
บังคับคดีถกแบงก์ โละทรัพย์ค้าง10ปี
กรมบังคับคดีถกสมาคมแบงก์ เร่งสะสางคดีค้างเก่าอายุเกิน 10 ปี เตือนถ้าเพิกเฉย จะโละออกจากระบบ
กรมบังคับคดีถกสมาคมแบงก์ เร่งสะสางคดีค้างเก่าอายุเกิน 10 ปี เตือนถ้าเพิกเฉย จะโละออกจากระบบ
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้จะหารือนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เกี่ยวกับแนวทางการสะสางคดีที่ยังคั่งค้างในระบบกรมบังคับคดี โดยปัจจุบันมีคดีค้างเก่าอายุเกิน 10 ปี จำนวน 13,892 คดี ซึ่งครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2559 สามารถสะสางคดีค้างเก่าได้ 1,375 คดี คิดเป็น 9.90% จากเป้าหมายปีนี้ที่ต้องสะสางคดีเก่าให้ได้ 30%
สำหรับคดีค้างเก่าเกิน 10 ปี กว่า 80% มีสถาบันการเงินเป็นโจทก์ โดยสาเหตุที่สถาบันการเงินไม่ให้ความสนใจ เพราะได้ว่าจ้างบริษัททนายความข้างนอก (เอาต์ซอร์ส) และเปลี่ยนบริษัทติดตามหนี้บ่อยมาก ทำให้ขาดการติดต่อกับลูกหนี้ รวมทั้งมีการตัดหนี้สูญและสำรองหนี้เหล่านี้ครบหมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้รายย่อย จึงไม่ให้ความสนใจมากนัก การหารือกับผู้บริหารสมาคมธนาคารไทยครั้งนี้ จะได้หาทางร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หากสถาบันการเงินหรือโจทก์ไม่ดำเนินการตั้งเรื่องให้บังคับคดี หรือติดตามการขายทอดตลาด กรมจะจำหน่ายคดีออก เนื่องจากคดีที่คั่งค้างจะเป็นภาระและค่าใช้จ่าย รวมทั้งไม่สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานที่แท้จริงของกรมบังคับคดี
นอกจากนี้ คดีการยึดทรัพย์ของนายประกันกว่า 4,000 คดีนั้น จะหารือศาลยุติธรรมว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะพบว่ายังมีการหมุนเวียนหรือให้เช่าเพื่อเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหา และทรัพย์ที่ยึดมาส่วนใหญ่ด้อยคุณภาพ ขายทอดตลาดไม่ได้







