posttoday
จากทหารสู่เก้าอี้ รมว.

จากทหารสู่เก้าอี้ รมว.

01 พฤษภาคม 2559

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 15 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 15 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 26 ตำแหน่งล่าสุดของชีวิตข้าราชการทหาร คือ ปลัดบัญชีทหารบก และมีโอกาสได้เข้ามาทำงานกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ออกคำสั่ง คสช. ที่ 45/2557 ลงวันที่ 3 มิ.ย. 2557 แต่งตั้ง พล.อ.อนันตร ซึ่งมียศพลโทในขณะนั้น เป็นประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เพื่อตรวจสอบโครงการของหน่วยงานรัฐที่ส่อไปในทางไม่โปร่งใส และต่อมา คตร.สั่งชะลอโครงการลงทุนที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท 28 โครงการ เพื่อรอการตรวจสอบ

ขณะที่หนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงพลังงานที่ถูก คตร.ตรวจสอบเช่นกัน คือ โครงการผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) กำลังผลิต 5,000 เมกะวัตต์ ที่เอกชนเจ้าเดียวได้สัญญาสร้างโรงไฟฟ้าและขายไฟฟ้าให้ภาครัฐในปริมาณที่สูงมากที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยมีมา จนนำไปสู่การชะลอโครงการในที่สุด ตลอดจนการสั่งตรวจสอบโครงการที่ขออนุมัติงบกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และประธาน คตร.ที่ชื่อ พล.อ.อนันตพร ได้สั่งยุบโครงการที่ได้รับการอนุมัติไปหลายโครงการ

อย่างไรก็ตาม การเข้ามารับตำแหน่ง รมว.พลังงาน มีหลายเรื่องที่ พล.อ.อนันตพร ต้องเข้ามาสานต่อ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปพลังงาน และตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งภารกิจแรกที่ พล.อ.อนันตพร เร่งรัดผลักดัน คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์พลังงาน ซึ่งประกอบไปด้วย 5 แผนหลัก ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) แผนอนุรักษ์พลังงาน แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ และแผนบริหารจัดการน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันแต่ละแผนกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

แม้ว่า พล.อ.อนันตพร จะอยู่ในแวดวงสายทหารมาโดยตลอด แต่การผลักดันแผนพลังงาน 5 ด้านจนประสบความสำเร็จ โดยทำงานร่วมกับข้าราชการกระทรวงพลังงาน ภายใต้บุคลิกที่ไม่ตึงจนเกินไป แต่ก็ไม่ถึงขั้นหย่อนยาน และในทางกลับกัน ด้วยบุคลิกของ พล.อ.อนันตพร ที่นอกจากจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาแล้ว พล.อ.อนันตพร เรียกได้ว่าเป็นคนขี้เล่น และทำตัวสบายๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ดี ที่สำคัญ พล.อ.อนันตพร เป็นคนประเภทที่ไม่ชอบการเข้าไป “ล้วงลูก” ตั้งแต่ข้าราชการระดับบนจนถึงข้าราชการระดับปฏิบัติ

“ผมทำงานที่นี่ จะไม่เข้าไปล้วงลึกหรือแทรกแซงการสั่งของระบบราชการ และจะประสานงานกับข้าราชการระดับสูงเป็นส่วนใหญ่ แค่ปลัดกระทรวง และระดับอธิบดีเท่านั้น ส่วนที่เหลือปล่อยให้ไปบริหารกันเอง และไม่ลงไปสั่งการด้วยตัวเอง ให้เขายึดหลักตามสายงาน เพราะปลัดก็เหมือนหัวหน้างานโดยตรง ผมจึงไม่เข้าไปยุ่งมากกว่านี้ แต่ในฐานะ รมว.พลังงาน ผมมีหน้าที่ในการแจ้งให้ทุกคนทราบว่า รัฐบาลมีนโยบายอะไรบ้าง จะสร้างความเข้าใจร่วมกัน เหมือนเป็นการทำความรู้จัก ซึ่งตัวผมเองก็ต้องทำหน้าที่ให้ข้าราชการมั่นใจด้วย ทำให้ข้าราชการรู้ว่ารัฐมนตรีแต่ละคนมีหลักคิดวิธีการทำงานแบบไหน เพื่อที่จะทำให้งานเกิดความสบายใจทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งสำคัญในการทำงานของทุกคน คือ ต้องรู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบกับงานที่แต่ละคนทำอยู่นั่นแหละ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว”

สำหรับการผลักดันเรื่องการปฏิรูปพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พล.อ.อนันตพร บอกว่า จริงๆ เรื่องการปฏิรูปได้เริ่มทำมานานแล้ว ตั้งแต่มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ทำหน้าที่กำกับดูแล การออกกฎระเบียบ ดูแลค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรม การเปิดเสรีนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ทั้งหมดก็อยู่ในยุทธศาสตร์พลังงาน แต่ถ้าอยากให้การปฏิรูปพลังงานได้ผลจริงๆ ควรเริ่มตั้งแต่ระดับการศึกษาบรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็ก ปูพื้นฐานให้เข้าใจว่า ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ ในประเทศมีปริมาณเท่าไหร่ มีความสำคัญอย่างไร

“กระทรวงพลังงานไม่ได้มีอำนาจเหมือนตอนตั้งขึ้นมาใหม่ๆ เพราะได้แยกการบริหารออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านการวางนโยบายที่กระทรวงพลังงานจะดูแล และด้านการกำกับดูแลจะมีเรกูเลเตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระเข้ามารับผิดชอบ ขณะที่กระทรวงมีหน้าที่เพียงการติดตามงานของเรกูเลเตอร์ตามที่ได้ให้นโยบายไป ทั้งสอบถาม ให้ความเห็น แต่ไม่เคยเข้าไปแทรกแซง และรูปแบบการทำงานของผม คือ ผมไม่ได้ไปชี้โน่นชี้นี่อะไร และหลายเรื่องก็มีเรกูเลเตอร์ดูแลอยู่แล้ว” พล.อ.อนันตพร บอก

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด