
ธปท.หวดแบงก์ ลดส่วนต่างดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม
ธปท.รับอาสาเจรจาธนาคารพาณิชย์ ลดค่าธรรมเนียมและส่วนต่างดอกเบี้ยรับจ่าย เพราะเห็นว่ายังลดได้อีก
การที่ ธปท.เห็นว่ากำไรของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปีนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 3.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6,900 ล้านบาท กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผลสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้น
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กล่าวยอมรับว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจ่ายและดอกเบี้ยรับสุทธิของธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.9% ถือว่าไม่ใช่อัตราที่เหมาะสมมากนักแม้ว่าจะต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาคที่สูงกว่าไทย เช่น อินโดนีเซีย อยู่ที่ 5% ฟิลิปปินส์ 4% เกาหลี 3.1% แต่ก็ยังมีประเทศที่ทำได้ต่ำกว่าไทย เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ อยู่ที่ 2.2%
ส่วนต่างระดับนี้ของไทยจึงน่าจะปรับลดลงได้อีก เป็นโจทย์สำคัญที่ธนาคารพาณิชย์ และ ธปท.จะหาแนวทางที่จะลดต้นทุนให้ต่ำลงหรือเหมาะสมมากขึ้น เพื่อช่วยทำให้ต้นทุนทางเศรษฐกิจลดลงตามไปด้วย
นางธาริษา กล่าวว่า ธปท.จะเร่งประสานงานกับระบบธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อพยามลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงิน และNIM ให้เหมาะสมมากขึ้นต่อไป แต่การคิดส่วนต่างก็ต้องมองให้ตรงกัน เพราะแต่ละฝ่ายมองจากวิธีคิดที่ต่างกันซึ่งคิดได้ถึง 3 วิธี
ทั้งนี้ วิธีการคิดส่วนต่างดอกเบี้ยมี 3 วิธี ประกอบด้วย
วิธีที่ 1 ใช้ดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลบกับดอกเบี้ยออมทรัพย์ โดยวิธีนี้ส่วนต่างจะอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งถ้าคิดด้วยวิธีนี้สูง
ส่วนวิธีที่ 2 เอาดอกเบี้ยรับเฉลี่ยลบด้วยดอกเบี้ยจ่ายที่ต้องจ่ายให้กับเงินฝากเฉลี่ย การคิดวิธีนี้ส่วนต่างจะอยู่ที่ 4%
และวิธีที่ 3 เอาดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมดลบด้วยดอกเบี้ยรับทั้งหมด ซึ่งอันนี้ต่ำที่สุดอยู่ที่ 2.9% ซึ่ง ธปท.ก็ใช้ตัวนี้มองอยู่แล้ว
“
ธปท.ได้มีการประสานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อพยายามลดค่าธรรมเนียมและ NIM ของระบบที่ปัจจุบันหรือในสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ อยู่ที่ 2.9% ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค แม้ว่าส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยเราจะไม่ได้อยู่ในระดับสูงสุด”อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยจ่ายและดอกเบี้ยรับสุทธิ ในอดีตของธนาคารพาณิชย์สูงกว่านี้ แต่ด้วยความพยายามจึงลดลงมาอย่างได้ต่อเนื่อง แต่การจะลดต้นทุนของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ตามที่พยายามกันอยู่ เพื่อเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าบริการและอัตราดอกเบี้ยจ่าย และดอกเบี้ยรับสุทธิ ลดลงอีกคงต้องใช้เวลาบ้าง
ที่ผ่านมา ธปท.ได้มีมาตรการผ่อนปรนเพื่อให้ธนาคารมีต้นทุนที่ต่ำลงมาต่อเนื่อง เช่น ผ่อนปรนให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปรับปรุงสินทรัพย์ที่รอการขายหรือ เอ็นพีเอ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เพื่อจำหน่ายออกไปได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับธนาคาร และการลดภาระในการดูแลก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนของธนาคารพาณิชย์







