posttoday
เถ้าแก่เข้าห้องขัง

เถ้าแก่เข้าห้องขัง

07 พฤษภาคม 2559

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ผมเริ่มธุรกิจโรงงานยางในขณะที่ผมมีหนี้ มีภาระเลี้ยงดูครอบครัวขนาดใหญ่ ธุรกิจทำประตูหน้าต่างยังคาราคาซัง และธุรกิจยางที่เพิ่งเริ่มต้นก็ยังขาดทุน เพราะสูตรที่ได้มาจริงๆ มีต้นทุนสูงมากจนหากำไรไม่ได้ แต่ผมยังฮึดสู้ต่อไป

หลายคนอาจสงสัยว่า ผมเอาเงินที่ไหนมาหมุนทำธุรกิจ ผมก็อาศัยการกู้เงิน บางทีต้องแลกเช็คโดยยอมเสียดอกเบี้ยแพงๆ แม้จะรู้ว่าเสี่ยงไม่ใช่น้อย

หลายครั้งผมถูกตำรวจจับขึ้นโรงพักมาแล้วหลายแห่ง อาทิ โรงพักพระโขนง โรงพักพระยาไกร โรงพักบางซื่อ โรงพักนางเลิ้ง เพราะไม่มีเงินจ่ายตามเช็ค หรือที่เรียกกันว่าปล่อย “เช็คเด้ง” นั่นแหละ ซึ่งก็มีทั้งเคลียร์กันได้และเคลียร์กันไม่ได้

ผมมีประสบการณ์เข้าห้องขังหลายแห่งด้วยเช่นกัน เคยลิ้มรสของการสิ้นอิสรภาพ แต่ได้รับความช่วยเหลือจากนายตำรวจและผู้ใหญ่ที่ผมนับถือมาช่วยประกันตัวออกได้ทุกครั้ง อย่างมากอยู่ในห้องขังไม่กี่ชั่วโมง แต่มีครั้งหนึ่งที่ผมรู้สึกแย่มาก เพราะจำนวนเงินไม่มากและเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี

วันนั้นเป็นวันที่ผมหมุนเงินไม่ทัน ทำให้เช็คที่ตีไปมีปัญหา ผมขอจ่ายให้บางส่วน แล้วจะรีบหาส่วนที่เหลือให้ภายหลัง แต่ปรากฏว่าตกลงกันไม่ได้ เจ้าหนี้ไม่ยอม ยื่นคำขาดว่า “ถ้าไม่ได้เงินหนึ่งหมื่นบาทก็ไม่ต้องพูดกัน ให้ตำรวจดำเนินการไปตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด!” แถมยังบอกด้วยว่าจะเล่นงานผมให้ถึงที่สุด ผมต้องติดคุกหัวโตแน่ๆ เพราะเขาเตรียมทำเรื่องส่งฟ้องศาลแล้ว

ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าเจ้าหนี้ไม่ได้ขู่ เขาพูดจริงทำจริงแน่ แต่ชั่วโมงนั้นผมมืดแปดด้าน ติดต่อทั้งนายตำรวจและผู้ใหญ่ไม่ได้เลย ไม่รู้จะติดต่อใครแล้ว ต้องยอมถูกตำรวจจับเข้าห้องขังเพราะไม่มีเงินจ่าย

ผมมองดูชิวบ๊วยและภวัฒน์ที่พยายามเข้าไปขอร้องตำรวจให้ปล่อยตัวผม แต่ไม่เป็นผล แม้เจ้าหน้าที่จะแสดงความเห็นใจ แต่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ในเมื่อเจ้าทุกข์ไม่ยอม ผมก็ต้องถูกคุมขัง สุดท้ายชิวบ๊วยต้องเดินหน้าเศร้า น้ำตาคลอ พาลูกมายืนเกาะลูกกรงโรงพักบางซื่อ

ภวัฒน์มองหน้าผม น้ำตาร่วงผล็อย “ทำไมตำรวจต้องจับพ่อ พ่อไม่ได้ทำผิดอะไร พ่อขยันทำงาน พ่อรักลูก รักครอบครัว พ่อไม่ใช่ผู้ร้ายสักหน่อย”

ผมสงสารลูก อยากร้องไห้ออกมาในตอนนั้น แต่ต้องกลั้นเอาไว้ พูดไม่ออก กัดริมฝีปากแน่นปวดใจ แค้นใจเกินจะทน ทำไมผมต้องมาเจอแบบนี้ ผมเคยสัญญากับตัวเองแล้วว่า จะไม่เข้ามาอยู่ในกรงขังเด็ดขาด แต่ผมทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ ต้องเดินเข้าเดินออกห้องขังอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ใช่ไหม

ผมอยากร้องไห้ ตะโกนปล่อยความอัดอั้นในใจออกมา แต่ไม่สามารถทำได้ต่อหน้าลูกและชิวบ๊วย ผมไม่อยากทำตัวอ่อนแอให้ทั้งคู่เห็น ไม่อยากให้พวกเขาเสียใจมากไปกว่านี้

ชิวบ๊วยกุมมือผมแน่น น้ำตาคลอ พูดเสียงสั่นเครือ “อย่าห่วงนะซิวซี อั๊วจะรีบไปหาเงินมาช่วยลื้อออกไปให้เร็วที่สุด”

ผมพยักหน้า ใจอดกังวลไม่ได้ ถามชิวบ๊วยว่า “ลื้อจะไปหาที่ไหน เงินหนึ่งหมื่นไม่มากก็จริง แต่ชั่วโมงนี้อั๊วมองไม่เห็นทางไหนเลย”

“อั๊วกับลูกจะรีบกลับไปทำพื้นรองเท้า เอาเงินมาจ่ายเจ้าหนี้ ให้เร็วที่สุด อั๊วทำได้ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ”

ผมพยักหน้ารับ ซาบซึ้งใจจนบอกไม่ถูก ในยามที่มีทุกข์ร้อนราวกับไฟสุมอก ก็ได้คำพูดของชิวบ๊วยที่ปลอบประโลม ทำให้เย็นลงได้บ้าง

ผมมองดูชิวบ๊วยกับลูกเดินออกไปจากโรงพักจนลับตา รู้สึกอยากปล่อยโฮออกมา แต่ต้องฝืนกลั้นเก็บเอาไว้ ผมกัดกรามแน่น ไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ในใจคิดกังวล จะได้ออกจากคุกไปเมื่อใด ชิวบ๊วยกับลูกจะทำพื้นรองเท้าเสร็จในกี่วัน แล้วจะขายได้เงินหรือเปล่า เพราะทุกวันนี้เงินทองหายากมาก

ทำโรงงานยาง ผลิตพื้นรองเท้านั้นไม่ใช่จะได้กำไรง่ายๆ สำหรับคนที่ร้อนเงินตลอดเวลาอย่างเรา ราคาต้นทุนตกอยู่ที่โหลละ 25 บาท เวลาขายหากรีบขายเพราะต้องใช้เงิน จะขายได้ในราคา 18 บาท ขาดทุน 7 บาทก็ต้องตัดใจขาย บางครั้งรีบใช้เงินมาก ขายให้ราคา 15 บาทก็เคยทำมาแล้ว

คิดถึงตรงนี้ทำให้ผมรู้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชิวบ๊วยจะทำอย่างที่บอกได้

ลูกๆ กับเมียทั้งสองของผมคงร้อนใจกันไปทั้งบ้าน คิดแล้วก็ปวดใจและเสียใจเกินจะรับได้ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอคอยความหวังให้ลูกกับเมียมาช่วย

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท