
ปิดแท่นขุดรัฐวูบ5หมื่นล.
ธุรกิจปิโตรเลียมทยอยหยุดสำรวจขุดเจาะ เหตุไม่คุ้มลงทุนฉุดรายได้เข้ารัฐหาย 5 หมื่นล้าน
ธุรกิจปิโตรเลียมทยอยหยุดสำรวจขุดเจาะ เหตุไม่คุ้มลงทุนฉุดรายได้เข้ารัฐหาย 5 หมื่นล้าน
นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมแจ้งชะลอการสำรวจและขุดปิโตรเลียมหลุมใหม่ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่องทำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ยังรักษาระดับการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้อยู่ในอัตราปัจจุบัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อปริมาณการใช้ในประเทศ
ทั้งนี้ หลายบริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อปรับลดค่าใช้จ่าย โดยปรับลดพนักงานที่ไม่จำเป็นลง 10% โดยจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของไทยมีทั้งสิ้น 18 แหล่ง แบ่งเป็นแปลงบนบก 8 แห่ง และในทะเล 9 แห่ง แต่มี 2 แท่นที่ขอหยุดกิจการชั่วคราว ได้แก่ แท่นสงขลาซีและจี ของบริษัท คอสตอลเอนเนอร์ยี่ เป็นผู้รับสัมปทาน
นายวีระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การจัดเก็บรายได้ปิโตรเลียมมีแนวโน้มจะลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ลดต่ำลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ โดยปี 2557 รายได้รัฐที่ประกอบด้วยค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษและรายได้จากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) รวมอยู่ที่ 190,018 ล้านบาท
“ปี 2558 รายได้รัฐอยู่ที่ 152,691 ล้านบาท ขณะที่ปี 2559 รายได้รัฐล่าสุด 3 เดือนแรก (1 ม.ค.-31 มี.ค.) อยู่ที่ 15,974 ล้านบาท โดยคาดว่าตลอดทั้งปีรายได้รัฐจะลดลงไป 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับปี 2558 หรือลดลงกว่า 5 หมื่นล้านบาท หากระดับราคาน้ำมันตลาดโลกเฉลี่ยยังทรงตัวในระดับปัจจุบัน” นายวีระศักดิ์ ระบุ







