
เร่งทีโออาร์รถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง
ประธานคณะกรรมการมาตรา 35 เร่งสรุปร่างทีโอาร์รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองให้เสร็จภายใน พ.ค.นี้
ประธานคณะกรรมการมาตรา 35 เร่งสรุปร่างทีโอาร์รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองให้เสร็จภายใน พ.ค.นี้
นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปี 2556 เพื่อพิจารณาคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง เปิดเผยว่า คณะกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดเงื่อนไขและกรอบการคัดเลือกเอกชน โดยเฉพาะในประเด็นเงินลงทุน รูปแบบเทคโนโลยี และคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยคาดว่าจะสรุปรายละเอียดร่างทีโออาร์ประมูลทั้งสองโครงการ เสนอกระทรวงคมนาคมได้ภายในเดือน พ.ค. และเปิดประมูลภายในปีนี้แน่นอน
“เทคโนโลยีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าแบบโมโนเรล คณะกรรมการจะไม่เจาะจงว่าจะต้องใช้เทคโนโลยีของประเทศใด ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน และแคนาดา ขณะที่รถไฟฟ้าทั้งสองโครงการอาจใช้เทคโนโลยีต่างกันก็ได้ เพราะเป็นโครงการที่ดำเนินการแยกจากกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น ผู้ลงทุนควรมีเงินการันตีเท่าไร มีผู้ร่วมทุนกี่รายนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้หารือในรายละเอียด” นายธีรพันธ์ กล่าว
นายธีรพันธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้า 3 เส้น พบว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค คืบหน้าแล้ว 74% คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือน พ.ค. 2563 สายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ คืบหน้าแล้ว 82% คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2561 และสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต คืบหน้าแล้ว 5% คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2563
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้หน่วยงานภาครัฐควบคุมการตั้งราคากลางงานของภาครัฐไม่ให้สูงเกินความเป็นจริง ว่า ก่อนที่จะตั้งราคากลางโครงการก่อสร้าง กระทรวงจะร่วมกับสำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสมของราคากลางทุกครั้ง และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะพบว่าโครงการที่กระทรวงคมนาคมเปิดประมูลทั้ง 100% ได้ราคาประมูลต่ำกว่าราคากลางทั้งสิ้น ต่างจากในอดีตที่มีโครงการเพียง 30-40% เท่านั้นที่ราคาประมูลต่ำกว่าราคากลาง เพราะการนำรูปแบบการประมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิดดิ้ง) มาใช้ ทำให้ผู้ร่วมประมูลแข่งขันจนทำให้ราคาประมูลออกมาต่ำกว่าราคากลาง
นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า การจัดทำราคากลางทุกโครงการจะต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณเพื่อตรวจดูความเหมาะสมเสมอ จึงยืนยันได้ว่าราคากลางที่จัดทำสะท้อนกับความเป็นจริงของราคาวัสดุอุปกรณ์แล้ว นอกจากนี้ เมื่อได้ผู้ชนะประมูลแล้วจะมีการต่อรองราคากับผู้ชนะประมูลอีกครั้ง เพราะราคาวัสดุอุปกรณ์สามารถลดลงจึงต้องต่อรองเพื่อราคาก่อสร้างสะท้อนต้นทุนในปัจจุบัน
น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ประเด็นที่เอกชนสับสน คือ เหตุใดเมื่อได้ผู้ชนะการประมูลโครงการของรัฐแล้ว จะต้องเจรจาต่อรองราคากับผู้ชนะประมูลอีก เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้รับเหมาจะทิ้งงานกลางคันได้ ขณะที่การตั้งราคากลางของหน่วยงานรัฐก็ตั้งไว้สะท้อนต้นทุนวัสดุในปัจจุบันอยู่แล้ว







