
"จตุพร"โวยคสช.ตั้งข้อหารุนแรงกับคนโพสต์ล้อเลียน-ขำขัน
"จตุพร" อัดฝ่ายกฎหมาย คสช. นำการล้อเลียนนายกฯให้เกิดอารมณ์ขำขันมาตั้งข้อหาปลุกปั่นให้วุ่นวาย เป็นภัยความมั่นคง ชี้ไม่มีประเทศไหนทำกัน
"จตุพร" อัดฝ่ายกฎหมาย คสช. นำการล้อเลียนนายกฯให้เกิดอารมณ์ขำขันมาตั้งข้อหาปลุกปั่นให้วุ่นวาย เป็นภัยความมั่นคง ชี้ไม่มีประเทศไหนทำกัน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล เมื่อ 30 เม.ย.ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ยัดข้อหาการล้อเลียนนายกรัฐมนตรีให้เกิดอารมณ์ขำขันเป็นการสร้างความกระด้างกระเดื่อง ก่อเหตุความไม่สงบ สร้างความปั่นป่วน เข้าข่ายความผิดภัยความมั่นคง ซึ่งไม่มีประเทศใดทำกัน แต่เกิดที่ประเทศไทยแล้วในปี 2559
นายจตุพร กล่าวว่า ตามคำร้องที่ พล.ต.วิจารณ์ จุดแดง ผอ.ส่วนกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน. และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการข่าว คสช.ได้แจ้งความความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 8 คน นั้น ได้มีการระบุด้วยว่า ได้เชิญตัวผู้ต้องหามาซักถามปากคำ โดย น.ส.ณัฏฐิกา วรธัณยวิชญ์ ได้ชักชวนให้นายศุภชัย สายบุตร มาเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อล้อเลียนการเมือง นำภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคำพูดขำๆ มาใส่ และมีนายโยธิน มั่งคั่งสง่า เป็นผู้นำภาพไปโพสต์ในเพจ นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรานันท์ ทำหน้าที่หาหรือส่งข้อมูลตัดต่อภาพ นายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหา รูปภาพตัดต่อ ส่วนนายนพเกล้า คงสุวรรณ และนายธนวรรธ บูรณศิริ ทำหน้าที่ตัดต่อภาพเช่นกัน
นายจตุพร กล่าวว่า ในคำร้องกล่าวโทษนั้น พล.ต.วิจารณ์ ยังกล่าวอ้างเจตนาของผู้ต้องหาเป็นการมุ่งหวังให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนในประเทศ เพื่อให้คนเข้ามาอ่านในเพจรู้สึกว่ารัฐบาล และนายกรัฐมนตรี เป็นตัวตลก ไร้ความสามารถบริหารประเทศ เกลียดชัง แล้วต่อต้านไม่สนับสนุนรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี จนนำไปสู่ความรุนแรง เกิดความกระด้างกระเดื่อง หรือก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศได้
นอกจากนี้ พล.ต.วิจารณ์ ยังกล่าวหาและโยง น.ส.ณัฏฐิกา ว่า สนิทกับตน นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นพิเศษ รวมทั้งเป็นคนก่อตั้งเพจต่อต้านรัฐบาลหลายเพจ เช่น เพจพีซทีวี เพจ UDD Thailand เพจ Read Intelligence เพจ Red Democracy ทั้งนี้ ถ้อยคำที่นำมาใส่ในภาพเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น เชิญชวนให้มาร่วมขับไล่รัฐบาล และเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวมีคนเข้ามาติดตามมากถึง 7 แสนคน
นายจตุพร ถามว่า ทหารไปจับตัวผู้ต้องหาที่ไหนกัน จับได้ที่ มณทลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) โดยอุ้มออกจากที่บ้านคนผู้ต้องหาแต่ละคน แล้วมาตั้งข้อกล่าวหาว่า ทำเพจ "เรารัก พล.อ.ประยุทธ์" โจมตีรัฐบาลและล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยคำพูดขำขัน แล้วทำไมอดีตนายกรัฐมนตรีแทบทุกคนล้วนถูกล้อเลียนทั้งนั้น แต่ไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดี ไม่เห็นมีใครออกอาการจะเป็นจะตายถึงขั้นอ้างเป็นการกระทบความมั่นคงในราชอาณาจักร
สิ่งสำคัญ คำร้องยังกล่าวอ้างถึงแหล่งเงิน ว่า ได้รับการสนับสนุนจากนายชัยธัช รัตนจันทร์ ซึ่งรู้จักและสนิทสนมกับนายพานทองแท้ ชินวัตร และเป็นผู้รับฝากเงินจากนายพานทองแท้ มาให้กับนายหฤษฎ์ มหาทน อีกทอด แล้วนำมาจ้าง น.ส.ณัฎฐิกา ทำเพจ เมื่อกล่าวหากันแบบนี้ ต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินให้กระจ่างชัด
นายจตุพร กล่าวว่า ผังกล่าวหาผู้ต้องหาในวันกองบังคับการปราบปรามแถลงข่าวนั้น ตนจึงเข้าใจทันทีถึงรูปดำๆ ไม่เปิดเผยหน้า เป็นไอ้โม่งอยู่ข้างบนสุดของผังนั้น คือนายพานทองแท้ แล้วทำไมไม่ออกหมายจับ แต่กลับมากล่าวหาลอยๆ ไม่มีหลักฐานด้านการเงินมาแสดง ตนจึงเชื่อว่า พฤติกรรมการกล่าวหาในเรื่องบ้าๆ ด้วยข้อหาทำภาพล้อการเมืองนายกรัฐมนตรี จนเกิดความเสียหาย เกิดความปั่นป่วนในราชอาณาจักร ไม่มีที่ไหนทำกัน โดยเอาอารมณ์แบบไหนมาตั้งข้อหาเช่นนี้ รวมทั้งโยงกลุ่มผู้ต้องหามาสู่ตนและแกนนำเสื้อแดงเป็นพิเศษนั้น ไหนหลักฐาน แล้วสนิทพิเศษเป็นอย่างไร ข้อหาแบบนี้เป็นกฎหมายประเทศนั้นกัน รวมทั้งกล่าวหาว่า เพจของตนต่อต้านและใส่ร้ายรัฐบาล แต่เพจของตนนั้นยังไม่ได้ต่อต้าน แม้ไม่ชอบจริง แต่ยังไม่ได้ต่อต้านอะไร ถ้าต่อต้านไม่อยู่กันแบบนี้แน่
นายจตุพร กล่าวว่า วิธีการเขียนสำนวน พล.ต.วิจารณ์ และตำรวจ ใช้การกล่าวโยงมาหลอกด่าตน โดยอ้างมีหลักฐานเขื่อมโยงให้เป็นภัยความมั่นคง แต่มีข้อหาเฉพาะเพจเรารัก พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเดียว เพจอื่นไม่มีความผิดข้อหาตามสำนวนคำร้องเลย
"การเขียนสำนวนแบบนี้ ถามฝ่ายกฎหมายรัฐบาล และ คสช. คือ การตั้งข้อกล่าวหาใหญ่โต แล้วมาเขียนเชื่อมโยง อ้างสนิทแบบพิเศษ แล้วใส่ร้ายเพจของจตุพร พรหมพันธุ์ ด้วย และเพจพีซทีวี ซึ่งเป็นเหตุผลไร้สาระ ไร้สติ ทำได้ทุกอย่างเลยหรือ ไม่อายกันตายหรือ ระวังบาปกรรมบ้าง หากไม่กลัวก็คิดถึงลูก หลานบ้าง ใครตั้งข้อกล่าวหาแบบนี้ ต่อไปนี้การขำขันเป็นการกระด้างกระเดื่อง จะเกิดการปั่นป่วน และเป็นอารมณ์ต่อต้านรัฐบาล จะบ้าไปถึงไหน จะทำให้อยู่แต่กับความเครียด แค่การเอาภาพนายกรัฐมนตรีมาล้อเลียนเกิดขำขัน เครียดไม่เป็นไร จะเป็นภัยความมั่นคงนั้น มันบ้าจริงๆ"
นายจตุพร กล่าวว่า การเอารูปตนไปใส่ในผังแถลงข่าวนั้น เพื่อต้องการแสดงให้เห็นมีหลักฐาน แล้วจะควบคุมตัวเอาไว้ โดยจะชี้เป้าให้เป็นคดีภัยความมั่นคง อัตราโทษสูง คัดค้านการประกัน รวมทั้งการกล่าวโทษพวกล้อการเมือง สร้างอารมณ์ขำขัน อันจะนำไปสู่การปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ซึ่งเป็นเรื่องบ้า ในโลกนี้ไม่มีข้อหาแบบนี้ แสดงถึงความหน้าด้าน ซึ่งตนสู้ไม่ได้
ส่วนนายกรัฐมนตรีเปรียบตัวเองเป็นตัวเม่น ต้องพองเหล็กป้องกันตัวจากคนเกลียดนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ไม่มีใครรังแกได้เลย และพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนแรกที่ถูกล้อเลียน ถ้าไม่ต้องการให้ล้อเลียนก็ไม่ต้องออกจากตำแหน่ง เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีถูกล้อเลียนทั้งนั้น ต้องหัดขำกันบ้าง อย่าเครียดถึงเอาเรื่องตลกมาดำเนินคดีการล้อเลียนเป็นภัยความมั่นคง ทั้งที่ไม่มีปัญหาใหญ่โตเลย เป็นข้อหาเพียงล้อเลียนเท่านั้น เป็นเรื่องบ้าที่ทำกันด้วยความหน้าด้าน







