
กรธ.แจงร่างรธน.-การทำประชามติต่อต่างชาติ
โฆษก กรธ. แจงร่างรัฐธรรมนูญ-กระบวนการทำประชามติต่อคณะทูต-ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ เผยส่วนใหญ่สนใจที่มาสว.ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี
โฆษก กรธ. แจงร่างรัฐธรรมนูญ-กระบวนการทำประชามติต่อคณะทูต-ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ เผยส่วนใหญ่สนใจที่มาสว.ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.). ชี้แจงเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการขั้นตอนต่อไปหลังจากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น ต่อคณะทูตานุทูตต่างประเทศที่ประจำการในประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่มีสำนักงานในประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากสถานทูต 47 แห่ง เป็นระดับเอกอัครราชทูต 12 ประเทศ ประกอบด้วย เบลเยียม สาธารณรัฐเชค มอลตา มองโกเลีย เนปาล ปากีสถาน ปานามาโปรตุเกส สเปน ติมอร์เลสเต และ ยูเครน รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ 6 แห่ง
นายนรชิต เปิดเผยภายหลังจากการชี้แจงว่า วันนี้เกิดจากที่ทูตประเทศต่างๆให้ความสนใจอยากฟัง ไม่ใช่เพราะ กรธ. ขอมาบรรยายสรุปเอง และยืนยันว่ากรธ. มีความตั้งใจร่างรัฐธรรมนูญให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และวัฒนธรรมของประเทศไทย จึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงให้ต่างชาติฟังเป็นพิเศษ ยกเว้นแต่จะมีการร้องขอ
ทั้งนี้ คณะทูตส่วนใหญ่ให้ความสนใจในเนื้อหาของบทเฉพาะกาลที่ระบุให้มีสว.ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ซึ่งทางกรธ. ได้ชี้แจงผลการลงประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ 4 แนวทาง คือ
1.หากรัฐธรรมนูญผ่าน และคำถามพ่วงประชามติผ่าน ก็ต้องแก้ไขบทเฉพาะกาล
2.หากรัฐธรรมนูญผ่าน แต่คำถามพ่วงไม่ผ่าน สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ได้เลย
3.หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แต่คำถามพ่วงผ่าน ผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องคำนึงถึงมติของประชาชนที่ต้องการให้มีสว. มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงเปลี่ยนผ่าน
4. หากไม่ผ่านทั้งคู่ กรธ.จะสิ้นสภาพไป จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องที่ต้องดำเนินการให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นอกจากนี้ ส่วนกระบวนการชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน จะเริ่มมีการอบรมบุคลากรในหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ก่อนลงพื้นที่ชี้แจงให้ความรู้ประชาชนในวันที่ 18 พ.ค. นี้
สำหรับเอกสารสรุปเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากบทสรุปเนื้อหาและสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ยังมีเอกสารแผ่นพับที่สรุปเนื้อหาที่เป็นสิ่งใหม่ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ประชาชนได้ศึกษาด้วย ซึ่งล่าสุด กรธ.ได้ทำเสร็จแล้ว และจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิมพ์เผยแพร่ต่อไป
ส่วนประเด็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการแสดงความเห็นก่อนลงประชามติ รวมถึงการเปิดโอกาสให้มีการดีเบตเป็นหน้าที่ของกกต. ที่จะเป็นผู้กำหนด ไม่เกี่ยวกับ กรธ. ซึ่งคณะทูตเองก็ไม่ได้มีความกังวลกับผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่ยังติดตามสถานการณ์ตามปกติ ทั้งนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดขอมาร่วมสังเกตการณ์การลงประชามติ แต่หากจะมีหน่วงงานใดสนใจมาร่วมสังเกตการณ์ ก็ต้องไปขอจาก กกต. เพราะ กรธ.ไม่มีหน้าที่อีกเช่นกัน







