
หยุดยาวหงอยยอดทัวร์ไม่ขึ้นขอนายกฯช่วย
โพสต์ทูเดย์
— หยุดยาววันแม่ไม่ได้ผล คนไทยยังไร้อารมณ์เที่ยว ยอดเที่ยวนอกครึ่งปีแรกวูบ 7% ส่วนยอดจองในประเทศกร่อยนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยว่า ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศของคนไทยในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 57% ราว 2.2 ล้านคน รายได้ 9.9 หมื่นล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 3 ล้านคน เนื่องจากสถานการณ์วุ่นวายทางการเมือง ส่วนช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 1215 ส.ค.นี้ ยอดการจองเข้ามายังไม่คึกคัก โดยสมาชิกทีทีเอเอเตรียมปรับกลยุทธ์กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางระยะใกล้ รวมถึงแพ็กเกจทัวร์ที่สอดคล้องกับในแต่ละเทศกาล
“
คาดว่าเมื่อวันแม่ใกล้มาถึง ทัวร์เส้นทางระยะใกล้จะมียอดจองเข้ามามากขึ้น อย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้แต่จะไม่มีการเดินทางแบบชาร์เตอร์ไฟลท์เหมือนทุกปีที่ผ่านมา” นายเจริญ กล่าวด้าน น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ยอดการจองแพ็กเกจทัวร์ช่วงวันแม่ในปีนี้ยังไม่ดีขึ้น แม้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จะร่วมมือกับภาคเอกชนจัดส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค ราคาพิเศษ โดยให้ส่วนลดมากกว่า 50%
ทั้งนี้ เพราะการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างกระชั้นชิด ทำให้ข้อมูลข่าวสารไม่มีการรับรู้ในวงกว้าง ซึ่งสทน. ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รับหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ รณรงค์พร้อมปลุกกระแสให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวช่วงเวลาวันหยุดยาวที่กำลังมาถึง โดยต้องโฆษราประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในระดับบประเทศ มากกว่าให้ททท.รับผิดชอบประชาสัมพันธ์เพียงหน่วยงานเดียว
“
บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศค่อนข้างซึมๆ ปัญหาทางการเมืองยังถูกกดทับ ทำให้คนไทยไม่มีอารมรณ์เดินทาง ขณะที่ททท.เพียงหน่วยงานเดียว ที่มีงบประมาณที่จำกัดอาจจุดกระแสได้ไม่แรงพอ รัฐบาลควรหันมาเร่งช่วยกระตุ้นให้เกิดกระแสอีกทางหนึ่ง” น.ส.มัยรัตน์ กล่าวอย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ต่างต้องปรับกลยุทธ์การแข่งขัน และช่วยเหลือตัวเองในการประคองให้ธุรกิจอยู่รอด เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และไม่ยื่นมามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง







