posttoday
เปิดศึกเครดิตเรตติ้งสองฝั่งโลกเมื่อมาตรฐานของใครก็ของมัน

เปิดศึกเครดิตเรตติ้งสองฝั่งโลกเมื่อมาตรฐานของใครก็ของมัน

06 สิงหาคม 2553

การตั้งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของจีนขึ้นมาแข่งกับบริษัทประเภทเดียวกันภายใต้อิทธิพลของประเทศตะวันตก

การตั้งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของจีนขึ้นมาแข่งกับบริษัทประเภทเดียวกันภายใต้อิทธิพลของประเทศตะวันตก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

การตั้งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของจีนขึ้นมาแข่งกับบริษัทประเภทเดียวกันภายใต้อิทธิพลของประเทศตะวันตก ไม่ใช่เพียงการเ

เปิดศึกเครดิตเรตติ้งสองฝั่งโลกเมื่อมาตรฐานของใครก็ของมัน

ปิดสมรภูมิประชันความเหนือกว่าทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศกับชาวโลกอย่างโจ่งแจ้งว่า นับแต่นี้โลกจะตั้งอยู่บน 2 มาตรฐานอย่างแท้จริง

นั่นคือมาตรฐานของโลกตะวันออกและโลกตะวันตก

มาตรฐานที่ว่านี้กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในช่วงเวลาที่เอเชีย โดยเฉพาะจีนกำลังกลายเป็นความหวังใหม่ของชาวโลก ขณะที่ประเทศตะวันตกกำลังเสื่อมถอยลง หรือไม่เช่นนั้นก็กำลังวุ่นวายกับวิกฤตเรื้อรัง
สภาวะเช่นนี้ดูเหมือนว่าประเทศในแถบเอเชียจะเป็นต่อ และต่างเห็นโอกาสงามที่จะเข้ามาแทนที่ยุโรปและสหรัฐ ดังจะเห็นได้จากการที่จีนดันบริษัท ต้ากง หรือ Dagong Global Credit Rating ขึ้นมามีบทบาทในธุรกิจจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินอย่างรวดเร็วในชั่วเวลาเพียง 2 เดือน

ทั้งนี้ จีนมีบริษัทเครดิตเรตติ้งของตัวเองถึง 5 บริษัท แต่ต้ากงนับว่ามีบทบาทและเป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุด เพราะเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด

ยุทธศาสตร์สำคัญที่จีนนำมาใช้ยกระดับบริษัท ต้ากง (หรือนับหนึ่ง คือต้ากงใช้ยกระบตัวเอง) คือการกำหนดมาตรฐานการจัดอันดับเสียใหม่ โดยหั่นระดับความน่าเชื่อถือของประเทศตะวันตกในยุโรปกันเป็นทิวแถว ไม่เว้นแม้แต่ญี่ปุ่น

ขณะเดียวกันกลับยกระดับเครดิตของบรรดาตลาดเกิดใหม่ในระดับที่สูงจนเหลือเชื่อ หากวัดจากมาตรฐานเดิมของบริษัทจัดอันดับจากโลกตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของ จีน อินเดีย ไปจนถึงบราซิล ซึ่งล้วนแต่เป็นยักษ์ใหญ่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งสิ้น

ในลำดับต่อมาต้ากงยังโจมตีบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อต่างๆ ในโลกตะวันวันตกว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงิน เพราะพากันจัดให้สถาบันการเงินที่มีความเสี่ยงให้กลายเป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อ ยิ่งบ่มเพาะพฤติกรรมเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินจนกลายเป็นความวิบัติทางการเงินในที่สุด

ข้อกล่าวหานี้แม้จะมีมูลความจริงอยู่บ้างแต่ไม่จริงไปเสียทั้งหมด และเสี่ยงที่จะถูกตอบโต้จากผู้ถูกกล่าวหา

แต่ต้ากง (หรือนัยหนึ่งคือจีน) ยังกล้าตำหนิฝ่ายตรงข้ามด้วยข้อหาที่รุนแรง ก็เพื่อหวังจะ “ดิสเครดิต” ทั้งประเทศตะวันตกและเครดิตเรตติ้งในภูมิภาคนั้นนั่นเอง เพื่อปลุกปั้นให้ “มาตรฐานใหม่” ของตนมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

ส่วนมาตรฐานใหม่นั้น ต้ากง ระบุชัดเจนในรายการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของ 50 ประเทศ เมื่อเดือน ก.ค. ว่า

“ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างต้ากงกับบริษัทเครดิตเรตติ้งทั้งสามอันได้แก่ มูดี้ส์ เอส แอนด์ พี และฟิทช์ฯ ในด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน คือ ต้ากงเน้นหนักที่ศักยภาพของแต่ละประเทศในการชำระหนี้มากกว่า” และ

“ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่าและมีผลงานด้านเศรษฐกิจที่ดีกว่า ขณะที่ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับที่ต่ำลงส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเศรษฐกิจขยายตัวอย่างเชื่องช้าและแบกรับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น”

เห็นได้ชัดว่ามาตรฐานนี้มุ่งโจมตีประเทศตะวันตกอย่างชัดเจนที่สุด เพราะต่างจมอยู่ในภาระหนี้สาธารณะมหาศาล โดยเฉพาะยุโรป แต่ในขณะเดียวกันก็เอาใจตลาดเกิดใหม่อย่างเต็มที่
แต่ภาวะ 2 มาตรฐานเป็นภาวะที่ง่ายต่อการปะทะกัน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐพยายามปิดทางไม่ให้ต้ากงเข้ามาดำเนินธุรกิจในสหรัฐ ด้วยการไม่อนุญาตให้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยคณะกรรมาธิการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) อ้างว่า คุณสมบัติของต้ากงไม่สอดคล้องกับระเบียบของตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ

ล่าสุด แฮร์โรลด์ แมคกรอว์ เดอะ เติร์ด ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) ของบริษัท เอส แอนด์ พี ตอบโต้ข้อกล่าวหาของต้ากง ที่ชี้ว่าบริษัทเครดิตเรตติ้งของตะวันตกเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงินโลก และตอบโต้ว่าบริษัทเครดิตเรตติ้งของจีนใช้มาตรฐานที่อิงกับความเป็นประชานิยม เพราะหวังเอาใจประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็น “ประชากร” ส่วนใหญ่ของระบบเศรษฐกิจโลก

แมคกรอว์ ยังเสนอแนะแบบนิ่มๆ ว่า บริษัทเครดิตเรตติ้งของจีนจะต้องยืนด้วยลำแข้งของตนเอง และควรมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

“คำแนะนำ” นี้ หมายความว่า ต้ากงไม่ควรเป็นแขนขาของรัฐบาลจีนในการโจมตีประเทศตะวันตก

เพียงข้ามคืน ต้ากงตอบโต้กลับเช่นกัน โดย กวนเจี้ยนจง ประธานของต้ากง ยืนยันว่า มาตรฐานของบริษัทหาได้อิงกับประชานิยมไม่ แต่สั่งสมจากประสบการณ์และการวิจัยที่เข้มข้น นอกจากนี้ การโจมตีของ เอส แอนด์ พี ยังแสดงความไม่รับผิดชอบ เพราะแทนที่จะวิพากษ์ตนเองที่มีมาตรฐานการจัดอันดับที่ลำเอียง กลับกล่าวหาว่า บริษัทหน้าใหม่ในธุรกิจเครดิตเรตติ้งมีมาตรฐานแบบประชานิยม

เมื่อผู้บริหารของต้ากงเอ่ยถึงคำว่า “วิพากษ์ตัวเอง” ไม่ใช่เพียงเป็นการตอกย้ำว่า เครดิตเรตติ้งของตะวันตกจะต้องรับผิดชอบฐานมีส่วนในวิกฤตการเงินโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการบอกกลายๆ ว่า ต้ากงเองก็พร้อมที่จะวิพากษ์ตนเองเช่นกัน

ดังจะเห็นได้ว่า กวนเจี้ยนจง กล้าที่จะเตือนว่า บริษัทและรัฐบาลท้องถิ่นของจีนที่ตะเกียกตะกายจะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อทางการเงินในระดับที่ดี เพื่อที่จะสามารถกู้หนี้ยืมสินได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่อันตรายอย่างยิ่ง

คำกล่าวนี้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งผู้กู้ บริษัทเครดิตเรตติ้งในจีนและรัฐบาลจีนไปพร้อมๆ กัน ซึ่งย้ำถึงความ “กล้า” ที่จะชี้ความผิดพลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น

ความพร้อมที่จะสำรวจตัวเองนี่เอง ที่ต้ากงเห็นเป็นจุดแข็งของตน อย่างน้อยบริษัทตะวันตกที่ไม่สามารถแข่งขันในจุดนี้ได้ เพราะได้ปฏิเสธการที่จะรับผิดชอบในวิกฤต แม้จะตกเป็นเป้าโจมตีแม้กระทั่งจากรัฐบาลของประเทศที่กำลังโอบอุ้มธุรกิจเหล่านี้อยู่

นี่คือหนึ่งใน “มาตรฐานใหม่” ที่หลายฝ่ายพูดถึงภายหลังจากที่โลกต้องพบกับหายนะทางการเงินจากมาตรฐานที่เอนเอียงของธุรกิจการเงินแบบเดิมๆ

คำถามก็คือ จีนจะสามารถเข้ามามีส่วนแบ่งในธุรกิจจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้สำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางตลาดที่ผูกขาดโดยมาตรฐานตะวันตกมานับแต่แรกเริ่ม 

เพื่อที่จะสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ในโลก ที่เอเชียและตลาดเกิดใหม่ทรงอิทธิพลมากยิ่งขึ้นทุกขณะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท