
มูลนิธิเพื่อนช้างร้องทั่วโลกต้านการใช้ระเบิด
มูลนิธิเพื่อนช้างร่อนหนังสือไปทั่วโลก ต่อต้านการใช้ระเบิด หลังจากรับช้างเคราะห์ร้ายเข้ารับการรักษา
มูลนิธิเพื่อนช้างร่อนหนังสือไปทั่วโลก ต่อต้านการใช้ระเบิด หลังจากรับช้างเคราะห์ร้ายเข้ารับการรักษา
นายสัตวแพทย์ปรีชา พวงคำ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลช้าง กล่าวว่า ช้างพังแม่คาแพ อายุ 22 ปี เหยียบกับระเบิดบริเวณเขตป่าแม่กะนายห่างเมืองเมียวดีราว 10 กิโลเมตรและอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตากแรงระเบิดทำให้บริเวณเท้าซ้ายขาหลังถูกแรงระเบิดกระจุยเละเป็นแผลลึกโดยทางโรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางรับไว้เป็นผู้ป่วยหนักเมื่อเย็นวานนี้ 4 สค.53 และในเช้าวันนี้ทีมสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้างได้เร่งฉีดวัคซีนรักษาบาดแผลเป้องกันติดเชื้อบาดทะยักให้ ยาแก้ปวดอย่างแรง และต้องอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด
นายสัตวแพทย์ปรีชา กล่าวอีกว่า ทางแพทย์ได้เร่งให้วัคชีนป้องกันการติดเชื้อเนื้อจากแผลเริ่มเน่าเพราะโดนระเบิดอยู่ในป่าลึกนานกว่า 1 สัปดาห์กว่าจะถูกนำมารักษาที่โรงพยาบาล แต่โชคดีที่ช้างยังมีสุขภาพแข็งแรงกินอาหารเป็นปกติ ในขณะที่แผลเริ่มเน่าซึ่งในวันนี้ได้ฉีดยาป้องกันโรคบาดทะยักไปแล้วและต้องทำการล้างแผลทั้งเช้าและเย็นของแต่ละวัน
“เราจะไม่ผ่าตัดบริเวณแผลที่ถูกแรงระเบิดเนื่องจากหวั่นว่าจะมีเลือดออกและห้ามไม่หยุดจะเป็นอันตรายต่อช้างซึ่งขณะนี้ได้ให้การรักษาเบื้องต้น และให้อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์หวั่นจะมีโรคแทรกซ้อนตามโดยเฉพาะแผลกดทับซึ่งช้างมีน้ำหนักมากการทรงตัวนานเหมือนมีขาปกติได้ลำบากต้องลุกนั่งบ่อยอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อและจากกดทับได้ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก ในขณะนี้ที่บาดแผลอันเกิดแรงระเบิดบริเวณเท้าซ้ายขาหลังเราคงจะไม่ยุ่งกับแผลมากเพราะหากมีเลือกออกมากจะยากต่อการรักษา คงจะต้องใช้เวลาในการดูแล” นายสัตวแพทย์ปรีชา กล่าว
ทางด้านนางสาวโชไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง แสดงความวิตกต่อปัญหาช้างที่เข้าไปชักลากไม้ในประเทศเพื่อนบ้านแล้วไปเหยียบกับระเบิดตลอดระยะ เวลาเ 10 ปีที่ผ่านมาเท่าที่การรักแจ้งว่าช้างบาดเจ็บและล้มตายจากการเหยียบกับระเบิดได้มีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างวิตก เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศพม่า ซึ่งทางการทหารพม่าได้จัดระเบียบชายแดนใหม่ตลอดแนวชายแดนโดยเฉพาะ ฝั่งตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตากของไทยมีช้างเหยียบกับบ่อยครั้ง ทั้งก่อนและหลังจากรับการรักษาช่างพังโม่ตาลาซึ่งเป็นเชือกแรกที่ทางโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างทำการรักษา แต่สถานการณ์ช้างเหยียบกับระเบิดนั้นหบ่อยครั้งมากหลายเชือกตายเพราะรักษาไม่ทัน หรือเจ้าของช้างไม่ยอมนำมารักษา และไม่แจ้งแก่ทางโรงพยาบาลมีจำนวนมากเช่นกัน
“มูลนิธิเพื่อนช้างเป็นกังวลต่อการใช้กับระเบิดในประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างมากเนื่องจากกระทบต่อผู้คนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หญิง ชาย รวมทั้งสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัว ควาย และสัตว์ใหญ่อย่างช้างจึงขอวิงวอนผ่านสื่อ และองค์กรต่อต้านการใช้กับระเบิด (Landmine & Cluster Munition Monitor)ให้ทราบถึงความร้ายแรง แม้นอาจไม่ถึงกับสูญเสียชีวิตแต่ความพิการที่เกิดขึ้นก็เป็นการทำลายชีวิตแต่ละชีวิตไปแล้ว เราได้ส่งหนังสือแสดงความวิตกกังวลในเรื่องนี้ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายๆทั่วโลกเมื่อเช้าวันนี้ ” เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าว
ทั้งนี้ นายสละ ฉวยนู ราษฎรบ้านปูเตอร์ ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กล่าวภายหลังจากนำช้างเคราะห์ร้ายดังกล่าวมายังโรงพยาบาลช้าง ว่า ยังคงมีช้างอีกนวนมากที่เข้าไปชักลาดไม้ในป่าตามแนวชายแดนไทย-พม่า ตรงข้ามอำเภอแม่สอด เสี่ยงต่อการเหยียบระเบิดอย่างมากเนื่องการเสริมกำลังของทหารพม่าเพื่อเปิดฉากสู้รบกับทหารของดีเคบีเอ และเคเอ็นยูในการคจัดระเบียบชายแดนใหม่ของทางการพม่าส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจชายแดนโดยเฉพาะการทำไม้ ความเป็นอยู่ของผู้คนตามแนวชายแดน ซึ่งชีวิตมีสิทธิโดดกับระเหยียบระเบิดได้ทุกเวลา และเป็นอันตรายต่อช้างตามมาเท่าที่มีการช่วยเหลือนับตั้งแต่ช้างพังโม่ตาลาที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึคงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มีช้างเข้ารับการรักษาที่ถือว่าเป็นผู้ป่วยในรวม 13 เชือกโดยมีช้างที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากการเหยียบกับระเบิดจำนวน 2 เชือกคือช้างพังโม่ตาลาที่เข้ารับการรักษามาเป็นเวลานานกว่า 11 ปีแล้วและหัดใช้ขาเทียม และรายล่าสุดคือช้างพังแม่คาแพ อายุ 22 ปี อนาคตจะต้องใช้ขาเทียมช่นเดียวกัน หากบาดแผลจากการเหยียบกับระเบิดหาย ซึ่งโชคดีที่ช้างพังแม่คาแพ มีสุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงหายและผลการรักษาไม่น่าจะมีปัญหาแทรกซ้อนแต่ต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด/







