
เศรษฐกิจแย่เลิกจ้างอ่วม ขอขึ้น 360 บาท
สถานการณ์แรงงานไทยในปัจจุบันผ่าน วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด
สถานการณ์แรงงานไทยในปัจจุบันผ่าน วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) มองว่า ขณะนี้ภาพรวมการจ้างงาน เลิกจ้างยังคงทรงตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 จนถึงขณะนี้ เพราะช่วงที่ผ่านมานายจ้างพยายามลดต้นทุนสวัสดิการและเปิดโครงการให้พนักงานสมัครใจลาออก แต่หลังปีใหม่ 2559 มานี้ สถานการณ์การปลดและรับพนักงานยังคงทรงตัว ปรากฏการณ์นี้มาจากหลายบริษัทได้รับผลกระทบทางด้านการเงินและปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยการคลี่คลายคงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง การบริหารงานของรัฐ และพึ่งพาการลงทุนของประเทศ
วิไลวรรณ เล่าว่า ปัจจุบันผู้ใช้แรงงานทุกคนพยายามปรับตัวเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ความเป็นอยู่เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น แต่รายรับเท่าเดิมหรืออาจลดลง จนต้องมีความระมัดระวังเรื่องการใช้เงินให้มากขึ้น โดยบางคนมีลูก ซึ่งขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงเปิดเทอมจึงต้องระวังเรื่องการใช้เงิน ขณะที่รายได้ค่าแรงขั้นต่ำที่ได้ในปัจจุบันอยู่ที่ 300 บาท
“ค่าแรง 300 บาทเท่านี้ผ่านมา 4 ปีตั้งแต่ปี 2555-2559 รัฐบาลไม่เคยมีการปรับขึ้นเลย ดังนั้นกลุ่มแรงงานจึงอยากขอเสนอรัฐบาล ถ้าไม่มีปรับขึ้นค่าจ้างก็จะยิ่งทำให้ปัญหาปากท้องของแรงงานลำบาก จึงอยากขอให้รัฐบาลปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันมาที่ 360 บาท”
วิไลวรรณ กล่าวว่า ถ้ามีการปรับขึ้นก็จะทำให้คนงานมีกำลังการจับจ่ายซื้อของ เพราะปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้นแต่รายได้ไม่สมดุล เรื่องนี้จึงสำคัญต่อชีวิตคนยากคนจน เพราะถ้าปรับค่าแรงขึ้นคนจนเหล่านี้ก็จะนำเงินไปซื้อของที่ตลาด ไม่นิยมใช้ของต่างชาติแบรนด์เนม ซึ่งจะนำไปสู่การใช้จ่ายและทำให้เศรษฐกิจโตขึ้น
ส่วนข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงาน 1 พ.ค.นี้ วิไลวรรณ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลสนับสนุนการรวมกลุ่มของแรงงาน เพื่อที่จะได้สามารถขับเคลื่อนเรียกร้องเรื่องสิทธิ สวัสดิการของตัวเองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงขอให้รัฐบาลทบทวนยกเลิกเรื่องการแปรรูปหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพราะถือว่าเป็นหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับการหล่อเลี้ยงชีวิตประชาชน นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลปฏิิรูประบบประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิระที่มีระบบสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น และเปิดโอกาสให้กลุ่มแรงงานเข้าไปมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งคณะผู้บริหารเพื่อที่จะสามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าแท้จริง
มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์แรงงานไทยในปัจจุบันยังไม่ดีขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 เพราะแรงงานยังถูกเลิกจ้างอย่างต่อเนื่องแล้วกว่า 3 แสนคน โดยสาเหตุมาจากบริษัทโรงงานปิดกิจการ ซึ่งเท่าที่ทราบเดือน ก.ค.นี้ จะมีโรงงานผลิตเหล็กสัญชาติอังกฤษที่ตั้งอยู่ในไทยปิดโรงงาน 2 แห่ง และเดือน มิ.ย. โรงงาน บริษัท ฟิลลิป ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บางปูก็ปิดกิจการอีกเช่นกัน ซึ่งอาจมาจากการเมืองไทยยังมีปัญหาเรื่องประชาธิปไตย ทำให้เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น
นอกจากปัญหาด้านแรงงานข้างต้น สถานการณ์ที่ต้องจับตามองขณะนี้หลังจากที่ประเทศเมียนมามีรัฐบาลชุดใหม่โดยมี อองซานซูจี เข้ามาดูแลกระทรวงการต่างประเทศอาจจะมีนโยบายดึงแรงงานเมียนมาในภาคบริการของไทยที่มีอยู่หลายล้านคนและมีทักษะฝีมือแล้วกลับไปพัฒนาประเทศบ้านเกิด ซึ่งตรงนี้อาจจะยิ่งทำให้ไทยประสบปัญหาทางด้านแรงงานมากขึ้นก็เป็นได้
สำหรับการแก้ปัญหานี้ รัฐบาลควรนำคนไทยที่ว่างงานหรือวางแนวทางในอนาคตที่จะนำนักศึกษาสายอาชีพที่จบใหม่เข้าสู่ระบบตลาดแรงงานอุตสาหกรรมให้มากขึ้น ไม่ใช่มุ่งเน้นส่งเสริมการศึกษาเฉพาะระดับมัธยมศึกษา ปริญญา เพราะปัจจุบันตลาดนักศึกษาประเภทนี้มีจำนวนเกินความต้องการตลาดงานรองรับ แต่ในทางกลับกันตลาดแรงงานสายอาชีพ สายช่างยังคงขาดแคลน
ดังนั้น รัฐบาลควรปฏิรูปเรื่องระบบการศึกษาโดยมุ่งเน้นผลิตนักเรียนสายอาชีพให้มากขึ้น หรือรัฐควรส่งเสริมประชาชนให้เข้ามาพัฒนาให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพเกิดขึ้นทุกพื้นที่ เพราะถ้าประเทศมีแรงงานคุณภาพจำนวนมากก็จะเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นทางด้านการลงทุนในไทยกับต่างชาติให้มากขึ้น โดยควรออกมาตรการจูงใจให้กับบริษัทผู้ประกอบการให้เข้ามาลงทุน เช่น ลดภาษี สนับสนุนงบประมาณในกองทุนกู้ยืมในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติ คือ ควรมีการเลือกตั้งตามโรดแมปและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่สภาวะปกติเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมก็จะฟื้นตัว
ส่วนข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงาน 1 พ.ค.ปีนี้ ทางสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย อยากให้รัฐบาลปฏิรูปเรื่องระบบประกันสังคมให้แก่ผู้ใช้แรงงานให้ได้รับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนได้อย่างเต็มที่ เช่น เรื่องสุขภาพ ทันตกรรม เงินสงเคราะห์บุตร เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และอยากให้รัฐบาลตั้งกองทุนความเสี่ยงเพื่อผู้ใช้แรงงานไว้ใช้เมื่อเวลาถูกเลิกจ้างกะทันหันไม่ให้ถูกลอยแพ และจะได้มีเงินจากกองทุนที่เก็บจากนายจ้างล่วงหน้าไว้ใช้ขณะว่างงาน รวมถึงอยากให้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน







