
อุโมงค์ไฟ 39 ล.ลุกโชน ปชป.จี้ม.44 จัดการ-‘สุขุมพันธุ์’ ฟ้องกลับ
เส้นทางการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
เส้นทางการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเผชิญกับขวากหนามทิ่มแทงจากผลพวงของโปรเจกต์ยักษ์ที่ส่อเค้าทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะโครงการประดับไฟสวยงามเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ตั้งใจมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนกรุงเทพฯ ด้วยงบประมาณจำนวน 39 ล้านบาท
นำไปสู่การตรวจสอบอย่างเข้มข้นจาก วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. คนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ด้วยกันเอง ก่อนจะยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดำเนินการตรวจสอบ
แต่ทันทีที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีมติเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในโครงการประดับไฟ เนื่องจากพบว่ามีการดำเนินโครงการที่ผิดปกติเอื้อประโยชน์ให้เอกชนผู้รับงาน ตั้งแต่ขั้นตอนข้อกำหนดการยื่นประกวดราคา รวมถึงความคุ้มค่า โดย กทม.ไม่ปฏิบัติตามแบบแผนราชการในการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบส่งผลต่อความเสียหายต่อการเงิน
ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เลือดขึ้นหน้าตั้งโต๊ะชี้แจง พร้อมกำลังใจจากเจ้าหน้าที่ กทม. ว่าการทำงานเป็นไปอย่างโปร่งใสตามหลักของกฎหมาย พร้อมทั้งย้ำถึงความจำเป็นว่าที่ต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
“โครงการนี้คิดอยากทำมาหลายปีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม ถามว่าสำเร็จหรือไม่ อยากบอกว่าตลอดช่วงเวลาวันที่ 30 ธ.ค. 2558-31 ม.ค. 2559 ของการจัดงาน มีคนมาร่วมงานอย่างน้อยประมาณ 1.7 ล้านคน คิดค่าใช้จ่ายต่อหัวในการช่วยเผยแพร่ภาพถ่ายลงในโซเชียลประชาสัมพันธ์ให้ กทม.เฉลี่ยรายละ 20 บาท สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสนใจเข้ามาเดินในงานมากถึง 16-17 ล้านคน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท ดังนั้นงานไฟประดับไม่ใช่ครั้งแรกและไม่ใช่ครั้งสุดท้าย” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชี้แจง
ผู้ว่าฯ กทม. อธิบายอีกว่า ถือเป็นเรื่องดีที่หน่วยงานของรัฐเข้ามาตรวจสอบ แต่ทาง สตง.ออกมาระบุว่า กทม.กระทำผิดไปแล้ว ทั้งที่อยู่ในขั้นกระบวนการส่งต่อให้ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป และถึงเวลานี้ยังไม่มีใครผิดถูกตามกฎหมาย
“และต่อจากนี้จะไม่ไว้หน้าใคร หากใครบอกว่า กทม.ผิด ผมจะฟ้องดำเนินคดี” ชัดเจนจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์
วันเดียวกัน วิลาศเรียกร้องให้ สตง.ยื่นเรื่องถึงศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ระบุว่าจะดำเนินการกับคนทุจริต โดยขอให้ใช้มาตรา 44 เข้ามาจัดการผู้บริหาร กทม.
เหตุผลคือ เนื่องจาก กทม.เป็นองค์กรใหญ่ที่มีการทุจริตมากที่สุด หากไม่รีบดำเนินการจะมีการทุจริตต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพราะเป็นที่แปลกใจว่า 9 รายชื่อที่ สตง.ชี้มูลไม่ปรากฏชื่อของรองผู้ว่าฯ กทม. อีก 2 คน คือ อมร กิจเชวงกุล และ จุมพล สำเภาพล เพราะเป็นผู้เสนอความคิดและลงชื่อเซ็นเอกสารอนุมัติให้เปิดประมูลโครงการนี้ขึ้น
ความเคลื่อนไหวทางฝั่งรัฐบาล วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ สตง.ต้องส่งความเห็นต่อไปให้ ป.ป.ช.พิจารณา หรือหากหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เรื่องร้อนไปถึง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช. บอกว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีรายงานมายัง ศอตช. ส่วนกรณีที่อาจต้องระงับการทำหน้าที่โดยใช้มาตรา 44 เหมือนที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่นั้น ต้องขอให้ สตง.ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน เพราะ สตง.จะเป็นผู้พิจารณาทั้ง 9 รายชื่อพร้อมเหตุผลว่าเป็นความผิดที่ควรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ สตง.ต้องเป็นผู้ชี้ว่าจะถึงขั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หาก สตง.ไม่ชี้มาก็ไม่สามารถดำเนินการได้
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ยืนยันความพร้อมคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง และคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบไปตามขั้นตอนกฎหมาย ทันทีที่ข้อมูลจาก สตง.ส่งมาถึง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องข้อเท็จจริงบางส่วนเร็วขึ้น เพราะทาง ป.ป.ช.ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานมาก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตามต้องมาดูข้อกฎหมายว่าองค์ประกอบเข้าความผิดหรือไม่ อาจจะมีการสอบพยานเพิ่มเติม
สำหรับเส้นทางของผู้ว่าฯ กทม. ยังต้องเผชิญอีกหลายเรื่องที่อยู่ในชั้นสอบสวน อาทิ โครงการจัดซื้อจัดจ้างกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) จำนวน 4.7 หมื่นตัว ที่ถูกกล่าวหาว่าติดตั้งไม่ครบจำนวนตามสัญญาจ้าง ถัดมาคือกรณี กทม.ต่อสัญญาจ้างให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม เพื่อให้เดินรถไฟฟ้าบีทีเอสออกไปอีก 30 ปี ทั้งที่สัญญาเดิมยังเหลืออีก 17 ปี ส่อเค้าเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน ทำให้เส้นทางของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เต็มไปด้วยขวากหนาม ก่อนหมดวาระตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2560







