
มองหาโอกาสจากหุ้นญี่ปุ่นดิ่ง
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ทำให้ตลาดและนักลงทุนผิดหวังมากๆ เนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2559
โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ทำให้ตลาดและนักลงทุนผิดหวังมากๆ เนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2559 มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสถาบันการเงินไว้ที่ ลบ0.1%และคงวงเงินในการซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ที่80ล้านล้านเยน/ปี ทำให้เศรษฐกิจมีโอกาสชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลต่อเนื่องให้ค่าเงินเยนแข็งปั๋งในรอบ18เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ กดดันตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิรูดลงไปแรง รวม2วัน หายไป7%อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ10ปีของญี่ปุ่นทำจุดต่ำสุดรอบใหม่ ซึ่งคาดว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงอ่อนแรงลงไปได้อีก รวมถึงจะเห็นการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่จะสร้างโอกาสที่ดีกว่า
แต่นักลงทุนอย่าเพิ่งตกใจ หรือหนีออกจากการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยประเภทหนึ่ง และควรหาจังหวะที่หุ้นญี่ปุ่นร่วงลงแรงๆ เข้าไปซื้อลงทุนไว้บ้าง
ตอนนี้นักวิเคราะห์และนักวิชาการต่างมองตรงกันว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงหนีไม่พ้นที่จะต้องใช้ยาแรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลของ ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ เรื่องการแข็งค่าของสกุลเงินเยนอาจจะส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น และอยู่ระหว่างการจับตาว่าความผันผวนในตลาดการเงินจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและราคามากน้อยเพียงใด
คุโรดะส่งสัญญาณว่าอาจจะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม หากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ2%
วิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ยังคงชื่นชอบตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่เช่นเดิม แม้จะผิดหวังกับมติของบีโอเจก็ตาม
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ลงมารอบนี้ มองเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะยาว จะได้ซื้อหุ้นถูก
วินให้เหตุผล2-3เรื่องสนับสนุน คือ1.บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นไม่ได้แย่มากนัก2.หากเปรียบเทียบความถูกความแพงของตลาดหุ้น เห็นว่าตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาแพง ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตลาดหุ้นยุโรป และตลาดหุ้นเอเชียบางประเทศยังถูกกว่า และ3.ความต้องการซื้อหุ้นจากในประเทศญี่ปุ่นยังมีอยู่จำนวนมาก
แรงซื้อสำคัญมาจากกองทุนการลงทุนเงินบำเหน็จบำนาญของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือจีพีไอเอฟ ซึ่งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์30ล้านล้านบาท ยังมีช่องในการลงทุนหุ้นญี่ปุ่นเหลืออยู่ ตอนนี้ลงทุนแล้ว ประมาณ20%จากนโยบายที่ลงทุนได้ถึง25%ซึ่งหากจีพีไอเอฟยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่ากองทุนบำนาญของญี่ปุ่นกองอื่นๆ ก็จะเข้าไปซื้อหุ้นตามด้วย
ขณะเดียวกันรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีนโยบายส่งเสริมให้กองทุนบำเหน็จบำนาญเข้าลงทุน โดยจัดแคมเปญสนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนประชาชนญี่ปุ่นเองก็มองหาโอกาสจากตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพื่อบริหารเงินในภาวะดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมาก
อย่างไรก็ตาม“วิน”ก็เป็นห่วงเรื่องความผันผวนของค่าเงินเยนที่อาจจะทำให้นักลงทุนที่ได้กำไรจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นแล้ว อาจจะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จึงแนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นญี่ปุ่นผ่านกองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้ง100%น่าจะปลอดภัยที่สุด ส่วนนักลงทุนที่จะเข้าไปซื้อหุ้นญี่ปุ่นโดยตรง ก็ควรจะเลือกเป็นรายตัวและรายกลุ่ม รวมถึงบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นยังมีโอกาสจ่ายเงินปันผลสูงๆ ด้วย
วินยังเชื่อว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นคงจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแน่ๆ รอจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น
ค่าเงินเยนที่แข็งที่สุดในรอบ18เดือน นอกจากกดดันการส่งออกของญี่ปุ่นแล้ว ยังสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงจีน หลังจากค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนแรง โดยธนาคารกลางจีนปรับขึ้นอัตราอ้างอิงเงินหยวน0.6%แตะระดับ6.4589หยวน/เหรียญสหรัฐ นับเป็นการปรับขึ้นค่ากลางที่สูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค.2558และทำให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นสูงสุดรอบ11ปี ส่วนเงินยูโรเพิ่มขึ้นทะลุระดับ1.15เหรียญสหรัฐ/ยูโร เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่ผ่านมา เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจในภาคการผลิตที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือน เม.ย.
เงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่ายังเป็นประโยชน์ต่อสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะราคาทองคำ ล่าสุดราคาทะลุ1,300เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ไปแล้ว นับเป็นการดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่ายังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เพื่อขอรอดูผลกระทบของนโยบายที่ออกมาว่าส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหรือไม่อย่างไรทั้งนี้นักวิเคราะห์และตลาดต่างคาดการณ์ว่าเฟดน่าจะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้







