
2 ปี รัฐประหาร ถอยไปถึงไหน ก้าวไปสู่ทิศทางใด
เข็มนาฬิกาเดินเร็วกว่าที่คิด ในวันที่ 22 พ.ค. 2559 ที่จะถึงนี้จะครบรอบ 2 ปี รัฐประหาร โดย คสช.
เข็มนาฬิกาเดินเร็วกว่าที่คิด ในวันที่ 22 พ.ค. 2559 ที่จะถึงนี้จะครบรอบ 2 ปี รัฐประหาร โดย คสช.
จะว่าไปตลอด 10 ปีมานี้ การทำรัฐประหารเป็นส่วนหนึ่งของ “ขบวนการขับไล่ทักษิณ” ซึ่งก่อตัวและดำเนินมาก่อนและหลังการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549
แต่พูดก็พูด, กองทัพไม่ได้ทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปถึงไหน ช่วง 2 ปีมานี้ความขัดแย้งถูกแทนที่ด้วย “ความสงบ” ซึ่ง คสช.นำมาเป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจ ด้วยหวังจะหยุดสงครามกลางเมือง พร้อมคำสัญญาจะรีบคืนความสุขให้ในอีกไม่นาน
คำถามมีอยู่ว่า ภายใต้ความสงบของสังคมไทยในมือของกองทัพ ได้ก่อดอกออกผลให้ประเทศของเรามีความเจริญก้าวหน้าจริงหรือ?
คำตอบที่ตรงไปตรงมา ก็คือ ไม่ แต่เรากำลังติดกับดักความสงบ โดยความยินยอมพร้อมใจสละสิทธิอันพึงมีต่างๆ ไปมากมาย ชนชั้นนำอาจไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นอย่างพร่ำเพรื่อ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง สื่อมวลชนถูกจับปรับทัศนคติ นักการเมือง นักวิชาการ ถูกปิดปากให้สงบคำ ฯลฯ แต่กลับถูกป้ายสีให้เป็นพวกกวนน้ำให้ขุ่น
มิพักต้องกล่าวถึงชาวบ้านคนเล็กคนน้อย ซึ่งในช่วงมีสิทธิหย่อนบัตรเลือกผู้แทนฯ ก็ทุกข์ยากและไม่ได้รับการเหลียวแลมากพออยู่แล้ว ยิ่งสิทธิความเป็นพลเมืองหดหายไป การเรียกร้องบอกกล่าวถึงความทุกข์ร้อนก็ยิ่งทับทวี
ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฉายภาพบนเวทีเสวนาเนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก หัวข้อ “เสรีภาพสื่อ…ประชาชนได้อะไร?” ไว้เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ปัญหาคนในชนบทไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง โดยเฉพาะหลังรัฐประหารที่คนชั้นกลางในเมืองอาจมีความสุข แต่คนชนบทเดือดร้อนแสนสาหัส ชาวบ้านอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว
“สิ่งที่ชาวบ้านเผชิญอยู่คือการถูกปิดล้อมข้อมูลข่าวสาร คือความเดือดร้อนไม่ถูกนำเสนอให้กลายเป็นประเด็นสาธารณะ ซึ่งคนที่จะช่วยชาวบ้านแหวกการปิดล้อมนั้นออกมาได้คือสื่อมวลชน สื่อมวลชนต้องช่วยไม่ให้ชาวบ้านโดดเดี่ยวด้วยการทำประเด็นปัญหาให้เป็นประเด็นสาธารณะ
“ทุกวันนี้สื่อและชาวบ้านกำลังถูกคุกคามด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อข่มขู่คุกคามปิดปาก โดยเฉพาะสิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราต้องมีกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องร้องในกรณีที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาปกป้องชุมชนของตัวเองเหมือนในต่างประเทศ” อาจารย์ไชยณรงค์ ระบุ
ขณะที่ สุวรรณี ศรีสูงเนิน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ที่ผ่านมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารกดดันอย่างหนัก เมื่อชาวบ้านจะใช้สิทธิในการปกป้องทรัพยากรของชุมชน ต้องการคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเหมืองโปแตชก็ถูกห้ามปราม เจ้าหน้าที่อ้างแต่ว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย สร้างความแตกแยก
“ชาวบ้านออกมาเดินประท้วงเพื่อจะให้สื่อมวลชนหรือคนรอบข้างได้รับรู้ว่าชาวบ้านถูกกระทำอย่างไร แต่ทุกวันนี้ไม่มีสื่อคนไหนเข้ามาในพื้นที่เลย จะมีบ้างแต่ก็ไม่ปรากฏเป็นข่าว เราแค่อยากให้สื่อเข้ามานำเสนอความเดือดร้อนของเราบ้าง อยากให้สื่อและ คสช.รู้ว่าตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า” ชาวบ้านบำเหน็จณรงค์ ระบุ
นั่นเป็นเสียงสะท้อนที่พอทำให้เข้าใจได้ว่า ภายใต้บรรยากาศแห่งความสงบ มีความทุกข์ซุกซ่อนอยู่ทุกหัวระแหง และหากนำเรื่องสิทธิมนุษยชนมาพูดถึงด้วยแล้ว ก็กล่าวได้ว่าสังคมไทยได้ถอยหลังไปหลายปี
ประเด็นต่อมาก็คือว่า แล้วหัวรถถังที่นำมาชักลากสังคมให้หลุดพ้นวิกฤต มีประสิทธิภาพมากพอ และสามารถนำสังคมไทยก้าวไปสู่ความสมานฉันท์อันจะเป็นที่พึ่งของประชาชนในวันข้างหน้าได้จริงหรือ
เอาเข้าจริงแล้ว “ความสงบ” ตลอด 2 ปีมานี้ ไม่ได้ถอดสลักความรุนแรง แต่กำลังเอื้อกลุ่มธุรกิจใหญ่ที่มองเห็นโอกาสตักตวงผลประโยชน์มากยิ่งขึ้น, มีการจัดการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรมด้านใด เรื่องไหนที่พอเห็นรูปธรรม
ความรู้สึกโล่งอกที่สังคมไทยรอดพ้นจากการเผชิญหน้าของขั้วการเมืองสองสี และสภาพความสับสนวุ่นวาย ได้กลายเป็นความยินยอมเปิดประตูให้การบังคับใช้กฎหมายไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับหลักนิติธรรม
วันนี้ผู้มีส่วนเปิดบานประตูรัฐประหารจำนวนไม่น้อย เริ่มเบื่อหน่ายความสงบ เพราะอยากได้เลนส์สายตาเพ่งมองเบื้องหน้าที่สดใสกว่า
ความรู้สึกเหล่านี้สามารถอธิบายความผ่านมวลมหามิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ ก่อนจะเกิดประวัติศาสตร์ 22 พ.ค. 2557 ได้เป็นอย่างดี
สถานการณ์การเมืองช่วง 2 ปีมานี้ จึงยังไม่คลี่คลาย พลเมืองของประเทศกำลังได้บทเรียนครั้งสำคัญว่ามิอาจอาศัยสติปัญญาบางคนบางกลุ่มที่ไม่น่าไว้วางใจ เพื่อฝากอนาคตไว้ได้
ไม่ต้องพูดถึงว่าเราจะก้าวไปสู่ทิศทางใด หากพื้นฐานสำคัญของกลไกระบอบประชาธิปไตยถูกละเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าเราจะก้าวไปสู่ทิศทางใด หากการปกครองนั้นทำลายหลักนิติธรรม







