posttoday
สู้ความจริง

สู้ความจริง

05 พฤษภาคม 2559

เป้าที่สุดเอื้อมใหญ่ยากเกินไป ต้องใช้ความศรัทธาสูงมากกว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้น อาจเป็นสิ่งที่จะตีกลับ ทำให้ความเชื่อกลายเป็นความไม่เชื่อมั่น ซึ่งหากเหตุปัจจัยเป็นเช่นนั้น ทางออกที่ดีควรหันมายอมรับความจริงที่จะเกิดขึ้น เพื่อวางแผนปรับตัวสู้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าหรือไม่

เป้าที่สุดเอื้อมใหญ่ยากเกินไป ต้องใช้ความศรัทธาสูงมากกว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้น อาจเป็นสิ่งที่จะตีกลับ ทำให้ความเชื่อกลายเป็นความไม่เชื่อมั่น ซึ่งหากเหตุปัจจัยเป็นเช่นนั้น ทางออกที่ดีควรหันมายอมรับความจริงที่จะเกิดขึ้น เพื่อวางแผนปรับตัวสู้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าหรือไม่

จากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมาจากภาครัฐ ที่แนวโน้มดีในเกือบทุกด้าน มีสัญญาณพงกหัวหรือเริ่มฟื้นแทบจะเกือบทุกตัว เช่น ตัวเลขการส่งออกที่เด้งจากแดนลบไปเป็นบวก โดยเดือน มี.ค. 2559 ส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มี.ค. ส่งออกเพิ่ม 1.3% หรือ 19,125 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนนำเข้าติดลบ 6.94% หรือ 16,159 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เกินดุล 2,966 ล้านเหรียญสหรัฐ

รวมทั้งทำให้ 3 เดือนแรกปี 2559 (ม.ค.-มี.ค.) ส่งออกขยายตัว 0.9% มูลค่า 53,829 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนนำเข้าหดตัว 11.99% มูลค่า 45,640 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้การค้าเกินดุล 8,189 ล้านเหรียญสหรัฐ

เช่นเดียวกับตัวเลขเงินเฟ้อที่ติดลบมากว่า 10 เดือน ซึ่งทางวิชาการหากเงินเฟ้อติดลบติดต่อกัน 3 ไตรมาส สะท้อนว่าเศรษฐกิจอยู่ในสภาพเงินฝืด แต่ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อเดือน เม.ย. 2559 เพิ่มขึ้น 0.07% เป็น 106.24 เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นการกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 16 เดือน นับจากเดือน ธ.ค. 2557 เพราะหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.57% ดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 0.76% ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มกลับมาอยู่ปกติ แต่เงินเฟ้อเฉลี่ย 4 เดือน ยังติดลบ 0.35%

ตัวเลขเศรษฐกิจภาครัฐดังกล่าว นับว่าส่งสัญญาณตรงข้ามกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ภาคเอกชนจัดเก็บ เช่น สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ออกมาแย้งตัวเลขส่งออกที่ทางสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ เมื่อหักตัวเลขส่งออกทองคำและอาวุธยุทโธปกรณ์ ส่งออกเดือน มี.ค. ยังติดลบ 1.05% หรือมูลค่าส่งออกเหลือ 1.86 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งสัญญาณเศรษฐกิจอื่น เศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวนมาก ราคาน้ำมันโลกที่มีผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แม้บางผลผลิตจะได้ปัจจัยบวกจากภัยแล้งช่วยให้ราคาสูงขึ้นบ้าง

รัฐก็รู้ว่าสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยช่วงนี้ มาจากรายได้จากภาคบริการการท่องเที่ยว ส่วนการบริโภคที่บอกว่ามีโมเมนตัมมาจากช็อปกินเที่ยวปีใหม่หักภาษี ก็ไม่ได้มีแรงส่งมาถึงขณะนี้ให้เกิดการใช้จ่าย ไปจนถึงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ก็ยังไม่มีการลงทุนภาคเอกชนเริ่มเป็นรูปธรรม

ขณะสภาพที่เกิดขึ้นปัจจุบัน ภาคธุรกิจต่างลดต้นทุนด้วยวิธีต่างๆ ลดค่าล่วงเวลา บางอุตสาหกรรมมีการเริ่มพิจารณาปรับลดพนักงาน ส่วนประชาชนทั่วไปมีการระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ไม่มั่นใจรายได้ในอนาคต หรือการหารายได้ในอนาค จะมีการจ่ายโบนัส ปรับขึ้นเงินเดือน หรืออาจโดนลดรายได้จากมาตรการต่างๆ

เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจที่รัฐพยายามบอกว่าเริ่มฟื้นเริ่มพงกหัว มันสวนกับตัวเลขเศรษฐกิจที่เอกชนจัดเก็บ รวมทั้งสภาพปากท้องที่เกิดขึ้นจริง ยังไม่รู้สึกได้ว่าเศรษฐกิจมีสัญญาณฟื้น ล้วงเงินในกระเป๋าแล้วยังไม่มีเงินเป็นปึกให้จับจ่าย ให้เชื่อมั่นมากขึ้นตามที่รัฐบอกได้ นอกจากนี้ แนวโน้มที่เป็นปัจจัยบวกต่างๆ เช่น เศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน การใช้จ่ายภาครัฐที่จะหวังในครึ่งปีหลัง ผ่านมา 7 เดือนงบลงทุนยังเบิกจ่ายแค่กว่า 40% หากเป็นเช่นนี้ ภาครัฐควรหันมาทบทวนการส่งสัญญาณให้มารับความจริง และขอพลังประชาชนและเอกชนให้ร่วมกันฝ่าเศรษฐกิจยังชะลอตัวดีกว่าหรือไม่ จากภาพรวมทั้งหมด คิดว่าถึงเวลาที่รัฐน่าจะทบทวนรับความจริง มากกว่าปลุกเชื่อมั่นอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69