
แท็กซี่อัจฉริยะ
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
แน่นอนว่า รถไฟฟ้าใต้ดินกับรถไฟลอยฟ้าเป็นขนส่งสาธารณะที่เราจินตนาการได้ง่ายสุดว่ามีประสิทธิภาพมากสุด เพราะสองอย่างที่ว่าไม่แชร์เส้นทางกับรถยนต์แน่ รถจะติดก็ติดไป
ต่างจากรถราง รถเมล์ รถเมล์สองชั้น หรือรถไฟธรรมดาที่ยังไงเสียก็ต้องมีคิวผลัดกันจอดให้การจราจรปกติมีโอกาสแล่นด้วย
แต่รถไฟก็ยังเป็นระบบสถานีสู่สถานี...ที่ผู้เดินทางต้องหาทางไปต่อเอง...เพื่อให้ถึงที่หมาย...และนี่เองที่ฝรั่งไม่อาจเรียกรถไฟใดๆ ว่า “door to door”
แท็กซี่ดูจะเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุด บางเมืองมีแท็กซี่หลายรูปแบบ และกรุงเทพฯ ก็เป็นหนึ่งในนั้น มีตั้งแต่ สองล้อ สามล้อ และสี่ล้อ
แต่แปลกที่...แท็กซี่กรุงเทพฯ เรา แบบสี่ล้อไม่ยักมีรถกระบะดับเบิ้ลแค็บ...ทั้งที่เราเป็นผู้ส่งออกรถกระบะขนาด 1 ตัน มากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ดี...ผมยังคิดหาสาเหตุที่ไม่มีรถกระบะมาเป็นแท็กซี่ใน กทม.ไม่ถนัดนัก ทราบแต่เพียงว่า กฎกระทรวงของกรมการขนส่งทางบก...ไม่ยอมให้รถกระบะดับเบิ้ลแค็บเป็นแท็กซี่ได้...กับอีกสองเหตุผล
อย่างแรกคือ สมัยก่อนกระบะแบบนี้ยังไม่มีแบบติดแก๊สมาจากโรงงานให้เลือก (แต่ปัจจุบันมีแล้ว)
อย่างที่สองคือ คนยังติดใจว่า กระบะนั่งแล้วกระด้าง สู้รถซีดานไม่ได้
ผมลองโดยสารเบาะหลังของดับเบิ้ลแค็บในรถกระบะรุ่นใหม่ๆ ดูแล้ว...พบว่า สูงดีมองได้ไกล...แม้รถติด ยังนั่งมองไปไกลๆ สังเกตการณ์นั่นนี่ได้สบาย...ระยะห่างของเข่าด้านหลังเบาะหน้าก็ไม่ต่างจากซีดานขนาดกลางเท่าไหร่...แต่สูงกว่าแยะ ...ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งน่าจะนิยม
เมื่อแล่นบนถนนในเมืองแล้ว ผมก็ไม่ค่อยรู้สึกว่ากระบะรุ่นใหม่ๆ มันจะกระเด้งกระดอนอะไรมากมาย...อย่างที่คิด
ไอเดียใช้รถกระบะมาทำเป็นแท็กซี่ เพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสารเลือกใช้...จึงน่าสนใจสำหรับผม...
นักเดินทางสมัยใหม่ใช้กระเป๋าเดินทางแบบสี่ล้อใบใหญ่ หรือผู้เดินทางเป็นครอบครัว เช่น มีเด็ก หรือมีผู้สูงอายุด้วยแล้ว สัมภาระเดินทางย่อมมีปริมาณมาก...คงพอใจจะใช้แท็กซี่กระบะสี่ประตูมีหลังคาคลุมท้ายมากกว่าเรียกรถเก๋งมาสองคัน แล้ววิ่งตามๆ กันไปที่หมาย...ด้วยสภาพฝากระโปรงท้ายปิดไม่สนิท...บางคันก็ใช้เชือกมัด...!
กระบะติดแค็บมีหลังคาคลุม มีถาดบรรทุกสัมภาระแบบลากออกมาได้ง่าย พร้อมกับมีแร็กหลังคาไว้บรรทุกสัมภาระเพิ่ม...มีให้ใช้ในสิงคโปร์ และแอลเอ แล้ว
เด็ดกว่านั้น...รถพวกนี้ผลิตจากเมืองไทย !
ห้องโดยสารที่ใหญ่ขึ้นจึงรับฟังก์ชั่นเพิ่มได้ เช่น อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณไว-ไฟ มีกล้องติดได้หลายตัว มีจอได้หลายจุด เพื่อภารกิจที่หลากหลายขึ้น เช่น
บรรดาแม่ๆ ที่จำต้องแอบหลบเจ้านายที่ทำงาน เพื่อไปรับลูกจากโรงเรียน (เพราะโรงเรียนอนุบาลเลิกก่อนสำนักงาน) ก็ใช้มือถือจองและเลือกแท็กซี่ที่มีประวัติคนขับที่ดี ระดับ 3 ดาว 5 ดาว ให้ไปรับลูกที่โรงเรียน โดยลูกก็รู้ล่วงหน้าผ่านแอพว่าต้องขึ้นคันไหน ใครขับ หน้าตาอย่างไรมีกล้องถ่ายทอดสดภาพของลูกที่ขึ้นเบาะหลังของรถส่งสัญญาณมาทักทายกับคุณแม่ได้ทันทีด้วยตัวจ่ายสัญญาณไว-ไฟ ซึ่งจ่ายสัญญาณให้ทั้งกล้องในรถ และมือถือของผู้โดยสาร รวมถึงถ่ายทอดจีพีเอสให้ถึงศูนย์ควบคุมและคุณแม่ได้สบายใจที่จะรู้ว่าลูกน้อยถึงจุดไหนแล้วได้ตลอดเวลา
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขึ้นแท็กซี่สามารถใช้จอแท็บเล็ตบนรถที่ให้เลือกหลายภาษา มีแผนที่ มีราคา มีคำนวณเวลา และระยะทาง มีปุ่มให้เรียกหาความช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือแม้แต่มีช่องให้ร้องเรียน ตลอดจนมีไว-ไฟนั้น คงลดความกังวลให้คนขับเพราะสื่อสารง่ายขึ้น ยิ้มได้มากขึ้น พูดน้อยลง แต่เข้าใจกันชัดเจนกว่า
กล้องส่องคนขับอาจบันทึกตลอดเวลา แต่กล้องส่องคนโดยสารควรให้ผู้โดยสารสามารถเลือกปิดหรือเปิดได้หลังจากรถเคลื่อนแล้ว เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสารเอง ส่วนกล้องที่ส่องไปหน้ารถจะเป็นเสมือนกล้องวงจรปิดเคลื่อนที่ให้ศูนย์ข้อมูลสามารถใช้ค้นหา หรือสังเกตการณ์ได้ทั้งกลางวัน กลางคืน (เพราะไฟหน้าของรถแท็กซี่ส่องไปถึงนั่นเอง)
ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้...นับว่ามีคุณค่ามาก...แท็กซี่แล่นไปตามภารกิจนับพันนับหมื่นคันทั่วเมือง ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันจะช่วยให้การค้นหาเป้าหมายด้วยโปรแกรมจดจำอัตลักษณ์บุคคลทำได้ครอบคลุมค้นหาเด็กพลัดหลง...คนสูงอายุที่เลอะเลือนหายออกจากบ้าน...หาคนร้าย...บุคคลต้องสงสัย...รวมไปถึงแสดงการจราจร...หรือจำนวนคนบนทางเท้ามาวิเคราะห์ได้เสียอีก
เหนือหลังคาแท็กซี่กระบะทรงสูง ยังเป็นที่ตั้งเสาถ่ายทอดสัญญาณโทรศัพท์ได้ด้วย ช่วยทำให้พื้นที่ที่อับคลื่นจากเสาส่งปกติ มีสัญญาณไปถึง แปลว่า สัญญาณของมือถือ สัญญาณเน็ตจะเข้มข้นมากขึ้นได้ แม้เพียงมีรถแบบนี้แล่นไปอยู่ไกลๆ
ระบบอย่างนี้ ที่จริงมีใช้อยู่แล้วในรถสายตรวจของเจ้าหน้าที่ในบางประเทศ...ปัจจุบันคนไทยประกาศลงทุนทำบริการระบบทำนองนี้แล้ว ถ้าจะยังขาด...ก็แต่เพียงท่าทีของรัฐว่าจะร่วมอย่างไรให้ระบบขนส่งสาธารณะแบบนี้กลายสภาพเป็นเครื่องมือเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกล้องหน้ารถรับส่งสาธารณะในระดับเมืองเป็นแห่งแรกในโลก







