posttoday
อุโมงค์ไฟ 39 ล.ลุกโชน ปชป.จี้ม.44 จัดการ-‘สุขุมพันธุ์’ ฟ้องกลับ

อุโมงค์ไฟ 39 ล.ลุกโชน ปชป.จี้ม.44 จัดการ-‘สุขุมพันธุ์’ ฟ้องกลับ

05 พฤษภาคม 2559

เส้นทางการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

เส้นทางการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเผชิญกับขวากหนามทิ่มแทงจากผลพวงของโปรเจกต์ยักษ์ที่ส่อเค้าทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะโครงการประดับไฟสวยงามเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ตั้งใจมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนกรุงเทพฯ ด้วยงบประมาณจำนวน 39 ล้านบาท

นำไปสู่การตรวจสอบอย่างเข้มข้นจาก วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. คนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ด้วยกันเอง ก่อนจะยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดำเนินการตรวจสอบ

แต่ทันทีที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีมติเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในโครงการประดับไฟ เนื่องจากพบว่ามีการดำเนินโครงการที่ผิดปกติเอื้อประโยชน์ให้เอกชนผู้รับงาน ตั้งแต่ขั้นตอนข้อกำหนดการยื่นประกวดราคา รวมถึงความคุ้มค่า โดย กทม.ไม่ปฏิบัติตามแบบแผนราชการในการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบส่งผลต่อความเสียหายต่อการเงิน

ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เลือดขึ้นหน้าตั้งโต๊ะชี้แจง พร้อมกำลังใจจากเจ้าหน้าที่ กทม. ว่าการทำงานเป็นไปอย่างโปร่งใสตามหลักของกฎหมาย พร้อมทั้งย้ำถึงความจำเป็นว่าที่ต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

“โครงการนี้คิดอยากทำมาหลายปีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม ถามว่าสำเร็จหรือไม่ อยากบอกว่าตลอดช่วงเวลาวันที่ 30 ธ.ค. 2558-31 ม.ค. 2559 ของการจัดงาน มีคนมาร่วมงานอย่างน้อยประมาณ 1.7 ล้านคน คิดค่าใช้จ่ายต่อหัวในการช่วยเผยแพร่ภาพถ่ายลงในโซเชียลประชาสัมพันธ์ให้ กทม.เฉลี่ยรายละ 20 บาท สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสนใจเข้ามาเดินในงานมากถึง 16-17 ล้านคน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท ดังนั้นงานไฟประดับไม่ใช่ครั้งแรกและไม่ใช่ครั้งสุดท้าย” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชี้แจง

ผู้ว่าฯ กทม. อธิบายอีกว่า ถือเป็นเรื่องดีที่หน่วยงานของรัฐเข้ามาตรวจสอบ แต่ทาง สตง.ออกมาระบุว่า กทม.กระทำผิดไปแล้ว ทั้งที่อยู่ในขั้นกระบวนการส่งต่อให้ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป และถึงเวลานี้ยังไม่มีใครผิดถูกตามกฎหมาย

“และต่อจากนี้จะไม่ไว้หน้าใคร หากใครบอกว่า กทม.ผิด ผมจะฟ้องดำเนินคดี” ชัดเจนจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์

วันเดียวกัน วิลาศเรียกร้องให้ สตง.ยื่นเรื่องถึงศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ระบุว่าจะดำเนินการกับคนทุจริต โดยขอให้ใช้มาตรา 44 เข้ามาจัดการผู้บริหาร กทม.

เหตุผลคือ เนื่องจาก กทม.เป็นองค์กรใหญ่ที่มีการทุจริตมากที่สุด หากไม่รีบดำเนินการจะมีการทุจริตต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพราะเป็นที่แปลกใจว่า 9 รายชื่อที่ สตง.ชี้มูลไม่ปรากฏชื่อของรองผู้ว่าฯ กทม. อีก 2 คน คือ อมร กิจเชวงกุล และ จุมพล สำเภาพล เพราะเป็นผู้เสนอความคิดและลงชื่อเซ็นเอกสารอนุมัติให้เปิดประมูลโครงการนี้ขึ้น

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งรัฐบาล วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ สตง.ต้องส่งความเห็นต่อไปให้ ป.ป.ช.พิจารณา หรือหากหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เรื่องร้อนไปถึง พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช. บอกว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีรายงานมายัง ศอตช. ส่วนกรณีที่อาจต้องระงับการทำหน้าที่โดยใช้มาตรา 44 เหมือนที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่นั้น  ต้องขอให้ สตง.ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน  เพราะ สตง.จะเป็นผู้พิจารณาทั้ง 9 รายชื่อพร้อมเหตุผลว่าเป็นความผิดที่ควรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ สตง.ต้องเป็นผู้ชี้ว่าจะถึงขั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หาก สตง.ไม่ชี้มาก็ไม่สามารถดำเนินการได้

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ยืนยันความพร้อมคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง และคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบไปตามขั้นตอนกฎหมาย ทันทีที่ข้อมูลจาก สตง.ส่งมาถึง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องข้อเท็จจริงบางส่วนเร็วขึ้น เพราะทาง ป.ป.ช.ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานมาก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตามต้องมาดูข้อกฎหมายว่าองค์ประกอบเข้าความผิดหรือไม่ อาจจะมีการสอบพยานเพิ่มเติม

สำหรับเส้นทางของผู้ว่าฯ กทม. ยังต้องเผชิญอีกหลายเรื่องที่อยู่ในชั้นสอบสวน อาทิ โครงการจัดซื้อจัดจ้างกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) จำนวน 4.7 หมื่นตัว ที่ถูกกล่าวหาว่าติดตั้งไม่ครบจำนวนตามสัญญาจ้าง ถัดมาคือกรณี กทม.ต่อสัญญาจ้างให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม  เพื่อให้เดินรถไฟฟ้าบีทีเอสออกไปอีก 30 ปี ทั้งที่สัญญาเดิมยังเหลืออีก 17 ปี ส่อเค้าเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน ทำให้เส้นทางของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เต็มไปด้วยขวากหนาม ก่อนหมดวาระตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2560

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน