posttoday
น้ำมันจะถูกอีกนานไหม?

น้ำมันจะถูกอีกนานไหม?

05 พฤษภาคม 2559

โดย...พรายพล คุ้มทรัพย์

โดย...พรายพล คุ้มทรัพย์

เป็นเวลาประมาณ 1 ปีครึ่งมาแล้วที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ลดลงอย่างมากและรวดเร็ว ต่ำสุดลงไปถึง 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และยังไม่เคยกลับขึ้นไปถึงระดับ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเลย

ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอยู่แถวๆ ระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาเป็นเวลาติดต่อกันถึง 3 ปี ไม่มีใครคาดการณ์มาก่อนว่าราคาน้ำมันจะลดลงมากอย่างกะทันหันเช่นนี้ และหลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าราคาน้ำมันโลกจะมีทิศทางต่อไปอย่างไร

ราคาน้ำมันโลกเริ่มลดลงอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ผมได้สำรวจข่าวและรายงานเกี่ยวกับราคาน้ำมันในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ยังไม่พบเลยว่าผู้เชี่ยวชาญในวงการน้ำมันได้เคยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างมากตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนั้นเป็นต้น แสดงให้เห็นว่าตลาดน้ำมันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเกินกว่าที่จะคาดการณ์ได้ถูกต้องในเดือน ต.ค. 2557 บริษัทน้ำมันและสถาบันการเงินระดับโลกยังคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันตลาดโลกในปี 2558 จะอยู่ถึงระดับ 80-95 เหรียญสหรัฐแต่ในความเป็นจริงราคาเฉลี่ยในปีนั้นอยู่ที่ประมาณกว่า 50 เหรียญสหรัฐ เท่านั้น

ว่ากันว่า ราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็วในคราวนี้มีสาเหตุสำคัญอยู่ 3 ประการ ประการแรก คือการพัฒนาเทคนิค Fracking ในการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ทำให้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในชั้นหินดินดาน (Shale) ถูกดูดขึ้นมาใช้ได้มากขึ้น สหรัฐสามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบจากประมาณวันละ 6 ล้านบาร์เรล มาเป็นประมาณ 9 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2557-2558 ทำให้ความต้องการของสหรัฐในการนำเข้าน้ำมันดิบจากตลาดโลกลดลงอย่างมาก

ประการที่ 2 เศรษฐกิจจีนมีอัตราการเจริญเติบโตลดลง ทำให้ลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงไปด้วย และตั้งแต่ปี 2556 จีนได้กลายเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกโดยแซงสหรัฐไปเรียบร้อยแล้ว จีนลดการนำเข้าน้ำมันจึงมีผลต่อตลาดน้ำมันดิบของโลกค่อนข้างมาก

ทั้งสองประการที่กล่าวมานี้ทำให้ความต้องการซื้อน้ำมันดิบตลาดโลกลดลงและเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้าอยู่แล้วเพราะเป็นสิ่งที่เริ่มเกิดขึ้นก่อนปี 2557 แต่สิ่งที่หลายคนไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าคือสาเหตุประการที่ 3 นั่นก็คือพฤติกรรมของประเทศซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของกลุ่มประเทศโอเปก โดยปกติซาอุฯ จะเป็น Swing Producer คือมักจะปรับปริมาณการผลิตของตนเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบไม่ให้ผันผวนมากนัก ในช่วงที่น้ำมันขาดแคลน ซาอุฯ จะเพิ่มการผลิตของตนเพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันแพงจนเกินไป และในช่วงที่น้ำมันล้นตลาด ซาอุฯ ก็จะลดการผลิตของตนลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ลดต่ำลงมาก

มางวดนี้เมื่อสหรัฐและจีนลดการนำเข้าลงทำให้ปริมาณน้ำมันเริ่มล้นตลาด ซาอุฯ กลับประกาศว่าคราวนี้จะไม่ยอมลดการผลิตของตนลงแล้ว และยอมลดราคาขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดของตนไว้ โดยให้เหตุผลว่าต้นทุนการผลิตน้ำมันของตนอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในโลก จึงควรเป็นผู้ผลิตรายอื่นที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าที่จะต้องลดการผลิตลงก่อน ทุกวันนี้ซาอุฯ ก็ยังผลิตอยู่วันละ 10 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ผลิตได้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผลก็คือปริมาณน้ำมันท่วมตลาดจนทำให้ราคาน้ำมันในตลาดต่างๆ ทั่วโลกทยอยตัวลดลงอย่างต่อเนื่องและแกว่งตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำมาจนถึงทุกวันนี้

ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงมีผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน เพราะ 2 ใน 3 ของพลังงานเชิงพาณิชย์ที่ใช้ในประเทศไทยต้องนำเข้าทั้งสิ้น ราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้ราคาพลังงานชนิดอื่นๆ ลดลงไปด้วย เมื่อปีที่แล้วราคาน้ำมันและราคาพลังงานนำเข้าอื่นๆ ที่ลดลงช่วยให้ประเทศลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานลงได้ถึงร้อยละ 40 คิดเป็นเงินกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับร้อยละ 4 ของจีดีพี

นี่หมายความว่าถ้าราคาน้ำมันไม่ได้ลดลงเศรษฐกิจไทยคงหดตัวแน่ เพราะเมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้จริงไม่ถึงร้อยละ 3 ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือการที่คนไทยสามารถใช้น้ำมันและไฟฟ้าในราคาที่ถูกลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็สามารถปรับโครงสร้างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันได้โดยลดการบิดเบือนและเงินอุดหนุน รวมทั้งทำให้รัฐบาลสามารถหารายได้ในรูปของภาษีสรรพสามิตได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินหลายหมื่นล้านบาทด้วย

ในขณะนี้ทุกคนคงอยากรู้ว่าราคาน้ำมันยังจะถูกอย่างนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน นักวิเคราะห์ต่างๆ ชี้ให้เราเห็นว่าการผลิตน้ำมันจากหินดินดานในสหรัฐ เริ่มมีแนวโน้มลดลง เพราะจำนวนแท่นขุดเจาะได้ลดลงมากแล้ว โดยเชื่อกันว่าน้ำมันจากหินดินดานในสหรัฐ มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาน้ำมันในปัจจุบัน จึงเริ่มไม่คุ้มค่าที่จะผลิตเหมือนเดิมต่อไปแล้ว

ส่วนความต้องการใช้น้ำมันในโลกเริ่มทรงตัวและในหลายประเทศปริมาณการใช้น้ำมันกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไป เพราะราคาที่ค่อนข้างต่ำทำให้คนหันไปใช้น้ำมันและก๊าซมากขึ้น ที่คาดการณ์ได้ยากคือปริมาณการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปกและประเทศผู้ส่งออกรายอื่นๆ เช่น รัสเซีย ที่ต้องจับตาดูคืออิหร่านซึ่งประกาศความตั้งใจที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันให้กลับไปสู่ระดับเดิมก่อนถูกประเทศตะวันตกคว่ำบาตร

ผู้สันทัดกรณีเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะทำให้ปริมาณน้ำมันยังคงล้นตลาดอยู่ในครึ่งแรกของปี 2559 นี้ และส่วนเกินจะลดลงในครึ่งหลังของปี ทำให้ราคาน้ำมันตึงตัวได้ในระดับหนึ่ง ในขณะนี้มีการพยากรณ์ราคาเฉลี่ยของน้ำมันในปี 2559 ไว้โดยสำนักต่างๆ ในระดับตั้งแต่ 40 เหรียญสหรัฐ ขึ้นไปถึง 60 เหรียญสหรัฐ

สรุปได้ว่าราคาน้ำมันในปีนี้ก็คงใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในปีที่แล้ว คือประมาณกว่า 50 เหรียญสหรัฐ ซึ่งก็แสดงว่าเราจะยังได้ใช้น้ำมันในราคาที่ค่อนข้างถูกต่อไปนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน