posttoday
โภคภัณฑ์ฟื้นอย่าเพิ่งย่ามใจ หวั่นฟองสบู่รอบใหม่ก่อตัว

โภคภัณฑ์ฟื้นอย่าเพิ่งย่ามใจ หวั่นฟองสบู่รอบใหม่ก่อตัว

28 เมษายน 2559

นับตั้งแต่ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับตัวดิ่งหัวลงอย่างหนักและต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2014 ตามทิศทางราคาน้ำมันขาลง

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

นับตั้งแต่ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับตัวดิ่งหัวลงอย่างหนักและต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2014 ตามทิศทางราคาน้ำมันขาลง และภาวะเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ชะลอตัวลง ล่าสุดดูเหมือนว่าในปี 2016 นี้ จะเป็นปีที่ทิศทางราคาสินค้าดังกล่าวเริ่มหันหัวขึ้นได้เสียที

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ขยับจากระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปี ที่ราว 27 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ไปอยู่ที่ราว 44 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 50% เช่นเดียวกับราคาแร่เหล็กที่ขยับขึ้นเกือบ 30% ในปีนี้ไปอยู่ที่กว่า 50 เหรียญสหรัฐ/ตันแล้ว

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขยับสูงขึ้นได้มีอยู่หลายด้านด้วยกัน โดยในฝั่งสินค้าเกษตร เช่น น้ำตาล เป็นเพราะภาวะแล้งจัดจากปรากฏการณ์เอลนินโญที่ลากยาว ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตอ้อยและสินค้าเกษตรอื่นๆ เป็นวงกว้างทั่วโลก

ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นได้ แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) และกลุ่มประเทศนอกโอเปก จะไม่สามารถหาฉันทามติคงกำลังการผลิตร่วมกันได้นั้น เป็นเพราะสต๊อกน้ำมันโลกที่ลดลงสวนทางความต้องการใช้น้ำมันถูกที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ในฝั่งโลหะมีค่าที่นำโดยกลุ่มเหล็กนั้น ทะยานขึ้นจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะได้แรงหนุนสำคัญจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม หากจะคาดหวังถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ขยับราคาขึ้นอย่างร้อนแรงมากเกินไปในเวลาอันรวดเร็ว โดยอิงจากตลาดสินค้าล่วงหน้าใน “จีน” นั้น อาจต้องชะลอความหวังไปก่อนหากไม่อยากเสี่ยงกับภาวะ “ฟองสบู่” รอบใหม่ โดยเฉพาะฟองสบู่ในกลุ่มเหล็กและโลหะมีค่า

ต้องยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันนี้แม้จะฟื้นตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งนำโดยการฟื้นตัวในสหรัฐ แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นการขยับขึ้นที่รวดเร็วพอ โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาต่างได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ปรับฐานขยายตัวลดลง ทำให้ความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มโลหะไม่อาจกระเตื้องขึ้นได้มากพอ แม้ว่ารัฐบาลหลายประเทศจะเพิ่มงบประมาณลงทุนภาครัฐ เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ดี เพียงแค่รัฐบาลจีนประกาศจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเดือน มี.ค. ด้วยการจะทุ่มงบประมาณลงทุนภาครัฐ 1.65 ล้านล้านหยวน (ราว 9 ล้านล้านบาท) กับการก่อสร้างถนนทั่วประเทศ และอีก 8 แสนล้านหยวน (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) กับการลงทุนโครงการรถไฟ สถานการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ปรับตัวรับสถานการณ์ล่วงหน้าทันที

การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าเหล็กกล้าและแร่เหล็ก ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของจีน ทั้งตลาด ต้าเหลียน เซี่ยงไฮ้ และเจิ้งโจว โดยโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ เตือนว่า การซื้อขายสัญญาแร่เหล็กในตลาดต้าเหลียนขยายตัวขึ้นจากปีที่แล้วถึง 400%

แรงซื้อที่เพิ่มขึ้นมหาศาลเช่นนี้เองกำลังถูกจับตามองว่าเป็นการซื้อขายที่บ้าคลั่งมากเกินไป และไม่สอดคล้องกับหลักดีมานด์-ซัพพลายอีกต่อไป ที่สำคัญก็คือยังมีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่ปัญหาฟองสบู่รอบใหม่ขึ้นในจีน จนอาจกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่กำลังฟื้นตัวไปด้วย

เพราะจากตัวอย่างในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า การซื้อขายสัญญาแร่เหล็กต่อวันในตลาดต้าเหลียน ซึ่งเป็นตลาดล่วงหน้าใหญ่สุดในจีนนั้น มีสัญญาการซื้อขายสูงกว่าสัญญาการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นใน 1 วันรวมกัน และบางครั้งสัญญาการซื้อขายโภคภัณฑ์ล่วงหน้าเหล่านี้ยังทะลุปริมาณสินค้าจริงที่จีนนำเข้าต่อปีด้วยเช่นกัน

สัญญาณดังกล่าวจึงเป็นข่าวร้ายมากกว่าข่าวดีที่ทางการจีนต้องเร่งเข้าควบคุมดูแลทันที เพราะมีแนวโน้มคล้ายคลึงที่จะนำไปสู่ฟองสบู่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในตลาดหุ้นจีนเมื่อฤดูร้อน หรือในราวเดือน ส.ค. 2015 ที่เพิ่งเกิดขึ้นจนสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกมาแล้ว

ในสัปดาห์นี้เอง ทางการจีนจึงเร่งเข้าปราบปรามการเก็งกำไรที่มากเกินไป เช่น ทยอยปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และลดชั่วโมงการซื้อขายลง โดยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 เม.ย. และยังมีแผนจะปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นเท่าตัวในสินค้าโภคภัณฑ์บางรายการ เพื่อสกัดการเก็งกำไรที่มากเกินไปโดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยให้ได้

ทว่าหากตัดเรื่องการเก็งกำไรมากเกินไปที่รัฐบาลจีนพยายามควบคุมดูแลอยู่ออกไปจะพบว่าสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมในปีนี้ มีทิศทางที่สดใสขึ้นจากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และได้รับการปรับขึ้นคาดการณ์ราคาในแทบจะทุกกลุ่มแล้ว

ในกลุ่มแร่เหล็กนั้น ธนาคารโลกได้ปรับขึ้นคาดการณ์ราคาไปจนถึงปี 2020 โดยปรับราคาปีนี้จากเฉลี่ย 42 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็น 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน ก่อนจะขยับไปแตะ 56.20 ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมาจากความต้องการในจีนเป็นหลัก พร้อมกันนี้ ยังได้ปรับขึ้นคาดการณ์ราคาน้ำมันโลกจาก 37 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 41 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

สถานการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในปีนี้จึงมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจริง และน่าจะทำให้ภาคธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์กลับมาลืมตาอ้าปากได้ ทว่าก็เป็นการฟื้นตัวที่ต้องระวังอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน หากนักลงทุนให้ความสนใจกับราคาในตลาดล่วงหน้ามากเกินไปจนมองข้ามตัวเลขพื้นฐานจริงที่ไม่สอดคล้องกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท