posttoday
พลิกบันทึกนอกห้องประชุมกฤษฏีกาเงื่อนปมสมาร์ทการ์ด

พลิกบันทึกนอกห้องประชุมกฤษฏีกาเงื่อนปมสมาร์ทการ์ด

05 สิงหาคม 2553

โดย ทีมข่าวการเมือง

โดย ทีมข่าวการเมือง

หลังจากคณะกรรมการกฤษฏีกาตีความว่าการออกบัตรประชาชนเอนกประสงค์หรือบัตรสมาร์ทการ์ด ขัดต่อกฎกระทรวง  ทำให้กระทรวงมหาดไทยต้องระงับการออกบัตรประชาชนจำนวน 6 แสนใบออกไปก่อน  แต่มาจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงไอซีทีที่จะหาทางออก  

ส่งผลให้ประชาชนที่ประสงค์ทำบัตรใหม่ไม่ทราบความชัดเจนจะได้รับบัตรใหม่เมื่อไหร่ หรือต้องถือใบเหลืองขนาดใหญ่เท่ากระดาษเอ 4 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซ้ำร้าย ยังทำให้เกิดความสับสนต่อประชาชนที่ถือบัตรประชาชนอยู่แล้ว จะต้องเตรียมทำบัตรใหม่ด้วยหรือไม่

น่าสนใจว่า ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฏีกาที่ผ่านมา ได้เชิญเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยไปให้ข้อมูล แต่น่าสนใจกว่านั้น บุคคลที่เชิญไปกลับไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง ทำให้นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัตรประชาชนเจ้าปัญหาทำหนังสือชี้แจงถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด  และเสนอผ่านสาธารณชน 

เอกสารที่โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ นำมาเสนอจากนี้ไป อาจกล่าวได้ว่าเป็นคำชี้แจงนอกห้องประชุมกฤษฏีกา!   

เริ่มจากกรณี Microtext สีแดง  หรือเส้นสีแดงพาดผ่านบัตรประชาชนแบบใหม่  ตามบันทึกชี้แจงว่า    เป็นวัสดุป้องกันการปลอมแปลงบัตรฯ โดย Microtext เป็นลายเส้นสีแดง เป็นลายโค้งพาดผ่านด้านหน้าบัตรฯ บนรูปบัตรฯ เหตุที่ต้องมี Microtext สีแดง มีมูลเหตุมาจากที่ผ่านมามีการปลอมแปลงบัตรฯ โดยเปลี่ยนภาพถ่ายเป็นหลัก โดยตัวอักษรขนาดเล็ก( Microtext  ) จะมีคำว่าTHAILAND พิมพ์ด้วยหมึกสีแดงเพื่อป้องกันการปลอมแปลงภาพถ่ายบุคคล ซึ่งหากมีการลอกเพื่อเปลี่ยนแปลงภาพบุคคลจะทำให้ตัวอักษรขนาดเล็ก( Microtext  ) คำว่า THAILAND สีแดงถูกทำลาย ซึ่งสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

กฎกระทรวงตั้งแต่ฉบับที่ 12 เป็นต้นมา ไม่ได้กำหนดว่าวัสดุป้องกันการปลอมแปลงจะมีอะไรบ้าง จะมีสีอะไร และมีลักษณะอย่างไร  การกำหนดวัสดุป้องกันการปลอมแปลงบัตรฯ เป็นอำนาจเฉพาะของเจ้าพนักงานออกบัตร การกำหนดรูปแบบบัตรตามท้ายกฎกระทรวง เป็นการกำหนดไว้กว้างๆซึ่งรวมทั้งวัสดุป้องกันการปลอมแปลงบัตรก็กำหนดไว้กว้างๆ ด้วย เนื่องจากระบบการป้องกันการปลอมแปลงต้องถือว่าเป็นความลับของทางราชการที่ไม่พึงเปิดเผย  เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร การกำหนดระบบการป้องกันการปลอมแปลงบัตรฯ จึงอยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าพนักงานออกบัตร จะกำหนด และเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานออกบัตรที่สามารถดำเนินการได้ตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 18 ( พ.ศ.2542 )  แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 21 ( พ.ศ.2547 ) ข้อ 3 และกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ( พ.ศ.2550 ) ข้อ 2 กำหนด

ประเด็นที่สอง กรณี Hologram ควรเห็นแผนที่ประเทศไทย เหมือนในแนบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ( พ.ศ. 2550 )  ขอชี้แจงว่า ภาพที่เห็นใน Hologram จะไม่เหมือนกับในท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ( พ.ศ.2550 ) เพราะเจตนาในการทำ Hologram เพื่อต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ในการป้องกันการปลอมแปลง Hologram  รุ่นที่รับรอง ( แบบ 1 E ) เป็นภาพสามมิติต้องเอียงดูจึงจะเห็นภาพประเทศไทย โดยการจัดทำ Hologram จะซ้ำกับรุ่นที่แล้วไม่ได้  ซึงเป็นไปตาม TOR  ของการจัดซื้อรุ่นที่ผ่านมา รวมทั้งกฎกระรวงไม่ได้กำหนดว่าต้องมองมุมไหน

 Hologram   ถือว่าเป็นวัสดุที่เป็น “สัญลักษณ์ตรวจสอบบัตร” จึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานออกบัตร ซึ่งก็คืออธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้กำหนด   การที่ดูยากเพราะเป็นภาพสามมิติ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนทั่วไปดู แต่มีไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ของทางราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบบัตรฯ และเป็นวัสดุป้องกันการปลอมแปลง เป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 18 ( พ.ศ.2542 ) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 21 ( พ.ศ.2547 )  ข้อ 3 และกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ( พ.ศ.2550 ) ข้อ 2

ส่วนประเด็นที่ว่า ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 22 ( 2547 ) มีรูปภาพพระบรมมหาราชวัง แต่ตามกฏกระทรวงฉบับที่ 22 ( พ.ศ.2550 ) ไม่มีรูปภาพพระบรมมหาราชวัง ดังนั้นบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกตามกฎกระทรวงฉบับที่ 22 มีผลบังคับใช้ คือ ต้อง ไม่มีรูปภาพพระบรมมหาราชวัง 

ขอชี้แจงว่า  ในการประชุมจัดทำร่างกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ของคณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยคณะที่ 1 เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2549 กรมการปกครองได้ขอแก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 18 ( พ.ศ.2542 ) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรววฉบับที่ 21 ( พ.ศ.2547 )  โดยขอแก้ไขใน 2 ประเด็น สรุปได้ คือ ให้ปรับปรุงคำขอมีบัตรฯ และให้มีตราครุฑแสดงไว้บนบัตรให้เห็นชัดเจน อีกทั้งในการประชุมกรมการปกครองได้ชี้แจงในที่ประชุมครั้งนั้นว่า

“ บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ ที่ใช้ปฏิบัติงานในขณะนี้ ปรากฎเครื่องหมายตราครุฑ อยู่ในมาตรการป้องกันการปลอมแปลง มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า  ต้องขยายลายพื้นสีฟ้าบนบัตร เครื่องหมายตราครุฑพร้อมลายกีโรเช่ จึงจะปรากฎเป็นลวดลายบนพื้นบัตร กระจายเป็น BACKGROUND  ตามมาตรการป้องกันการปลอมแปลบง ( Security Pattern ) ซึ่งไม่ได้สร้างจากเม็ดสกรีนปกติ แต่ใช้ความหนาบางของตัวอักษรหรือภาพ ทำให้เกิดเป็นลวดลายป้องกันการปลอมแปลงปรากฎเป็น รูปสัญลักษณ์ของพระบรมมหาราชวังและเครื่องหมายตราครุฑ และยังมีเครื่องหมายตราครุฑสีฟ้า พร้อมลายกีโรเซ่สะท้อนแสงอีก 1 ภาพ ที่พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์พิเศษ UV ( invisible ink ) มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถมองเห็นได้ด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลท

 จะเห็นได้ว่า ตามรายงานการประชุมนี้ต้องการแก้ไขเพียง 2 ประเด็น คือ ปรับปรุงคำขอมีบัตรฯและเพิ่มเครื่องหมายตราครุฑไว้บนบัตรให้เห็นได้ชัดเจน ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นบรรจุไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 22 แต่ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร แบบบัตรท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ( พ.ศ.2550 ) จึงไม่มีภาพพระบรมมหาราชวังเหมือนแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 21 ( พ.ศ.2547 ) ทั้งๆที่ไม่ได้เสนอให้ตัดออกในการประชุมครั้งนี้

ในการจัดซื้อตัวบัตรฯครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 ของ ICT สัญญาลงวันที่ 27 ก.ค.2550 จำนวน 26 ล้านบัตร กรมการปกครองได้กำหนดมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน ใหม่เครื่องหมายตราครุฑตามที่กฎกระทรวง ฉบับที่ 22 ( พ.ศ.2550 ) กำหนด รวมทั้งให้คงรูปสัญลักษณ์ของพระบรมมหาราชวังไว้ เนื่องจากเป็นลวดลายป้องกันการปลอมแปลง ทำจากวัสดุพิเศษ

บัตรฯรุ่นที่รับรองไป ( แบบ 1 E ) ก็คงรูปสัญลักษณ์ของพระบรมมหาราชวังไว้ เนื่องจากเป็นลวดลายป้องกันการปลอมแปลง ทำจากวัสดุพิเศษ และยังเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยด้วย เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานออกบัตรที่จะใช้ดุลพินิจในการกำหนดโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งตัวบัตรฯ ในการจัดซื้อครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 ของ ICT เมื่อนำมาใช้แล้วไม่ปรากฎว่ามีการปลอมแปลงสัญลักษณ์ของพระบรมมหาราชวังเลย

ทั้งนี้การตีความควรดูเจตนารมณ์ของกฎหมายในการกำหนดรูปแบบบัตร เพื่อป้องกันการปลอมแปลง หากตีความโดยไม่ดูเจตนารมณ์ในการกำหนดรูปแบบบัตร โดยเห็นว่ารูปแบบบัตรต้องไม่มีรูปสัญลักษณ์ของพระบรมมหาราชวัง ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ( พ.ศ.2550 ) บัตรที่ออกให้ประชาชนใช้ในปี 2551 – พฤษภาคม 2553 จะผิดกฎกระทรวงจำนวน 26 ล้านบัตรทันที

สรุป  กฎกระทรวงกำหนดวิธีการป้องกันการปลอมแปลงบัตรไว้กว้างๆ ไม่ลงลายละเอียด การป้องกันการปลอมแปลง ต้องถือว่าเป็นความลับของทางราชการที่ไม่พึงเปิดเผย และต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการกำหนดระบบการป้องกันการปลอมแปลงบัตรฯ ให้เหนือกว่ามิจฉาชีพ ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานออกบัตครที่จะใช้ดุลพินิจในการดำเนินการ

การกำหนด Microtext สีแดง และการกำหนด Hologram   เป็นการกำหนดวัสดุป้องกันการปลอมแปลง และเป็นสัญลักษณ์ตรวจสอบ ส่วนการมีรูปภาพพระบรมมหาราชวัง เป็นลวดลายที่ป้องกันการปลอมแปลง ที่ทำจากวัสดุพิเศษ และยังเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยด้วย  ทั้ง 3 รายการ เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานออกบัตรซึ่งก็คืออธิบดีกรมการปกครอง ที่จะใช้ดุลพินิจในการพิจารณากำหนดได้โดยไม่ผิดกฎกระทรวง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท