
ออมสินผุดดัชนีฯ วัดชีพจรฐานราก
ส่องกำลังซื้อภายใน-เตือนภัยเศรษฐกิจ
ส่องกำลังซื้อภายใน-เตือนภัยเศรษฐกิจ
ออมสินเล็งเปิดตัวดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก เผยคลังเตรียมชง ครม.แก้หนี้นอกระบบ 4.5 หมื่นล้าน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากกระทรวงการคลังเพื่อขอเปิดศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจฐานรากของธนาคารออมสิน โดยศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่สนับสนุนงานวิจัยเชิงลึกด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงานในส่วนของเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเป็นฐานข้อมูลของประเทศ และใช้ในการเตือนภัยสำหรับหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ตลอดจนเสนอแนะแนวทางการป้องกันปัญหาแต่เนิ่นๆ
“การเก็บข้อมูลเศรษฐกิจฐานรากที่จัดทำขึ้นและนำเสนอต่อสาธารณะนั้น ไม่ว่าข้อมูลจะออกมาดีหรือไม่ดีก็ต้องนำเสนอ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจด้านนโยบายเศรษฐกิจ” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาในเร็วๆ นี้ และภายใต้โครงการนี้ธนาคารออมสินจะร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเข้าไปให้สินเชื่อแก่ลูกค้าที่ปัจจุบันมีหนี้นอกระบบอยู่รวมกันประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท หรือธนาคารละ 2.25 หมื่นล้านบาท
“ทางธนาคารจะปล่อยกู้ให้ลูกค้าไม่เกิน 2 แสนบาท/ราย เนื่องจากผลการสำรวจของกระทรวงมหาดไทยก่อนหน้านี้ พบว่าหนี้สินของผู้ที่มีหนี้นอกระบบจะอยู่ที่เฉลี่ย 5 หมื่นบาท/ราย โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยประมาณ 0.75-1% ต่อเดือน ซึ่งดีกว่าที่มีการไปกู้หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 10% ต่อเดือน และภายใต้โครงการนี้จะมีการนำระบบชุมชน กลุ่มอาชีพ เข้ามาช่วยควบคุมดูแลไม่ให้เกิดหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย ยังกล่าวว่า ในส่วนความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่าธนาคารปล่อยสินเชื่อในโครงการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการให้สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนไปแล้ว 4.09 หมื่นล้านบาท มีลูกค้าได้ประโยชน์ 4.78 แสนคน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3.1 หมื่นล้านบาท ส่วนโครงการบ้านประชารัฐล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 3.13 หมื่นราย วงเงินขอสินเชื่อ 3.45 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารอนุมัติสินเชื่อแล้ว 1,296 ราย วงเงิน 1,457 ล้านบาท และจะทยอยโอนเงินในโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ 3.5 หมื่นล้านบาท ให้หมู่บ้านต่างๆ ภายใน 1 เดือน
นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีส่วนงานวิจัยด้านเศรษฐกิจที่สนับสนุนส่วนงานหลักอยู่แล้ว เช่น ส่วนงานออกผลิตภัณฑ์ แต่ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเห็นว่ายังไม่เพียงพอ เพราะงานวิจัยจะต้องใช้งานได้กว้างขวางกว่านี้ จึงมีนโยบายจัดตั้งวิจัยเศรษฐกิจขณะที่ฐานข้อมูลบัญชีเงินฝากของลูกค้ารายย่อย หรือกลุ่มฐานราก 28 ล้านบัญชี พบว่า 90% ของบัญชีเงินฝากเป็นลูกค้าธนาคารออมสิน
ทั้งนี้ ธนาคารได้จัดทำดัชนีเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economic Sentiment Index:GSI) ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในระดับฐานรากใน 11 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต รายได้ที่จะได้รับในอนาคต การออมทั้งในปัจจุบันและอนาคต การก่อหนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต สถานการณ์การจ้างงาน และการใช้จ่าย เป็นต้น โดยจะสำรวจจาก 1,500 กลุ่มตัวอย่าง
“ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลเน้นการดำเนินนโยบายลงไปสู่เศรษฐกิจฐานราก แต่ก็ไม่มีฐานข้อมูลที่ชี้ผลกระทบของนโยบาย เช่น กรณีของนโยบายจำนำข้าวที่ปล่อยเงินเข้าสู่เศรษฐกิจ 6 หมื่นล้านบาท แม้ว่าช่วงนั้นจะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 1% ก็จริง แต่ก็ไม่สามารถชี้ชัดว่าเงินมาจากส่วนของโครงการจำนำข้าว หรือกรณีที่รัฐบาลนี้ใส่เงินลงกองทุนหมู่บ้าน 3 หมื่นล้านบาท ก็ยังวัดผลชัดไม่ได้ว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจเพียงใด หรือใช้เวลานานแค่ไหนจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ และในอีก 1-2 สัปดาห์ ธนาคารจะเปิดตัวดัชนี GSI ซึ่งจะชี้ว่านโยบายต่างๆ ยกระดับฐานรากได้จริงหรือไม่ และบอกทิศทางกับรัฐบาลในการปรับปรุงนโยบาย” นายธัชพล กล่าว







