลี้ยง ลูกเทวดาอย่างผมต้องยิ้มแห้ง คลานไปขอเงินพ่อแม่ จากเคยตักเตือน ชี้แนะสั่งสอน หลังๆ เริ่มด่าแรง หนีหน้าหนักเข้าก็ไม่รับโทรศัพท์ ไอ้เราเลยต้องบากหน้าไปยืมเพื่อนต่อ คนไหนใจดีโอนให้ทันทีไม่มีอิดออด คนไหนเขี้ยวๆ หน่อยก็โยกโย้ ตั้งเงื่อนไขวุ่นวาย สุดท้ายโอนให้อย่างเสียไม่ได้
ขณะเดียวกัน มีรุ่นพี่ย้ำเตือนเสมอว่า อย่าทำบัตรเครดิต เดี๋ยวจะรู้ว่านรกมีจริง ชีวิตของพี่คนนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ เขาเคยทำงานฟรีอยู่หลายปีเพื่อนำเงินเดือนเกือบทั้งหมดไปใช้หนี้ที่กู้มาโปะบัตรเครดิตกว่าครึ่งล้าน แต่ด้วยความคะนอง โง่ และโอหัง สุดท้ายผมตัดสินใจทำบัตรเครดิตมาใส่กระเป๋าติดตัวไว้โก้ๆ
ผมรูดบัตรเครดิตคล่องเหมือนนางระบำเต้นรูดเสา รู้ตัวอีกที บัตรนี้วงเงินเต็ม บัตรใหม่ถูกส่งมาแล้วไม่นานวงเงินก็เต็มอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหนี้ทับถมเป็นหลักแสน ยิ่งมีบัตรเครดิต ชีวิตที่ลงต่ำอยู่แล้วจึงไม่ต่างกับการที่เดินๆ อยู่ แล้วหันมากระโดดลงลิฟต์ดำดิ่งสู่หุบเหวแห่งความฉิบหายได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
จำได้ไม่ลืมถึงวันที่โทรไปยืมเงินเพื่อน แล้วเจอสวนกลับมาว่า แหม พ่อแฟชั่นนิสต้า พ่อเซเลบ ชีวิตดี๊ดี มึงยังมายืมตังค์กูอีกเหรอ หน้าชามาถึงทุกวันนี้ จำได้ไม่ลืมถึงวันเดินเข้าห้างไปรูดบัตรกินร้านอาหาร แถมยังรูดซื้อข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตไปกักตุน เพราะไม่มีเงินสดติดตัวสักบาท จำได้ไม่ลืมวันที่ตัดสินใจหักบัตรเครดิตทิ้ง จะโทรไปยกเลิกก็ทำไม่ได้เพราะยังใช้หนี้เขาไม่หมด ต้องกล้ำกลืนฝืนทนชดใช้หนี้เกือบสองปีเศษกว่าจะเป็นไท
ณ ปัจจุบัน วันที่เลิกนิสัยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไร้สาระ ปลดแอกจากบัตรเครดิต ไม่มีหนี้สินรุงรังเหมือนก่อน หันมาใจจดใจจ่อขยันทำงาน เที่ยวกินดื่มน้อยลง ช็อปปิ้งอย่างมีสติมากขึ้น เก็บเงิน ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ชีวิตยามนี้จึงปลอดโปร่ง เบาสบาย
กลับมาที่ภาพฮิปสเตอร์รุ่นน้องในเฟซบุ๊ก ผมไม่รู้สึกโกรธแม้แต่นิดเดียว เพราะรู้ เข้าใจ และเคยผ่านมาก่อน ชีวิตฮิปสเตอร์รุ่นน้องวันนี้ก็เหมือนเงาสะท้อนของฮิปสเตอร์รุ่นพี่เมื่อสิบปีที่แล้ว
ในฐานะผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน อยากจะบอกว่าไอ้น้องเอ๋ย วันหนึ่งเอ็งจะได้เจอประสบการณ์อย่างที่พี่เจอ เลือดตาเอ็งจะแทบกระเซ็นกว่าจะผ่านมันมาได้ และสุดท้ายประสบการณ์นั้นจะมอบบทเรียนชีวิตอันล้ำค่าให้เอ็งอย่างไม่มีวันลืม
“โชคดีโว้ย ฮิปสเตอร์”
ผมกดไลค์ใต้ภาพ พร้อมอวยพรในใจเบาๆ







