
แบงก์รวยจัด
ไตรมาส2กำไรสุทธิ3.4หมื่นล้านคลังจ้องขย่มลดส่วนต่างค่าต๋งธนาคารพาณิชย์กำไรกระฉูด 3.4 หมื่นล้าน กรณ์เป่านกหวีดลดส่วนต่างดอกเบี้ยค่าต๋ง น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 3.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6,900 ล้านบาท กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผลสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้นสำหรับสินเชื่อขยายตัวดีทุกภาคธุรกิจ มีวงเงินรวม 6.9 ล้านล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสก่อน 1.32 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อภาคธุรกิจ ซึ่งมีสัดส่วน 71.5% ของสินเชื่อรวม ขยายตัวเป็นครั้งแรกที่ 2.1% หลังจากที่หดตัว 4 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัว 2.1% จากที่หดตัวติดลบ 4.9% สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคขยายตัวสูงขึ้นที่ 14.3% จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ที่ขยายตัวสูง เป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจและรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามการจ้างงานที่ดีขึ้นด้านสินเชื่อของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่ง เพิ่มขึ้น 2.9 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายได้จากการเรียกเก็บค่าธรรม
ไตรมาส2กำไรสุทธิ3.4หมื่นล้านคลังจ้องขย่มลดส่วนต่างค่าต๋ง
ธนาคารพาณิชย์กำไรกระฉูด 3.4 หมื่นล้าน กรณ์เป่านกหวีดลดส่วนต่างดอกเบี้ยค่าต๋ง
น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 3.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6,900 ล้านบาท กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผลสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้น
สำหรับสินเชื่อขยายตัวดีทุกภาคธุรกิจ มีวงเงินรวม 6.9 ล้านล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสก่อน 1.32 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อภาคธุรกิจ ซึ่งมีสัดส่วน 71.5% ของสินเชื่อรวม ขยายตัวเป็นครั้งแรกที่ 2.1% หลังจากที่หดตัว 4 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัว 2.1% จากที่หดตัวติดลบ 4.9%
สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคขยายตัวสูงขึ้นที่ 14.3% จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ที่ขยายตัวสูง เป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจและรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามการจ้างงานที่ดีขึ้น
ด้านสินเชื่อของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่ง เพิ่มขึ้น 2.9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายได้จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการบริการทางการเงินรวมกัน 2.54 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากระยะเดียวกันปีก่อน 3,432 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกมีรายได้รวม 2.5 หมื่นล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทยมีรายได้ค่าธรรมเนียมมากที่สุด 5,347 ล้านบาท ไทยพาณิชย์ 5,218 ล้านบาท กรุงเทพ 5,180 ล้านบาท กรุงศรีอยุธยา 3,038 ล้านบาท กรุงไทย 2,991 ล้านบาท นครหลวงไทย 527.07 ล้านบาท
นอกจากนั้น ธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรวมช่วงไตรมาส 2 จำนวน 5.01 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากระยะเดียวกันปีก่อน 7,449 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาสแรกปีนี้มีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 4.72 หมื่นล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ได้พบกับนายชาติศิริ โสภณ พนิช กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสมาคมธนาคารไทย เพื่อนัดหมายหารือขอให้ลดค่าธรรมเนียม และส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งขณะนี้ยังสูงอยู่ให้มีความเหมาะสม
ซึ่งประธานสมาคมธนาคารไทยได้รับปากและแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับนายธนาคารอื่น เพื่อเข้าพบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว
รมว.คลัง กล่าวว่า การดำเนินการลดค่าธรรมเนียม และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งหากจะมีการดำเนินการ จำเป็นต้องหารือกับผู้ว่า ธปท. คนใหม่ คือ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่จะมาแทนนางธาริษา วัฒนเกส ว่า มีแนวคิดในเรื่องดังกล่าวอย่างไร เพื่อกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกหน่วยงาน
"ที่ผ่านมาผมไม่พบกับสมาคมธนาคารไทยมานานพอสมควร พอมีการเปลี่ยนนายกสมาคมคนใหม่ ก็เป็นโอกาสที่จะได้คุยและเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลดค่าธรรมเนียมและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย" นายกรณ์ กล่าว







