
เตือนพายุถล่มทั้งสัปดาห์
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตือนทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ระวังพายุฤดูร้อนถล่มต่อเนื่องถึง 7 พ.ค.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตือนทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ระวังพายุฤดูร้อนถล่มต่อเนื่องถึง 7 พ.ค.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงวันที่ 2-3 พ.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ ส่วนช่วงวันที่ 4-7 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ ขณะเกิดพายุฤดูร้อนให้งดเว้นการใช้โทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดบริเวณที่โล่งแจ้ง เพราะอาจเกิดฟ้าผ่า ทำให้ได้รับอันตรายถึงชีวิต
ด้านความคืบหน้าผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.เป็นต้นมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 39 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร ภาคกลาง 12 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรสงคราม นครนายก กรุงเทพฯ ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และขอนแก่น ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา
มีบ้านเรือนเสียหาย 9,496 หลังคาเรือน โรงเรียน 2 แห่ง วัด 5 แห่ง สถานที่ราชการ 3 แห่ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยทหารในพื้นที่ดูแลและให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกันสำนักงานศิลปากรที่ 3 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายเจดีย์ในวัดภูเขาทอง จ.พระนครศรีอยุธยา โบราณสถานสำคัญสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถูกฟ้าผ่าเสียหายเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา







