posttoday
เศรษฐกิจ ชิงช้าสวรรค์

เศรษฐกิจ ชิงช้าสวรรค์

06 พฤษภาคม 2559

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

ช่วงนี้ไม่ว่าจะไปที่ใดก็มักพบคนบ่นเรื่องสภาพเศรษฐกิจ ตั้งแต่ร้านอาหาร คนขายรถยนต์ราคาแพงยังบอกว่ายอดขายตก พนักงานธนาคารโทรศัพท์มาขอยอดประกันเพราะไม่เข้าเป้า

แปลง่ายๆ ว่า ทุกคนคงจะประสบสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจกันถ้วนหน้าไม่ว่าจะอาชีพใด ประชาชนระมัดระวังในการใช้จ่าย ธุรกิจระมัดระวังในการลงทุน

สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ทุกฝ่ายอยู่ในสถานะ “ระมัดระวัง” ขณะที่ภาครัฐพยายามทุกอย่างเพื่อกระตุ้นให้ใช้จ่ายเพื่อสร้างสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ

สัปดาห์ก่อนเขียนไว้ว่า หากระบบธนาคารพาณิชย์เข้ามาร่วมด้วยจะช่วยลดภาระและสร้างความคล่องตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วมาก กำไรอาจจะลดลงสักหน่อยชั่วคราว แต่ในระยะยาวก็ยังดีกว่า
ผจญภัยกับทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Asset) ซึ่งจะแก้ปัญหายากกว่า

สัปดาห์นี้มีวันหยุดยาว ตามดูตัวเลขหลายอย่าง ต้องรวบรวมและสรุป แต่อยากเขียนเรื่องโครงสร้างบางอย่างที่เปลี่ยนไปในแนวคิดทางการบริหารเศรษฐกิจประเทศ เมื่อ 1 ปีกว่าที่ผ่านมาได้มีโอกาสสะท้อนความคิดเรื่องเศรษฐกิจที่มีทีท่าว่าการส่งออกจะติดลบ และการขยายตัวของจีดีพีจะลดลงในเวทีของคณะกรรมาธิการพาณิชย์อุตสาหกรรมและพลังงาน

ในฐานะนักวิชาการและอนุกรรมาธิการพาณิชย์ในขณะนั้น จำได้ว่าได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูงร่วมกรรมาธิการท่านหนึ่งบอกว่า “ทำใจและปรับตัว นี่คือวัฏจักรเศรษฐกิจโลก” ผ่านมา 1 ปี 6 เดือน มีหลายอย่างที่บ่งชี้ถึงการปรับตัวของโครงสร้างต่างๆ

ในระบบเศรษฐกิจในทางที่ดีบนความถดถอยจริง แม้ยังไม่เป็นรูปธรรมและไม่ได้มีผลต่อตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง จนพอที่จะชดเชยส่วนที่ลดลง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่งที่จะทำให้กลุ่มโครงสร้างเหล่านี้พัฒนาและแข็งแกร่งมากพอที่จะทดแทนความสามารถในการแข่งขันจากโครงสร้างธุรกิจแบบเดิมของประเทศ

ที่สำคัญคือ กลุ่มเหล่านี้กระจาย ไม่กระจุกตัวแบบเดิม ยกเว้นกลุ่มที่พึ่งงบประมาณรัฐเป็นหลัก ไล่เรียงมาตั้งแต่ การร่วมมือกับท้องถิ่นที่ออกมาในลักษณะประนีประนอมมากขึ้น การมุ่งไปที่การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนที่มีจำนวนมาก การมุ่งสู่การเกษตรแปรรูปเกษตรอินทรีย์ ตลาดชุมชน การให้ความสำคัญต่อเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นฐานหลักในแง่จำนวนผู้เกี่ยวข้องในระบบเศรษฐกิจแทนที่การมุ่งสู่การผลักดันสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ การเริ่มให้ความสำคัญกับ GNP มากกว่า GDP คือการเริ่มมองเห็นคุณค่าทางหน่วยเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น

ล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจัดงานที่เรียกว่า “Start Up Thailand” ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการพูดถึงธุรกิจลักษณะนี้อย่างจริงจัง แม้ว่าผลต่างๆ ยังไม่ออกมาอย่างชัดเจนว่าในที่สุดแล้วความพยายามเหล่านี้จะออกมาอย่างไร แต่ภาครัฐได้หันหัวเรือจากการให้ความสำคัญต่อการเติบโตเชิงตัวเลขสู่การเติบโตเชิงคุณภาพและทั่วถึง และได้ยินคำว่า “นักรบเศรษฐกิจ” ที่นำไปเชื่อมโยงกับความสามารถของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอย่างชำนาญ เพื่อผลักดันประเทศในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมีคำนี้มาก่อน

ส่วนใหญ่เมื่อก่อนจะได้ยินคำว่า “เจ้าสัว” หากประเทศไม่ตกอยู่ในหล่มที่ต้องมีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อต่อสู้กับความสามารถที่เพิ่มขึ้นของประเทศเพื่อนบ้าน และการถดถอยของเศรษฐกิจโลกสิ่งเหล่านี้จะถูกผลักดันน้อย ผู้เขียนได้เขียนถึงความเหลื่อมล้ำ (Economic and Structure Disparity) มาตลอด หากประเทศอยู่ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจเติบโตได้ดี ทุกส่วนจะได้รับผลประโยชน์มากน้อยกระจายกันไป จะไม่มีใครคิดถึงเรื่องความเป็นธรรม โครงสร้างที่เอื้อต่อการขยายตัวแนวราบไม่กระจุกตัว จะรับแรงกระแทกต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่าประเทศจะมีความยืดหยุ่นสูง สังคมเป็นธรรม ความวุ่นวายลดลง

สิ่งต่างๆ ที่เขียนคือสิ่งดีที่เกิดขึ้นในบรรยากาศอึมครึม และบางกลุ่มที่มีโอกาสมีความสามารถยังกระจายกันออกต่างประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งการหาแหล่งทุนข้ามชาติด้วยตนเองแบบ Start Up ด้วยความสามารถทางภาษา ทางเทคโนโลยี ความคิด โดยไม่ยึดติดกับระบบทุนแบบเดิม หรือ โครงสร้างการค้าขายแบบเดิม กฎหมายหลายอย่างเริ่มสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ ถือเป็นความริเริ่มที่ดีของคนกลุ่มหนึ่งที่
ไม่หวังพึ่งระบบเดิม หรือกลไกภาครัฐเป็นหลักอย่างเดียว จะเพื่ออยู่รอดขณะนี้หรือเพื่อทดแทนเศรษฐกิจแบบเดิมในอนาคตก็ถือเป็นสิ่งดีทั้งนั้น

ผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารเศรษฐกิจประเทศท่านหนึ่งเคยสอนผู้เขียนง่ายๆ ว่า “เศรษฐกิจเหมือนชิงช้าสวรรค์ ลงต่ำสุดก็จะขึ้น ขึ้นสูงสุดก็จะลง แต่ให้ชิงช้ายังอยู่ก็แล้วกัน” ชิงช้าสวรรค์ขาขึ้นคราวหน้า ขอให้มีนักรบเศรษฐกิจพันธ์ุใหม่ขึ้นไปด้วยมากๆ

อย่าล้มหายตายจากไปก่อนก็แล้วกัน อดทนกันหน่อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท