posttoday
จากโฟล์คถึงมิตซู

จากโฟล์คถึงมิตซู

05 พฤษภาคม 2559

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่บริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาหลายสิบปี อย่างโฟล์คสวาเกน ถูกทางการสหรัฐจับได้ว่าเจตนาสร้างหลักฐานเท็จและรายงานเท็จเรื่องไอเสียในรถยนต์ดีเซล เรื่องนี้สร้างความตกอกตกใจให้กับสังคมธุรกิจทั่วโลก และสร้างความอับอายให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์อันยิ่งใหญ่ของเยอรมนี

ก่อนหน้านี้ มีบางบริษัทเคยถูกปรับมาแล้ว เพราะทดสอบแล้วไม่ได้ตามที่รายงาน เช่น เกียมอเตอร์ไของกลุ่มฮุนไดเคยถูกปรับเพราะประหยัดพลังงานไม่ได้จริงตามประกาศ แต่ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเจตนาบิดเบือนข้อมูลหรือรายงานเท็จ เป็นเพียงการโอ้อวดเกินสรรพคุณเท่านั้น หรือเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีเรื่องบริษัท เรโนลต์ถูกทางการฝรั่งเศสตรวจพบไอเสียเกินมาตรฐาน

หลายคนเชื่อว่าโฟล์คสวาเกนจะหมดอนาคตทางธุรกิจ ผู้บริโภคจะขาดความไว้วางใจ ยอดขายจะตก และอีกด้านหนึ่งบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายมหาศาลในการทำให้รถที่ขายไปแล้วได้มาตรฐาน รวมทั้งชดเชยผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย โดยในเบื้องต้นบริษัทประกาศตั้งสำรอง 6,700 ล้านยูโร และต่อมาเพิ่มเป็น 16.2 พันล้านยูโร ราคาหุ้นในตลาดของโฟล์คสวาเกนสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการรูดลงประมาณ 30%

หลายเดือนต่อมา คือเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน มิตซูบิชิ มอเตอร์สของญี่ปุ่นก็ถูกจับได้ว่ารายงานเท็จเรื่องความสามารถในการประหยัดพลังงาน โดยบริษัทใช้วิธีทดสอบที่ไม่ได้รับอนุญาตมา 25 ปีแล้ว รวมทั้งมีการเอาผลคำนวณทางคณิตศาสตร์ไปรายงานแทนผลของการทดลองจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายญี่ปุ่น

ทันทีที่เป็นข่าว ราคาหุ้นมิตซูบิชิ มอเตอร์สลดลงประมาณ 15% แรงสุดในรอบ 12 ปี และหลังจากนั้นก็ยังลดลงต่อ โดยปัจจุบันราคาหุ้นต่ำกว่าก่อนเกิดเรื่องประมาณ 50%

มิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นบริษัทในกลุ่มยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมหนักของญี่ปุ่น แต่ภายในอุตสาหกรรมรถยนต์ ยังห่างไกลจากการเป็นผู้ผลิตรายสำคัญ คืออยู่ในลำดับที่ 6 ของญี่ปุ่นเท่านั้น มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดกับทั้งสองบริษัทและกับอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม ดังนี้

หนึ่ง ทั้งเยอรมนีและญี่ปุ่นได้ชื่อว่ามีอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ ชื่อเสียงดี ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือ เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่มีเรื่องจริยธรรมระดับสูงขนาดนี้เกิดขึ้น

ในกรณีของโฟล์คสวาเกน มีรถยนต์ที่เกี่ยวข้องถึง 11 ล้านคัน แต่ละคันติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถเอาชนะการตรวจสอบ (Defeat Device) ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นมาตั้งแต่ปี 1999 แล้ว แต่เพิ่งนำออกมาใช้ในปี 2005 เพื่อให้สามารถเข้าไปเจาะตลาดสหรัฐ กล่าวกันว่าภายในหน่วยงานพัฒนาเครื่องยนต์ของบริษัท อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นความลับทางธุรกิจที่ทราบกันทั่วไป มีอยู่ในรายงานถึงซีอีโอของบริษัทด้วยตั้งแต่เดือน พ.ค. 2014 แต่ซีอีโออ้างว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้างที่อาจจะไม่ได้อ่าน แต่ทั้งนี้เขาก็ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

ในกรณีของมิตซูบิชิ บริษัทรีบออกมายืนยันว่า ผลกระทบเกิดกับรุ่นมินิที่วางขายในญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับรถที่ขายในต่างประเทศ รถมินิที่กล่าวถึงมีขนาดเครื่องยนต์ 660 ซีซี ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงในญี่ปุ่น รุ่นที่เกี่ยวข้องมี 4 รุ่น อยู่ในชื่อมิตซูบิชิเอง 2 รุ่น จำนวนแสนกว่าคัน เป็นรุ่นที่นิสสันจ้างผลิตอีก 2 รุ่น จำนวน 4 แสนกว่าคัน เรื่องแดงขึ้นมาเมื่อนิสสันทดสอบแล้วไม่ได้ผลตามที่มิตซูบิชิรายงานจึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ

สอง หลายคนกังวลว่า การบิดเบือนข้อมูลและรายงานเท็จของทั้งสองบริษัทจะเป็นเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งภายในอุตสาหกรรมรถยนต์โลก เพราะดูเหมือนว่าในสถานการณ์ปกติ หน่วยงานด้านตรวจสอบมาตรฐานของภาครัฐจะตามบริษัทรถยนต์ไม่ใคร่ทัน หากไม่มีเรื่องร้องเรียนหรือเรื่องที่ถูกตั้งข้อสงสัยล่วงหน้าก็อาจตรวจไม่พบ หรือใช้เวลาหลายปีกว่าจะตรวจพบ

ในบางกรณีที่ถูกตรวจพบและถูกปรับ บริษัทรถยนต์ก็มักจะอ้างว่าไม่มีเจตนารายงานเท็จ แต่ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงกับการเจตนาบิดเบือนข้อมูลอาจจะไม่ชัดเจนมากนัก อาจเป็นเรื่องปกติธรรมดาของอุตสาหกรรมนี้ที่ทุกบริษัทก็ทำ อยู่ที่ว่าจะถูกจับได้หรือไม่เท่านั้น

สาม มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการประหยัดพลังงานในยุโรปกับสหรัฐเข้มข้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ในหลายกรณีมีตารางกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าภายในปีไหนจะต้องก้าวหน้าไปถึงไหน เป็นการสร้างแรงกดดันให้กับบริษัทรถยนต์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ไม่สามารถพัฒนาได้ทัน หรือการพัฒนาเกิดความล่าช้า หากต้องเลื่อนการวางตลาดออกไปก็อาจทำให้เสียธุรกิจและเสียชื่อเสียง

ในบางกรณีการกำหนดมาตรฐานของแต่ละประเทศอาจจะไม่สอดคล้องกัน เช่น มาตรฐานไอเสียของสหรัฐในส่วนที่เกี่ยวกับไนโตรเจนออกไซด์มีความเข้มข้นกว่ามาตรฐานในยุโรปถึง 6 เท่า ทำให้โฟล์คสวาเกนปฏิบัติตามได้ยาก รวมทั้งอาจต้องลงทุนเพิ่มเป็นจำนวนมาก หรือกว่าจะขายในสหรัฐได้อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกนาน ทำให้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายแทน

สี่ อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องลงทุนด้านวิจัยและพัฒนามาก เรื่องความประหยัดทางขนาดเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูง รถแต่ละรุ่นจะต้องขายให้ได้ขั้นต่ำจำนวนหนึ่งจึงจะเริ่มมีกำไร ในกรณีของมิตซูบิชิซึ่งมีขนาดเล็ก การลงทุนมากอาจเป็นเรื่องได้ไม่คุ้มเสียและมีความเสี่ยงสูง การบิดเบือนข้อมูลจึงอาจเป็นความจำเป็นและเป็นทางลัดที่ช่วยให้เดินได้ทันผู้ผลิตรายอื่น

ห้า อุตสาหกรรมรถยนต์มีการแข่งขันสูงมาก และเป็นเรื่องหน้าตาของประเทศด้วย ในอดีตสหรัฐเคยยิ่งใหญ่และนำหน้าประเทศอื่น บริษัทรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลกในอดีตก็เป็นอเมริกัน คือ บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า พอโตโยต้าแซงหน้าขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โตโยต้าก็ถูกเล่นงานเรื่องความปลอดภัยในสหรัฐ ต่อมามีข่าวว่าโฟล์คสวาเกนหรือฮุนไดมีแนวโน้มจะขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทน ทั้งสองบริษัทก็ถูกทางการสหรัฐเล่นงานเช่นกัน

ข้อสุดท้าย ผมเป็นคนหนึ่งที่คาดไว้ว่า โฟล์คสวาเกนจะประสบปัญหาอย่างหนักทั้งทางด้านธุรกิจและการเงิน แต่มาถึงวันนี้ต้องยอมรับว่าแปลกใจที่เห็นยอดขายของโฟล์คสวาเกนโดยรวมในไตรมาสแรกของปี 2016 สูงขึ้น โดยขายได้ทั่วโลก 2.5 ล้านคัน สูงขึ้น 0.8% แม้ว่าในทวีปอเมริกาและรัสเซียจะลดลง แต่ในยุโรปและจีนกลับเพิ่มขึ้นมากกว่า นอกจากนี้ แม้ว่ายี่ห้อโฟล์คสวาเกนจะขายน้อยลง 1.3% แต่ยี่ห้ออื่นของบริษัทเดียวกันขายได้มากขึ้นทุกยี่ห้อ

ผมตีความเอาเองว่า แม้ตลาดจะตกใจในตอนต้นเมื่อเห็นข่าวใหม่ๆ แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าบริษัทอื่นก็ไม่ได้วิเศษวิโสกว่า ความเชื่อมั่นที่เคยมีจึงไม่ได้ถดถอยลงมากนักในกรณีของมิตซูบิชิ ความเชื่อมั่นของ
ผู้บริโภคอาจจะมีน้อยกว่า แต่มิตซูบิชิมีธุรกิจรับจ้างผลิต ซึ่งอาจจะถูกกดดันบ้าง แต่ก็คงอยู่รอด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท