
คลังผนึกแบงก์รัฐแก้หนี้นอกระบบ
ภายหลังรับมอบนโยบายจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ธนาคารออมสินคิดรูปแบบการแก้หนี้นอกระบบ
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ภายหลังรับมอบนโยบายจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ธนาคารออมสินคิดรูปแบบการแก้หนี้นอกระบบ โดยไม่ต้องการให้คนรากหญ้าที่กู้เงินนอกระบบมาใช้กลับเข้ามาอยู่ในวังวนของการเป็นหนี้ซ้ำซ้อนอีก
ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้คิดแบ่งเงินค่างวดที่ชำระทุกเดือนเอามาเข้าบัญชีออมทรัพย์ด้วย โดยเชื่อว่ารูปแบบการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่มีระดับต่ำกว่าหนี้นอกระบบในปัจจุบันคิดอยู่ที่ 10-20% ต่อเดือน รวมทั้งยังช่วยให้ประชาชนมีวินัย ทั้งการชำระเงินคืนให้กับธนาคาร เพราะหากวงเงินที่กู้ยืมไปสามารถชำระคืนได้ตรงเวลาที่กำหนดไว้ และเมื่อต้องการกู้คราวหน้า ธนาคารก็จะเพิ่มวงเงินกู้ให้อีกด้วย ส่วนคนที่จะเข้าโครงการนั้นก็จะต้องมีหลักฐานมาแสดงให้กับธนาคารว่าสามารถผ่อนชำระได้ โดยเบื้องต้นอาจจะผ่านการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน สมาชิก องค์กรที่รวมกันเป็นกลุ่ม แล้วยื่นความจำนงเพื่อขอรับวงเงินจากธนาคารไปดำเนินการ ซึ่งอาจจะต้องเปิดให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียน
อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจของกระทรวงมหาดไทย พบว่ามีประชาชนที่พึ่งพาเงินกู้นอกระบบอยู่ประมาณ 1 ล้านราย หากเฉลี่ยว่าแต่ละรายมีหนี้นอกระบบอยู่ที่ 5 หมื่นบาท ก็จะใช้วงเงินในการปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาร่วมปล่อยกู้ด้วย ส่วนดำเนินการได้เมื่อไหร่นั้น คงต้องรอให้กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกกฎหมายพิเศษควบคุมเจ้าหนี้นอกระบบก่อน เพื่อให้ลูกหนี้นอกระบบที่ไม่ต้องการกู้กับเจ้าหนี้นอกระบบต่อไปเข้ามาขอกู้กับ ธ.ก.ส.และธนาคารออมสินได้ ซึ่งจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำช่วยแบ่งเบาภาระการชำระหนี้ลดลง
ทางด้านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็กำลังเร่งยกเครื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยอยู่ระหว่างดําเนินโครงการเพื่อส่งเสริมให้องค์กรการเงินชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ที่ผ่านมา รมว.คลังได้ลงนามในคําสั่งกระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการกํากับการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน เมื่อต้นปี 2558 และคณะกรรมการกํากับการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของคณะกรรมการจํานวน 4 คณะ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน
ทั้งนี้ อนุกรรมการ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจํากรุงเทพมหานคร คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจําจังหวัด คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบประจํากรุงเทพมหานครและคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบประจําจังหวัด
ปัจจุบัน สศค.อยู่ระหว่างจัดทําคู่มือปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ สําหรับใช้ปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงยกร่างแผนประชาสัมพันธ์แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ช่องทางการขอรับความช่วยเหลือของลูกหนี้นอกระบบ และความรู้พื้นฐานเรื่องการบริหารจัดการทางการเงินส่วนบุคคลสําหรับประชาชน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีมาตรการแก้ไขปัญหาลูกหนี้นอกระบบเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยให้ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ไปปล่อยกู้ให้ลูกหนี้นำไปใช้หนี้นอกระบบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากเศรษฐกิจภายนอกและปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบมาก
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำการสำรวจสถานภาพแรงงานไทย ซึ่งศึกษาจากผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,212 ตัวอย่าง พบว่าแรงงานส่วนใหญ่ ร้อยละ 95.9 มีภาระหนี้สิน ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 8 ปี โดยส่วนใหญ่ 36.4% ทำการกู้เงินเพื่อใช้จ่ายประจำวัน 15.2% เพื่อซื้อยานพาหนะ อีก 16.7% เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย และอีก 16.1% กู้เพื่อใช้คืนเงินกู้
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าสถานภาพแรงงานไทยมีภาระหนี้ครัวเรือน รวม 119,061.74 บาท/ครัวเรือน มีความสามารถผ่อนชำระ 8,114.31 บาท/เดือน โดยในจำนวนนี้ยังเป็นหนี้ในระบบ 39.38% มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 8.43% ต่อปี และเป็นหนี้นอกระบบ 60.62% นับเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 8 ปี และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 12.5% ต่อเดือน
สำหรับสาเหตุการเป็นหนี้นั้น 95.4% มีรายได้ไม่พอรายจ่าย ส่วน 25.6% เป็นเพราะอัตราดอกเบี้ย 23.3% ระบุว่าภาระหนี้มากขึ้น และอีก 18.8% ให้เหตุผลว่าราคาสินค้าแพงขึ้น
ทางด้านแนวทางแก้ปัญหานั้น ส่วนใหญ่ 29.1% ตอบว่ากู้เงินนอกระบบ 21.4% ตอบว่าขาย/จำนำสินทรัพย์ที่มี และที่เหลืออีก 19.9% ตอบว่านำเงินออมออกมาใช้







