
แนะรัฐเตรียมรับมือปัญหาขาดแรงงาน
"เอ็นจีโอ"แนะรัฐควรเตรียมรับมือ ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในอนาคต
"เอ็นจีโอ"แนะรัฐควรเตรียมรับมือ ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในอนาคต
เมื่อวันที่ 3พ.ค. ที่โรงแรมปริ๊นพาเลส กรุงเทพฯ กรมการจัดหางานได้จัดงานเสนาอภิปรายภายใต้หัวข้อ มุมมองและบทบาท ของ NGO ต่อการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว โดยมี นายสมพงษ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) และนายอดิศร เกิดมงคล ผู้แทนเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชาชนข้ามชาติ ร่วมพูดคุย
นายอดิศร กล่าวว่า สถานการณ์แรงงานข้ามชาติของประเทศไทยในอนาคต ปัจจุบันฝ่ายต่างๆให้ความสำคัญกับแรงงานกลุ่มนี้มากกว่า คำว่าการเคลื่อนย้าย แต่ให้ความสำคัญถึงเรื่องสิทธิมนุษย์ชนมากขึ้นเพราะเรื่องดังกล่าวเอื้อกับทั้งประเทศต้น และปลายทางที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่สิ่งที่ในอนาคตน่าเป็นห่วงสำหรับประเทศไทยหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประกอบกับเมื่อประเทศเมียนมาร์ มีรัฐบาลชุดใหม่ ตนเกรงงว่าแรงงานเมียนมาที่มีอยู่มากในไทยอาจเดินทางกลับประเทศ ซึ่งมองว่า 5ปีแรกนี้อาจจะยังไม่ประสบปัญหา เพราะความพร้อมของประเทศต้นทางเหล่านั้นคงยังไม่มีความพร้อมเทียบเท่าไทยแต่ถ้าอนาคตในกลุ่มแรงงานเมียนมาร์ ที่มีอยู่ในไทย โดยเฉพาะ ภาคแรงงาน ประมง ก่อสร้าง และคนรับใช้ในบ้านอาจมีน้อยลง ดังนั้นรัฐควรวางมาตราการเพื่อรองรับกับปัญหาเรื่องนี้
นายอดิศร เสนอว่า การดำเนินการทำบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ด้านแรงงานของไทยกับประเทศต้นทางของแรงงานข้ามชาติจากเดิมที่ร่วมมือกับ 3ประเทศเพื่อบ้านควรจะขยายให้มีมากขึ้น เช่น ขยายไปในประเทศ จีนตอนใต้ หรือประเทศอื่น นอกจากนี้ไทยจะต้องมีการวางยุทธศาสตร์แนวทางพัฒนาเทคโนโลยีให้เข้ามาทดแทนแรงงานที่ขาดแคลนในอนาคตได้หรือไม่
"ขอเสนอ 5ข้อในการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานในอนาคต อาทิ ไทยควรมีการวางแนวทางยุทธศาสตร์แรงงานข้ามชาติทั้งระบบระยะยาว / ควรพัฒนาสถาบันที่มารองรับเรื่องแรงงานข้ามชาติในอนาคตให้มีความชัดเจนและมีศักยภาพมากขึ้น / ควรร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านด้านแรงงานให้มีประสิทธิภาพ / ทำให้แรงงานสามารถเข้าถึงระบบข้อมูล ของกรมการจัดหางาน เพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่ม ร่วมถึงระหว่างทำงาน และฝ่ายต่างที่เกี่ยวข้องต้องทำงานเพื่อแก้ปัญหาด้านแรงงานข้ามชาติในอนาคตให้มากขึ้น"นายอดิศร กล่าว
นายสมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ผ่านมาในอดีตประสบปัญหาทั้ง เรื่องถูกละเมิดสิทธิทางร่ายร่างกาย ประสบอุบัติเหตุ ถูกทำร้ายในสถานประกอบการ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ปัญหาของคนกลุ่มนี้ คือ ไม่สามารถเข้าถึงการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายได้ง่าย จนเมื่อปี 2547 ได้มีการก่อตั้งองค์กรต่างๆขึ้นมาเรียกร้องสิทธิให้แก่กลุ่มแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ จนปี 2551 หน่วยงานต่างๆได้ผลักดันให้มีการออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 รวมถึงมีองค์กรหน่วยงานต่างชาติเริ่มเข้ามาติดตาม ตรวจสอบ จนทำให้ไทยสนใจแก้ปัญหาในเรื่องงนี้มากขึ้น แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไทยถูกปรับลดอันดับในรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ จากสหรัฐฯ จนทำให้ตั้งแต่นั้นมาภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล คสช. ที่ส่วนตัวเชื่อว่ามีความสามารถพิเศษหลายอย่างที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที และการทำงานของแต่ละฝ่ายมีความเชื่อมโยงร่วมกับองค์กรทั้งถาครัฐ เอกชนโดยตรงทำให้การทำงานในการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานของรัฐบาลปัจจุบันสามารถทำงานให้เดินไปได้รวดเร็วมากกว่ารัฐบาลชุดก่อน
ดังนั้นคิดว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้อนาคตเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกันให้มากขึ้น และอีกทางหนึ่งหน่วยงานของไทยควรที่จะทำงานร่วมกับต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ร่วมกันมากขึ้น ส่วนการบริหารจัดการแรงงานในไทย มองว่า ควรจะต้องมีการเปิดให้จดทะเบียนด้านแรงงานต่างด้าวใหม่ทั้งระบบใหม่เพื่อให้ระบบข้อมูลของแรงงานต่างด้าวในไทยมีความทันสมัย ครอบคลุม เพื่อจะสามารถทำงานช่วยเหลือได้ตรงจุด และสามารถชี้แจงต่างประเทศได้มีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนในอนาคตหากเกิดปัญหาแรงงานเดินทางกลับประเทศ ส่วนตัวมองว่าอาจจะยังไม่เกิดในช่วง 5-10ปีนี้ เนื่องจากการหลังไหลกลับประเทศต้นทางของแรงงานต่างด้าวอาจจะยังไม่มีไม่มากเนื่องจากการพัฒนาของประเทศต้นเหล่านั้น อาจยังไม่มีความพร้อมทั้งด้านเศรษฐกิจ และระบบสาธารณูปโภคเท่ากับไทยในเวลาอันใกล้นี้ แต่ถ้าอนาคตประเทศไทยประสบปัญหาดังกล่าว รัฐบาลควรวางแนวทางที่จะส่งเสริมบุคคลากรในระบบการศึกษาในสายอาชีพไทยให้เข้ามาเติมในภาคแรงงานให้มากขึ้น ส่วนแรงงาน กลุ่มผู้ใช้แรงงาน รัฐจะต้องร่วมมือของประเทศเพื่อบ้านร่วมกันพัฒนาแก้ไขเรื่องนี้







