posttoday
เรื่องเล็กน้อย ที่ถูกมองข้าม

เรื่องเล็กน้อย ที่ถูกมองข้าม

05 พฤษภาคม 2559

โดย...ดร.ฐากูร นิ่มสมบุญ

โดย...ดร.ฐากูร นิ่มสมบุญ

ในแต่ละวันเราทุกคนคงพบเจอเหตุการณ์ที่เป็นเพียงเรื่องขัดใจหรือขัดความรู้สึกของเราบ้าง หรือบางเรื่องอาจถึงขั้นผิดกฎหมายหรือกฎระเบียบของสังคมด้วยซ้ำ แต่ด้วยนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ที่ขี้เกรงใจ ไม่อยากมีเรื่องมีราว ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นถูกมองข้ามไป โดยอ้างว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างไรก็ตามมีหลายครั้งที่เรื่องเล็กน้อยนั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา ตัวอย่างเช่น การเลี้ยงและการปล่อยให้มีหมาจรจัด ซึ่งคนส่วนมากมองว่าสร้างความสกปรกเพราะกินอาหารไม่เป็นที่เป็นทาง มีการคุ้ยเขี่ยขยะ ไม่มีคนดูแล สร้างความเดือดร้อนรำคาญกับคนที่เดินผ่านไปมา บางทีอาจวิ่งตัดหน้ารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุการจราจรอีกด้วย แต่เราก็เลือกที่จะมองข้ามไป โดยไม่มีใครสนใจจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ที่ผ่านมาไม่นานนี้ปรากฏข่าวใหญ่เกี่ยวกับเรื่องหมาหลายเรื่อง เรื่องแรกนายตำรวจระดับนายพันยิงหมาจรจัดตายก่อให้เกิดกระแสกดดันจากกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงจนผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจต้องเข้ามาจัดการ ตามข่าวตำรวจคนดังกล่าวต้องตกเป็นผู้ต้องหาถึง 3 ข้อหาและถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอีกด้วย ต่อมาก็มีเรื่องคนถูกหมากัดที่แฟลตตำรวจ ทำให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจต้องลงไปจัดการและมอบเงินค่ารักษาพยาบาลให้ และสุดท้ายเป็นเรื่องที่พ่อค้าข้าวมันไก่ฟันหมาที่ถูกล่ามโซ่ไว้จนตาย เพราะหมาตัวนั้นเคยกัดลูกของตนเอง

หลายคนคงไม่ทราบว่าเรามีข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครเรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขมาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งวางข้อกำหนดไว้ค่อนข้างครบถ้วนเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขตั้งแต่จัดให้มีการลงทะเบียน มีบัตรประจำตัว มีการแจ้งย้ายที่อยู่ เปลี่ยนเจ้าของ หรือการแจ้งเมื่อสุนัขตาย ห้ามปล่อยหรือเลี้ยงสุนัขในที่สาธารณะ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่กรณีพบสุนัขจรจัด ทั้งยังมีบทลงโทษของการฝ่าฝืนไว้ด้วย แต่ด้วยคนเห็นว่าการเลี้ยงหมาหรือปล่อยให้มีหมาจรจัดเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครควบคุม ใครๆ ก็เลี้ยงหมาหรือเอาหมาไปปล่อยทิ้งได้ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ การบังคับใช้กฎหมายจึงถูกละเลย

ถ้าลองคิดดูจะพบว่าในสังคมเรายังมีเรื่องเล็กน้อยอีกมาก เช่น การทิ้งขยะไม่เป็นที่ การเร่ขายของตามสี่แยก การขับรถเกินความเร็วที่กำหนด การทำลายทรัพย์สินราชการ การบุกรุกที่ดิน การเปิดกิจการต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องของการไม่ทำตามระเบียบของสังคม ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญเรื่องต่างๆ เหล่านี้หากถูกมองข้ามไปก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ดังเช่นเรื่องของหมาที่กล่าวไปแล้ว

การที่คนมองข้ามเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ถือเป็นอาการหนึ่งของสังคมที่ไร้ระเบียบ (Social Disorganization) ขาดการควบคุมกันเองโดยสมาชิกของสังคม หวังพึ่งพาเจ้าหน้าที่รัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นการคาดหวังที่เป็นไปไม่ได้เพราะทรัพยากรของรัฐมีจำกัด นอกจากนี้หากมองในเชิงอาชญาวิทยาจะพบว่าบรรยากาศของความไร้ระเบียบดังกล่าวส่งผลให้เกิดช่องว่างของการอาชญากรรม ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี Broken Window ของ James Q. Wilson and George L. Kelling ที่นำเสนอแนวคิดว่าการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชนไม่ให้เกิดความไร้ระเบียบหรือความผิดเล็กๆ น้อยๆ เป็นการสร้างบรรยากาศของการอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมที่รุนแรงขึ้นในชุมชนดังกล่าวได้ด้วย

เป็นเรื่องจริงที่ชุมชนมีสภาพแวดล้อมไม่เรียบร้อย มีขยะทิ้งเกลื่อนกลาด มีหมาจรจัดอยู่ทั่วไป ขาดการจัดการในชุมชน มักจะเป็นชุมชนที่มีปัญหาอาชญากรรมหรือเรื่องเดือดร้อนรำคาญอยู่เนืองๆ แต่ปัญหาดังกล่าวกลับไม่เกิดขึ้นกับชุมชนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยที่อาจมีการจัดการเรื่องต่างๆ โดยนิติบุคคลอย่างเช่นในหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าการสร้างบรรยากาศของความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นเรื่องสำคัญและมีความสัมพันธ์กับการเกิดอาชญากรรมในชุมชน ถ้าลองสังเกตดูเวลาเราไปยังสถานที่ที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีขยะทิ้งเรี่ยราดถึงแม้จะไม่มีเจ้าหน้าที่หรือตำรวจอยู่ในบริเวณนั้นเลย แต่เราก็จะระมัดระวังตัวไม่กล้าทำสกปรก ตรงกันข้ามถ้าไปในสถานที่ที่มีขยะอยู่เกลื่อนกลาด แม้จะมีตำรวจอยู่ด้วยเราก็คงไม่สนใจ

ถ้าไม่ใช่เรื่องการทิ้งขยะแต่เป็นเรื่องอื่นที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น เห็นคนจอดรถในช่องคนพิการได้แล้วไม่มีใครว่าอะไร คนอื่นก็จอดบ้าง เห็นวัยรุ่นเอาสีไปพ่นกำแพงบ้านคนอื่นแล้วไม่มีการจัดการอะไร คนอื่นก็ทำบ้าง เห็นคนจอดรถคาป้ายรถเมล์หรือในที่ห้ามจอดแล้วไม่มีใครมาไล่ เราก็จอดบ้าง เห็นคนเปิดผับเปิดเพลงดังๆ ที่ไหนก็ได้ไม่เห็นมีใครร้องเรียน คนอื่นก็เปิดได้ เห็นบริษัทอื่นทำบัญชีโกงภาษีอยู่ทุกปีก็ไม่เคยโดนจับ บริษัทเราก็ทำบ้าง ฯลฯ ท้ายสุดบ้านเมืองก็จะมีบรรยากาศของความไร้ระเบียบและเท่ากับการส่งสัญญาณว่าใครจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีการควบคุม ไม่ค่อยมีใครสนใจ จนคนต่างชาติที่ไม่ค่อยเป็นที่ต้องการทั้งหลายถึงชอบมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยทำให้เราถูกขนานนามว่าเป็น Safe Heaven หรือหลุมหลบภัยของเหล่าอาชญากรไปแล้ว

ดังนั้น อย่ามองข้ามเรื่องเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องของความไร้ระเบียบในสังคม เพราะเรื่องเหล่านั้นอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเกิดขึ้นของอาชญากรรมอีกด้วย แน่นอนว่าผู้รับผิดชอบหลักคงหนีไม่พ้นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องสร้างบรรยากาศของการอยู่ภายใต้กฎหมายในสังคมให้ได้ แต่เราทุกคนก็มีส่วนช่วยควบคุมพฤติกรรมของกันและกันในสังคม ถ้ามองในแง่ดีกระแสโซเชียลมีเดียจากที่มีการนำเรื่องต่างๆ มาโพสต์และแชร์กันจนเป็นข่าวที่คนสนใจจนทำให้ผู้รับผิดชอบต้องเข้ามาจัดการ ซึ่งก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการควบคุมพฤติกรรมของคนในสังคมเช่นกัน สำหรับสังคมแบบไทยๆ ที่คนค่อนข้างขี้อาย ขี้เกรงใจกันแล้ว วิธีการนี้อาจเป็นวิธีการที่คนคิดว่ามีประสิทธิภาพที่สุดแล้วก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท