posttoday
ขึ้นค่าแรงตามพื้นที่

ขึ้นค่าแรงตามพื้นที่

02 พฤษภาคม 2559

วันที่ 1 พ.ค.ของทุกปีเป็นวันแรงงานสากล และประเทศไทยได้กำหนดให้เป็นวันแรงงานแห่งชาติ ซึ่งผู้ใช้แรงงานมักจะใช้โอกาสนี้เสนอข้อเรียกร้องหลายเรื่องต่อรัฐบาล สำหรับปีนี้ก็มีการยื่นข้อเรียกร้อง 15 ข้อ หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเรื่องการขอให้พิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ประเทศไทยใช้อัตรา 300 บาท/วัน มานาน 3 ปีแล้ว ขอเพิ่มเป็น 360 บาท ทั่วประเทศ

วันที่ 1 พ.ค.ของทุกปีเป็นวันแรงงานสากล และประเทศไทยได้กำหนดให้เป็นวันแรงงานแห่งชาติ ซึ่งผู้ใช้แรงงานมักจะใช้โอกาสนี้เสนอข้อเรียกร้องหลายเรื่องต่อรัฐบาล สำหรับปีนี้ก็มีการยื่นข้อเรียกร้อง 15 ข้อ หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเรื่องการขอให้พิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ประเทศไทยใช้อัตรา 300 บาท/วัน มานาน 3 ปีแล้ว ขอเพิ่มเป็น 360 บาท ทั่วประเทศ

ประเทศไทยขอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กับผู้ใช้แรงงานทุกคน แตกต่างจากข้อเรียกร้องของหลายๆ ประเทศ อาทิ กัมพูชาที่ขอให้สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเป็น 207 เหรียญสหรัฐ/เดือน หรือประมาณ 7,245 บาท จากปัจจุบันที่ระดับ 140 เหรียญสหรัฐ/เดือน หรือราว 4,900 บาท เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากโรงงานจำนวน 1,007 แห่ง และแรงงานทั้งหมด 7.54 แสนคน

ขณะเดียวกัน ประเทศมาเลเซียได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 1,000 ริงกิต หรือราว 8,900 บาท สำหรับแรงงานที่ทำงานในพื้นที่คาบสมุทรมาเลเซีย และ 920 ริงกิต หรือ 8,188 บาท สำหรับแรงงานในรัฐซาบาห์ รัฐซาราวัก และลาบวน (ลา-บวน) ซึ่งเป็นหนึ่งในดินแดนสหพันธ์ของมาเลเซีย ทั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้

แต่ไม่ว่าประเทศไทยจะขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละเท่าไร เชื่อว่าปีนี้ก็จะยังไม่สำเร็จ เพราะคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะปรับขึ้นค่าแรงให้กับผู้ใช้แรงงานทุกคนและใช้กันทั่วประเทศ เนื่องจากการพัฒนาคุณภาพของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน รวมถึงความต้องการแรงงานของผู้มีทักษะและใช้ฝีมือก็ไม่เหมือนกับแรงงานทั่วไป

และเวลาที่ผ่านมาก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่า คุณภาพของแรงงานไม่ได้พัฒนาขึ้นมาตามจำนวนเงินที่ได้รับเพิ่มขึ้น และยังส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องในวงกว้าง เช่น ข้าวของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น รวมถึงสร้างภาระให้กับเจ้าของกิจการจำนวนมาก จนนำไปสู่การลดเวลาของการทำงานและการเลิกจ้างในที่สุด หลังจากธุรกิจมีการลงทุนปรับเปลี่ยนขั้นตอนการผลิต หรือนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้แทนที่แรงงานที่ไม่มีฝีมือ

ขณะนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรจะทบทวนหลักการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยคำนึงถึงคุณภาพของผู้ใช้แรงงานและมูลค่าเพิ่มที่ธุรกิจได้รับมากขึ้น ควรเลิกให้ผลตอบแทนกับผู้ใช้แรงงานแบบหว่านแหได้แล้ว

เราเห็นด้วยกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่เห็นด้วยบางส่วนกับข้อเสนอของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่จะให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำประมาณ 5-7% ในปี 2559 นี้ แต่ไม่ควรขึ้นทั่วประเทศ โดยให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพียง 7 จังหวัด เลือกจังหวัดที่มีค่าครองชีพสูง เช่น จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของต่างชาติมากๆ นอกจาก จ.ภูเก็ต เช่น พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.เชียงใหม่ ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามค่าครองชีพได้ แต่ต้องปรึกษาคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดด้วย

สำหรับปี 2560 คณะกรรมการค่าจ้างก็พิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยอัตโนมัติ จากฐานค่าจ้างเดิมของปี 2559 เช่น จ.มุกดาหาร มีดัชนีค่าครองชีพ 3% จากฐาน 300 บาท ค่าแรงขั้นต่ำปี 2560 ก็คือ 309 บาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรออกกฎหมายบังคับ ต้องให้สถานประกอบการตั้งแต่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ทุกแห่ง มีโครงสร้างค่าจ้างตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้เอาเปรียบลูกจ้างโดยอาศัยค่าแรงขั้นต่ำเป็นบรรทัดฐานในการขึ้นค่าจ้างประจำปี

หากเลือกปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเฉพาะพื้นที่หรือบางธุรกิจ เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพของแรงงาน รวมถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และช่วยกระตุ้นการบริโภคของลูกจ้างเอกชน ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท